Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ทารก

วัคซีนคอตีบ คืออะไร จำเป็นต้องฉีดไหม ใครควรฉีดบ้าง ราคาเท่าไร?

โรคคอตีบ เป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่มักเกิดกับเด็กเล็ก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ การฉีดวัคซีนคอตีบ เป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยป้องกันโรคได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 513,208 คน

วัคซีนคอตีบ คืออะไร จำเป็นต้องฉีดไหม ใครควรฉีดบ้าง ราคาเท่าไร?

โรคคอตีบ นับเป็นหนึ่งในโรคติดต่อร้ายแรงที่กรมควบคุมโรคกำลังเฝ้าระวัง เพราะหากเกิดการติดเชื้อแล้ว อาจทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาตหรือเสียชีวิตได้ ด้วยความรุนแรงนี้ จึงได้มีการกำหนดให้วัคซีนคอตีบเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ แม้ว่าจะมีการป้องกันอย่างเข้มงวด แต่จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคกลับพบว่า สถานการณ์โรคคอตีบในประเทศไทยก็ยังไม่ดีขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นด้วย โดยในปี พ.ศ. 2562 พบผู้ป่วยแล้ว 15 ราย เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งอัตราการป่วยนี้สูงขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2561 ทั้งนี้การป้องกันโรคคอตีบที่มีประสิทธิภาพ คือการฉีดวัคซีนคอตีบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาและป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคคอตีบได้

โรคคอตีบคืออะไร?

โรคคอตีบ (Diphtheria) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Corynebacterium diphtheriae) ซึ่งเป็นการติดเชื้อรุนแรงและเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจ สามารถติดต่อกันโดยง่ายจากการไอ จาม พูดคุยในระยะประชิด การสัมผัส หรือการใช้ภาชนะร่วมกัน เช่น จาน ชาม ช้อน เป็นต้น โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางปากหรือทางการหายใจ ส่วนใหญ่จะพบการติดเชื้อในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 19 ปี โดยมักพบการติดเชื้อในสถานที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนประจำ ชุมชนแออัด หรือพื้นที่ห่างไกลที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีนคอตีบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

อาการของโรคคอตีบ

อาการของโรคจะแสดงหลังจากการติดเชื้อประมาณ 2-5 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง เจ็บคอ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล อ่อนเพลีย คออักเสบ กลืนอาหารลำบาก หอบ หายใจลำบาก หากไม่สังเกตอาจคิดว่าเป็นอาการป่วยทั่วไป แต่อาการสำคัญที่ชี้ชัดว่าป่วยด้วยโรคคอตีบคือ จะพบแผ่นฝ้าสีขาวปนเทา (White-grayish membrane) เกาะติดแน่นบริเวณลำคอ ต่อมทอนซิล หรือลิ้นไก่ ซึ่งแผ่นเยื่อนี้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่สร้างสารพิษออกมาทำลายเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบให้ตายลงและซ้อนทับกันจนเป็นแผ่นฝ้า หากมีการติดเชื้อรุนแรง อาจทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออกและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตได้

อาการแทรกซ้อนของโรคคอตีบ

อาการแทรกซ้อนสำคัญของโรคคอตีบได้แก่ 

  • ปอดติดเชื้อ 
  • ระบบหายใจล้มเหลว 
  • เส้นประสาทอักเสบหรือเกิดความเสียหายขั้นรุนแรงของระบบประสาททำให้เป็นอัมพาต
  • กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

การรักษาโรคคอตีบ

หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการโรคคอตีบ แพทย์จะต้องรีบรักษาทันที เพราะอาการอาจรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต การรักษาโรคคอตีบในปัจจุบันมี 2 วิธีคือ การฉีดยาต้านพิษ เพื่อหยุดพิษที่แบคทีเรียสร้างขึ้น และการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลิน เพื่อกำจัดเชื้อในร่างกาย โดยผู้ป่วยโรคคอตีบจะต้องถูกแยกจากผู้ป่วยอื่นๆ เพื่อป้องกันเชื้อแพร่กระจาย และหลังการรักษาแพทย์จะต้องตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ป่วยไม่มีเชื้อแบคทีเรียคอตีบแล้ว จึงจะสามารถให้ผู้ป่วยอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

