เด็กวัยเรียน

เด็กติด iPad เป็นข้อดีหรือข้อเสีย?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
เด็กติด iPad เป็นข้อดีหรือข้อเสีย?

ท่ามกลางผลประโยชน์มากมายที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดเวลาที่อยู่หน้าจอ ทั้งการนอนหลับที่ดีขึ้น ดัชนีมวลกายที่ลดลง และแม้แต่ความก้าวร้าวที่ลดลง หนึ่งในนั้นที่สำคัญสำหรับเด็กวัยเรียนเป็นอย่างยิ่งคือ สมรรถภาพทางการศึกษาที่เพิ่มขึ้น ไม่น่าประหลาดใจที่ผู้วิจัยค้นพบว่าเมื่อเด็กใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีมากขึ้น โอกาสที่เด็กจะทำการบ้านเสร็จก็มีลดลง

ในการนำเสนองานวิจัยโดยย่อในที่ประชุมสมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (American Academy of Pediatrics-AAP) ในเดือนตุลาคม ปี 2559 ผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยบราวน์นำเสนอการค้นพบในการศึกษาของพวกเขาที่มีชื่อว่า “การเปิดรับสื่อดิจิตัลในเด็กวัยเรียนลดความถี่ของการทำการบ้าน” (“Digital Media Exposure in School‐Aged Children Decreases the Frequency of Homework.”) โดยเก็บข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพเด็กแห่งชาติ (National Survey of Children’s Health) ในช่วงปี 2554-2555 โดยผู้วิจัยได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สื่อต่าง ๆ และพฤติกรรมในการทำการบ้านในเด็กมากกว่า 64,000 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 6-17 ปี (สื่อดิจิตัลรวมถึงทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมส์ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ ที่เด็กใช้เพื่อวัตถุประสงค์นอกเหนือจากงานที่ได้รับจากที่โรงเรียน) ผู้วิจัยแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนระหว่างการใช้งานอุปกรณ์และโอกาสที่เด็กจะทำงานที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนได้เสร็จ โดยมีบางอย่างในการค้นพบที่น่าสนใจดังนี้

  • ก่อนหน้าแนวทางเวชปฏิบัติใหม่ในเดือนตุลาคมปี 2559 ทางสมาคมเคยแนะนำให้เด็กใช้เวลาที่หน้าจอน้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน แต่เด็กน้อยกว่า  31 % ที่ทำได้ตามนี้ โดยนี่เป็นคำพูดของผู้วิจัยคือ ดร. Stephany Ruest แพทย์ในแผนกเวชศาสตร์ฉุกเฉินและกุมารแพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็ก Hasbro และเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขันรางวัล MPH ของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบราวน์ เขตโรดไอส์แลนด์ (แนวทางเวชปฏิบัติใหม่ของ AAP คือแนะนำให้จำกัดเวลาที่อยู่หน้าจอเป็นหนึ่งชั่วโมงต่อวัน โดยเป็นโปรแกรมสำหรับเด็กที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่มีอายุ 2-5 ปี และเช่นเดียวกันในเด็กที่มีอายุ 6 ปีและมากกว่า)
  • เปรียบเทียบระหว่าเด็กที่ใช้เวลาหน้าจอน้อยกว่าสองชั่วโมงต่อวัน กับเด็กที่ใช้สื่อดิจิตัลสำหรับวัตถุประสงค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเป็นเวลาสองถึงสี่ชั่วโมงต่อวัน พบว่าเด็กกลุ่มหลังมีโอกาสที่จะทำการบ้านเสร็จอย่างสม่ำเสมอน้อยกว่ากลุ่มแรก 23%
  • การใช้สื่อดิจิตัลมากขึ้นทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงมาก จากงานวิจัยพบว่าเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่อยู่หน้าจอน้อยกว่าสองชั่วโมงต่อวัน กับเด็กที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอสี่ถึงหกชั่วโมงต่อวัน พบว่าเด็กกลุ่มหลังมีโอกาสที่จะทำการบ้านเสร็จอย่างสม่ำเสมอน้อยกว่ากลุ่มแรก 49% และในเด็กที่ใช้เวลาหน้าจอมากกว่าหกชั่วโมงขึ้นไป มีโอกาสที่จะทำการบ้านเสร็จอย่างสม่ำเสมอน้อยกว่าถึง 63%
  • เด็กกว่า 36% ใช้สื่อดิจิตัลเป็นเวลา 2-4 ชั่วโมงต่อวัน โดย 17% ใช้มากถึง 4-6 ชั่วโมงต่อวัน และเด็กมากถึง 17% ใช้สื่อดิจิตัลมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • ในเด็กที่ใช้สื่อน้อยกว่าสองชั่วโมงต่อวัน มีเพียง 65% ที่มีข้อตกลงในการจำกัดการใช้งาน (ตัวอย่างของข้อตกลงเช่นกันที่ผู้ปกครองบอกให้เด็กปิดโทรทัศน์หลังจากเวลาที่ตกลงกันไว้ การจำกัดการใช้โทรศัพท์ที่โต๊ะอาหาร หรือการไม่อนุญาตให้เด็กเล็กได้ดูรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาระดับที่เหมาะสมกับผู้ชมอายุ 14 ปีขึ้นไป)

ปัจจัยที่ต้องระลึกอยู่เสมอเกี่ยวกับเด็กและการใช้สื่อ

สร้างข้อตกลงของการจำกัดและความคาดหวังตั้งแต่ยังเล็ก เริ่มสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กควรดูและควรทำสำหรับอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีตั้งแต่ยังเล็ก และหนักแน่นในเวลาที่จำกัดไว้สำหรับการอยู่หน้าจอ

มีแผนเกี่ยวกับสื่อ คุณคงไม่ให้ลูกของคุณกินอาหารขยะปริมาณเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ เช่นเดียวกัน สื่อที่พวกเขาได้รับก็ควรได้รับการตรวจตราและจำกัดโดยผู้ปกครอง ดร. Ruest แนะนำว่าเว็บไซต์ Healthychildren.org มีสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนการใช้สื่อของเด็กอยู่

ติดตามการใช้งานสื่อที่เพิ่มขึ้นได้ในแต่ละวัน “ในบางครั้งเราก็ไม่ได้ตระหนักถึงการติดการใช้สื่อของเด็ก” ดร. Rest กล่าว “สิบนาทีสำหรับ ipad, สิบห้านาทีสำหรับคอมพิวเตอร์ รวม ๆ กันแล้วก็เพิ่มขึ้นมาเยอะ”

อย่าลืมเกี่ยวกับเสียงรบกวน ทุกวันนี้ เด็กและผู้ใหญ่มักใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีทีเดียวพร้อม ๆ กันหลายอย่าง เด็กอาจกำลังใช้สมาร์ทโฟนโพสต์อะไรบางอย่างบนอินสตาแกรม ในขณะที่กำลังทำการบ้าน และเปิดโทรทัศน์อยู่ด้วย ปิดทุกอย่างเพื่อช่วยให้ลูกของคุณมีสมาธิ และจัดให้มีช่วงเวลา หรือพื้นที่ของบ้านที่ปราศจากการใช้เทคโนโลยี (Screen-free) ตัวอย่างเช่น ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือที่โต๊ะอาหาร และไม่ให้มีอุปกรณ์หน้าจอใดๆ รวมถึงโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ในห้องนอน

ไม่ใช่แค่เรื่องการบ้านเท่านั้น การศึกษายังพบว่านอกเหนือจากการทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายเสร็จแล้ว ตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่บอกถึงการมีสุขภาพดีของเด็ก ซึ่งเรียกว่า Childhood flourishing มักจะสนใจเกี่ยวกับการทำได้ดีที่โรงเรียน ทั้งการทำงานที่เริ่มแล้วให้สำเร็จ สนใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสงบเยือกเย็นอยู่ได้แม้เผชิญหน้าสิ่งที่ท้าทาย สิ่งเหล่านี้ล้วนลดลงเมื่อเด็กใช้เวลาอยู่หน้าจอมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กเพศใด อายุเท่าไหร่ หรือสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจเป็นอย่างไรก็ตาม

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
10 ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการรังแก
10 ความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการรังแก

ทดสอบตัวคุณเองเพื่อดูว่าคุณรู้เกี่ยวกับการรังแกดีแค่ไหน