วัคซีนคอตีบ การป้องกันที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ว่าโรคคอตีบจะเป็นโรคที่อันตรายและรุนแรงถึงชีวิต แต่ก็มีหนทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพ นั่นคือการฉีดวัคซีนคอตีบ ทั้งนี้วัคซีนคอตีบที่นิยมฉีดในปัจจุบัน มักไม่ได้ป้องกันโรคคอตีบเพียงอย่างเดียว แต่จะควบคู่กับการป้องกันโรคไอกรนหรือบาดทะยักด้วย โดยวัคซีนคอตีบกลุ่มนี้จะผลิตจากเชื้อหรือพิษของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค โดยนำมาผ่านกระบวนการทำให้เชื้อหมดความสามารถในการก่อโรค จึงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคสูง ในประเทศไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนคอตีบตั้งแต่วัยเด็ก และฉีดวัคซีนคอตีบกระตุ้นซ้ำในช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ ทั้งนี้วัคซีนคอตีบที่มีการฉีดอย่างแพร่หลายมี 2 ประเภทหลักๆ คือ 

  • DTP ป้องกันโรคคอตีบ ไอกรนและบาดทะยัก 
  • dT ป้องกันโรคคอตีบและบาดทะยัก

ทั้งนี้ทารกแรกเกิดจากมีภูมิคุ้มกันอยู่ระยะหนึ่งเท่านั้น จึงจำเป็นต้องให้วัคซีนคอตีบป้องกัน โดยต้องให้วัคซีน DTP ทั้งหมด 5 เข็ม ตั้งแต่อายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และ 4-6 ปี จากนั้นเมื่ออายุ 10-12 ปี ให้ฉีดวัคซีน dT อีกครั้ง และฉีดวัคซีน dT กระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี   

อาการข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีนคอตีบ

อาการข้างเคียงหลังจากการฉีดวัคซีนคอตีบ เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและส่วนใหญ่ไม่รุนแรงนัก เช่น อาจมีอาการปวด บวมแดงบริเวณที่ฉีดยา อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ อาเจียน การดูแลเพียงแค่ให้นอนพักผ่อน ประคบบริเวณที่ปวดด้วยผ้าเย็น หรือหากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ โดยอาการจะหายไปภายใน 2-3 วัน แต่หากมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น มีไข้สูงจัด ชัก ควรพามาพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเสี่ยงต่อการแพ้วัคซีนได้

วัคซีนคอตีบ ราคาเท่าไร?

เป็นหนึ่งในวัคซีนพื้นฐานที่สถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข จัดสรรให้สำหรับเด็กเล็กอายุไม่เกิน 12 ปีทุกคน เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากใครต้องการฉีดกระตุ้นเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน ก็สามารถฉีดได้ที่โรงพยาบาลรัฐ เอกชน และคลินิกชั้นนำทั่วไป ซึ่งวัคซีนคอตีบมักฉีดควบคู่กับวัคซีนป้องกันโรคไอกรนหรือบาดทะยักด้วย ทำให้ราคาค่าฉีดวัคซีนแตกต่างออกไปตามชนิดของวัคซีน โดยราคาเริ่มต้นของการฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก (dT) คือ 62 บาท (อ้างอิงจาก คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล โดยราคาดังกล่าวไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล)

โรคคอตีบเป็นโรคร้ายแรงที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก เพียงแค่การไอ จาม พูดคุยหรือสัมผัสกับผู้ป่วยเท่านั้น ยิ่งในกลุ่มเด็กเล็กที่ต้องอยู่ร่วมกันในโรงเรียนจึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อได้ยากมาก ดังนั้นหนทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการฉีดวัคซีนคอตีบ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ผู้ปกครองจึงไม่ควรมองข้ามและพาบุตรหลานไปฉีดวัคซีนตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญควรฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 10 ปีด้วย เพื่อการป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่มาของข้อมูล

คู่มือรู้ทันโรคและภัยสุขภาพสำหรับประชาชน สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, โรคคอตีบ และการป้องกัน, (https://www.thaihealth.or.th/Content/40704-โรคคอตีบ%20และการป้องกัน.html), 7 กุมภาพันธ์ 2561.

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, โรคคอตีบ, (http://www.pidst.or.th/A300.html), 7 กันยายน 2562.

อาจารย์ ดร. ภญ. ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, โรคคอตีบ, (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/144/โรคคอตีบ/), 7 กันยายน 2562.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป