โรคเบาหวาน

คุยกันเบา ๆ เรื่องเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 10 นาที
คุยกันเบา ๆ เรื่องเบาหวาน

 

บ่ายวันหนึ่ง …ข้างเตียงผู้ป่วย

rx05คุณป้า… น้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันมาหลายเดือนเลย ล่าสุดนี้น้ำตาลก็สูงมาก ๆ ตอนนี้ไตเริ่มทำงานไม่ค่อยดีแล้วนะคะ

pt02ทำไมที่ผ่านมาหมอไม่ทำอะไรเลยจนปล่อยให้ไตป้าไม่ดีล่ะ!

rx04จากประวัติรับยาในสมุดประจำตัวผู้ป่วยเบาหวาน คุณหมอมีการเพิ่มยาเบาหวานให้คุณป้าในครั้งก่อนแล้วนะคะ คุณป้าใช้ยาครบตามที่คุณหมอสั่งหรือเปล่า

pt06ก็กินบ้างไม่กินบ้างล่ะจ้ะ ช่วงนี้ยุ่งตัดอ้อยน่ะ ก็เลยลืมกินยาบ่อย ๆ

rx05นั่นปะไร… คุณหมอให้ยาไปกิน แต่คุณป้าเอาไปนั่งมอง ยามันก็ไม่ออกฤทธิ์สิ แล้วเนี่ย… ถ้าการทำงานของไตยังไม่ดีขึ้น คุณหมออาจต้องเปลี่ยนยาเบาหวานเป็นแบบฉีดให้นะคะ ถ้ายังไง…เภสัชกรจะมาแนะนำเรื่องการฉีดยาเบาหวานให้ทราบอีกที แล้วต่อไป…ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาฉีด คุณป้าก็ต้องใช้ให้ครบถ้วนและถูกต้องตามที่คุณหมอสั่งนะคะ

 

 

การให้ความร่วมมือในการรักษาของผู้ป่วยนั้นสำคัญมากค่ะ เพราะแม้หมอจะเก่งหรือยาจะดี แต่หากผู้ป่วยไม่ใช้ยาตามหมอสั่ง…ก็คงรักษาไม่ได้ผลเป็นแน่แท้

ในขณะเดียวกัน ถ้าหมอรักษาดี ผู้ป่วยก็ใช้ยาถูกต้องตามที่หมอสั่ง แต่ยาไม่ดี…เพราะเก็บไม่เหมาะสมจนเสื่อมสภาพ …อย่างนี้ก็รักษาไม่ได้ผลเช่นกันค่ะ

 

วันนี้ดิฉันจึงขอจับ “ยาฉีดเบาหวาน” หรือ “อินซูลิน” มาเป็น “เรื่อง” เล่าสู่กันฟังให้คุณผู้อ่านรู้จักการใช้และการเก็บที่เหมาะสมก็แล้วกันนะคะ

 

ก่อนจะเล่าถึงตัวยา เรามาทำความรู้จักกับอุปกรณ์นำส่งยาเข้าร่างกาย หรือเข็มฉีดยากันก่อนนะคะ

 

เข็มฉีดอินซูลิน มี 2 รูปแบบค่ะ ซึ่งมีข้อดี – ข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนี้…

ปากกาฉีดยา

 

novopen

เข็มฉีดยา

(แบบหัวเข็มติดกับกระบอกฉีดยา)

syringe

ข้อดี

·        สะดวก พกพาติดตัวได้

·        เข็มมีขนาดเล็กมาก ฉีดไม่เจ็บ

·        ฉีดได้หลายครั้ง

·        ใช้การฟังเสียงช่วยกะปริมาณยาได้ในผู้ที่สายตาไม่ดี

ข้อดี

·        การใช้งานไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย

·        เหมาะกับการฉีดยาปริมาณมาก ๆ

 

 

ข้อเสีย·        ราคาแพง ข้อเสีย·        พกพาไม่สะดวก

 

เนื่องจากในปัจจุบัน ทางโรงพยาบาลได้รับสนับสนุนปากกาฉีดอินซูลินจากบริษัทยาในจำนวนที่จำกัด อีกทั้งพบว่าผู้ป่วยเบาหวานหลายรายจำเป็นต้องฉีดอินซูลินในปริมาณสูง (วันละเกือบร้อยหรือร้อยกว่ายูนิต) ดังนั้น จึงอาจมีการสงวนปากกาฉีดอินซูลินไว้สำหรับรายที่มีความจำเป็นและเหมาะสมที่จะใช้เข็มฉีดแบบปากกามากกว่าเข็มฉีดธรรมดาค่ะ

 

เข็มฉีดยาที่นิยมใช้ จะเป็นแบบหัวเข็มติดกับกระบอกฉีดยา ซึ่งจะลดการสูญเสียยาจากการตกค้างในหัวเข็มได้ดีกว่าแบบที่หัวเข็มไม่ติดกับกระบอกฉีดยาค่ะ

เข็มฉีดยาที่ใช้มี 2 ขนาด แบ่งตามปริมาณบรรจุของกระบอกฉีดยา เป็นขนาด 0.5 ซีซี (50 ยูนิต) และ 1 ซีซี (100 ยูนิต) เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น หากผู้ป่วยรายใดต้องฉีดยาในขนาดมากกว่า 50 ยูนิตต่อครั้ง ก็ควรเลือกใช้เข็มขนาด 100 ยูนิต เพื่อจะได้แทงเข็มฉีดยาเพียงครั้งเดียวก็ได้ขนาดยาครบตามที่ต้องการ

 

pt06ป้าต้องฉีด 70 ยูนิต แต่ขอใช้เข็มเล็กดีกว่านะ ฉีดสองครั้งก็ยอม กลัวว่าใช้เข็มใหญ่จะเจ็บมากกว่าน่ะ

rx07โถ… คุณป้าเข้าใจผิดนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นเข็มขนาด 50 ยูนิต หรือ 100 ยูนิต ก็มีขนาดหัวเข็มเท่ากันค่ะ ถ้าจะเจ็บก็เจ็บเท่ากัน แต่ใช้เข็มเล็กเจ็บสองครั้งนะคะ

pt06อ้าว! ถ้างั้นป้าใช้เข็มใหญ่ดีกว่าจ้ะคุณเภสัช

 

มีหลายท่านค่ะที่เข้าใจผิดว่าเข็มฉีดยาขนาด 100 ยูนิต มีขนาดหัวเข็มใหญ่กว่าเข็มฉีดยาขนาด 50 ยูนิต ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ ^_^ เพราะอันที่จริงแล้ว ความแตกต่างของเข็มฉีดยาทั้งสองนั้น ต่างกันแค่ขนาดบรรจุที่จะดูดยาได้มาก-น้อยต่างกันเท่านั้น ส่วนหัวเข็มจะมีขนาดเท่ากันคือ 27G และหัวเข็มก็ยาว ½ นิ้วเท่ากันด้วยค่ะ หรือคิดเป็นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวเข็ม 0.4 มิลลิเมตร และหัวเข็มยาว 12 มิลลิเมตรนั่นเองค่ะ

 

ความเข้าใจผิดอีกประการที่พบได้บ่อย ๆ ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องฉีดยารายใหม่ก็คือกลัวว่าฉีดแล้วจะเจ็บ เนื่องจากฝังใจว่าเวลาเจ็บป่วยแล้วจำเป็นต้องฉีดยา มักจะรู้สึกเจ็บเวลาฉีด ซึ่งอันที่จริง เข็มที่ใช้ฉีดยาทั่ว ๆ ไปจะมีขนาดหัวเข็มที่ใหญ่กว่าค่ะ เช่นขนาด 18G, 20G, 22G หรือ 24G ตัวเลข G ยิ่งน้อย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวเข็มยิ่งใหญ่นะคะ จึงเจ็บเวลาฉีดมากกว่าหัวเข็มที่มีตัวเลข G มากกว่า


rx12ดังนั้น การฉีดอินซูลินจึงแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ
…มดกัดยังเจ็บกว่าเลยนะจะบอกให้

 

.

สำหรับหัวเข็มของปากกาฉีดยาก็ยิ่งเล็กกว่านั้นอีกค่ะ เพราะมีขนาด 30G หรือ 31G เท่านั้น (คิดเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวเข็ม 0.3 และ 0.25 มิลลิเมตรตามลำดับค่ะ) ความยาวของหัวเข็มก็เท่ากับ 8 และ 6 มิลลิเมตรตามลำดับ การฉีดอินซูลินด้วยปากกาฉีดยา จึงไม่ต้องดึงหนังขึ้นก่อนแทงเข็มค่ะ

 

อ้อ! เนื่องจากเข็มฉีดยาแบบธรรมดามี 2 ขนาด ดังนั้นข้อควรระวังในการใช้เข็มฉีดยาก็คือ ท่านควรตรวจสอบขนาดการดูดยาอย่างระมัดระวังนะคะ เพราะเข็มขนาด 50 ยูนิต จะมีขีดบอกปริมาตรเป็น 1 ขีดต่อ 1 ยูนิต ในขณะที่เข็มขนาด 100 ยูนิต จะมีขีดบอกปริมาตรเป็น 1 ขีดต่อ 2 ยูนิต การจำว่าต้องดูดยามากี่ขีด จะทำให้ได้รับยามากไปหรือน้อยไปกรณีที่ท่านต้องเปลี่ยนขนาดเข็มที่ใช้ค่ะ

 


rx07รู้จักกับรูปแบบของเข็มฉีดยาไปแล้ว

เรามาทำความรู้จักกับชนิดของยาฉีดอินซูลินกันบ้างดีกว่านะคะ

 

.

 

อินซูลิน มี 3 ชนิดค่ะ

...แตกต่างกันตามระยะเวลาของการออกฤทธิ์ของยาที่เร็ว-ช้า, สั้น-นานต่างกันนั่นเอง

 

อินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้น

Actrapid

อินซูลินชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นน้ำใสค่ะ สามารถฉีดได้ทั้งการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ, เข้ากล้ามเนื้อ และเข้าใต้ผิวหนัง ซึ่งยาจะเริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดยาเข้าใต้ผิวหนังประมาณ 30 นาที และออกฤทธิ์อยู่ได้นาน 8 ชั่วโมง การใช้อินซูลินชนิดนี้จึงต้องฉีดบ่อยวันละ 3-4 ครั้ง

 

อินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง

Insulatard

อินซูลินชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นน้ำขุ่นขาวเมื่อเขย่า และจะตกตะกอนเมื่อตั้งทิ้งไว้ ยาชนิดนี้ใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเท่านั้น เริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดประมาณ 1 ½ ชั่วโมง และออกฤทธิ์อยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง จึงใช้ฉีดเพียงวันละ 1-2 ครั้ง

 

อินซูลินชนิดผสม

Mixtard30

เป็นการนำเอาอินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้นมาผสมกับชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง เพื่อให้เกิดอินซูลินที่ออกฤทธิ์เร็วขึ้น และออกฤทธิ์สูงกว่าอินซูลินชนิดที่ออกฤทธิ์ปานกลางค่ะ

เนื่องจากมีส่วนผสมของอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง อินซูลินชนิดนี้จึงมีลักษณะเป็นน้ำขุ่นขาวเมื่อเขย่า และจะตกตะกอนเมื่อตั้งทิ้งไว้เช่นกัน และใช้ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเท่านั้น เริ่มออกฤทธิ์หลังฉีดประมาณ 30 นาที และออกฤทธิ์อยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง ใช้ฉีดเพียงวันละ 1-2 ครั้ง

 

 

ผู้ป่วยที่ใช้ยาฉีดอินซูลิน ควรตรวจสอบประเภทและชนิดของอินซูลินที่ได้รับด้วยนะคะ เช่นว่าเคยใช้แบบเข็มฉีดยา หรือแบบปากกาฉีดยา และเคยใช้อินซูลินแบบออกฤทธิ์สั้น (ฝาสีเหลือง), ปานกลาง (ฝาสีเขียว) หรือผสม (ฝาสีน้ำตาล) เพื่อตรวจทานความถูกต้องของยาที่ได้รับ และหากได้รับยาที่แตกต่างจากที่เคยใช้ ควรสอบถามจากเภสัชกรด้วยนะคะว่าแพทย์มีการสั่งเปลี่ยนชนิดของยาหรือเปล่า

 

 

การเก็บรักษาอินซูลินนั้น ควรเก็บในที่เย็นค่ะ เช่นในตู้เย็นช่องธรรมดา ซึ่งหมายถึงตรงชั้นวางของปกติ ด้านในของตู้เย็น ไม่ควรเก็บที่ฝาตู้เย็น, ช่องเก็บผัก หรือใต้ช่องแช่แข็งนะคะ เพราะอุณหภูมิอาจสูงหรือต่ำมากเกินไป โดยเฉพาะหากเก็บที่ฝาตู้เย็น ไม่ว่าจะในส่วนของชั้นวางไข่ หรือส่วนที่ใส่ขวดน้ำ บริเวณดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ง่ายเมื่อมีการปิด-เปิดตู้เย็นค่ะ อีกทั้งห้ามเก็บใส่ช่องแช่แข็งเพราะจะทำให้อินซูลินเสื่อมสภาพได้ค่ะ

หากมีการเก็บถูกต้องดังนี้ จะสามารถเก็บยาได้นาน นั่นคือ จนกว่าจะถึงวันหมดอายุของยาตามที่ระบุไว้ข้างขวดหากยังไม่มีการเปิดใช้ หรือเก็บได้ 3 เดือนหลังจากมีการเปิดใช้แล้วค่ะ


rx07แต่หากไม่ได้แช่เย็นไว้ อายุของยาจะลดลงเหลือเพียง 1 เดือนค่ะ

ดังนั้นในกรณีที่ท่านไปรับยา...

จึงควรนำกระติกน้ำแข็งไปด้วยเพื่อบรรจุอินซูลินระหว่างเดินทางนะคะ

.

กรณีที่ท่านใช้ปากกาฉีดอินซูลิน ยาที่ไม่ได้ใส่ในปากกาในขณะนั้น ควรเก็บแช่เย็นไว้เช่นเดียวกันกับอินซูลินทั่วไปค่ะ แต่อินซูลินที่ใส่ค้างไว้ในปากกาฉีดยาแล้ว สามารถเก็บไว้นอกตู้เย็นได้เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน หลีกเลี่ยงการเก็บตากแดดหรือเก็บในที่ร้อน ก็สามารถใช้ยานั้นได้ภายใน 1 เดือน ซึ่งโดยปกติจะนานพอสำหรับการใช้ยาให้หมดหลอดซึ่งมีขนาดบรรจุหลอดละ 300 ยูนิตค่ะ

 

 

สำหรับรายละเอียดเรื่องเทคนิคและขั้นตอนในการฉีดอินซูลินนั้น ดิฉันจะไม่กล่าวไว้ในที่นี้นะคะ เพราะท่านที่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ป่วยเอง หรือญาติ / ผู้ดูแลที่ต้องฉีดยาให้ผู้ป่วยนั้น จะต้องผ่านการให้คำปรึกษาการใช้ยาฉีดอินซูลินจากเภสัชกร เป็นสารสื่อสารสองทิศทาง ถาม-ตอบ, สาธิตให้ดู-ทดสอบกลับ เพื่อฝึกหัดและตรวจสอบความถูกต้องในการใช้ ก่อนจะเริ่มฉีดยา หรือทบทวนเมื่อพบปัญหาในการใช้ยาฉีดอินซูลิน ไม่เหมาะที่จะสื่อสารแบบทิศทางเดียวผ่านการอ่านผ่านตัวอักษรสักเท่าไรค่ะ

 

 

แต่มีข้อแนะนำ/ข้อควรระวังในการฉีดอินซูลินมาบอกกล่าว คือ…

  • กรณีใช้อินซูลินแบบเข็มฉีดยา การคลึงขวดอินซูลินไป-มาบนฝ่ามือ นอกจากจะช่วยให้ตัวยาน้ำขุ่นที่ตกตะกอน กลับมากระจายตัวผสมเข้ากันได้ดีแล้ว ยังทำให้อุณหภูมิของยาใกล้เคียงกับร่างกายซึ่งจะช่วยลดอาการปวดหลังฉีดได้ด้วย ดังนั้น กรณีที่ท่านใช้อินซูลินแบบน้ำใส แม้ตัวยาจะไม่มีการตกตะกอน แต่ก็อาจทำการคลึงขวดยาไป-มาบนฝ่ามือก่อนดูดยาได้เช่นกันค่ะ
  • ไม่ควรใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณหัวเข็ม เพราะทำลายสารเคลือบที่หัวเข็มซึ่งช่วยลดความรู้สึกเจ็บเวลาฉีดยาออก ทำให้ฉีดแล้วทั้งเจ็บ(เพราะหัวเข็มไม่มีสารเคลือบ)ทั้งแสบ(เพราะแอลกอฮอล์ที่หัวเข็มซึ่งอาจยังระเหยไม่หมดขณะฉีด)ไปเลยค่ะ
  • ควรจดจำตำแหน่งที่ฉีดยาในแต่ละวัน และเลื่อนตำแหน่งไปตามบริเวณที่เหมาะสมทุกครั้ง โดยให้ห่างจากตำแหน่งเดิมประมาณ 1 นิ้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายเนื้อเยื่อชั้นใต้ผิวหนัง และทำให้มั่นใจได้ว่าการดูดซึมยาจะเป็นไปโดยสม่ำเสมอ

 

 

ก่อนจากกันในครั้งนี้ ดิฉันอยากฝากอีกนิดเรื่องการทิ้งเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วนะคะ ซึ่งจัดเป็นขยะอันตราย และควรได้รับการกำจัดที่เหมาะสม โดยทั่วไป เภสัชกรจะแนะนำให้ผู้ป่วยนำเข็มที่ใช้แล้ว รวบรวมมาส่งคืนที่ห้องยา เพื่อนำไปเผากำจัดโดยเตาเผาพิเศษที่มีความร้อนสูง ซึ่งดิฉันมักจะเห็นว่าผู้ป่วยจะนำเข็มที่ใช้แล้ว รวบรวมใส่ถุงพลาสติกมา ซึ่งก็ดูเสี่ยงต่อการที่ปลอกเข็มจะหลุดออกแล้วทิ่มแทงออกนอกถุงมาทิ่มตำทั้งผู้ถือมาและผู้รับไว้จริง ๆ ค่ะ แต่มีผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งดิฉันจำได้ว่าเป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้อินซูลินขณะตั้งครรภ์ เธอนำเข็มมาส่งมอบให้ดิฉัน ตามภาพนี้…

Picture 002

…ดิฉันเห็นแล้วถึงกับอึ้งและทึ่งในความคิดสร้างสรรค์และความรอบคอบของเธอมาก..ก…ก……

ซึ่งต่อมาดิฉันได้พบว่า ภญ.ปิยวรรณ แห่งโรงพยาบาลลำปาง เคยได้เผยแพร่ความรู้ผ่าน web blog เสนอแนวทางทิ้งเข็มฉีดอินซูลินที่ใช้แล้วใส่ขวดน้ำเช่นกันนี้ไว้นานแล้ว ในเรื่อง รับผิดชอบต่อสังคม “ขวดทิ้งเข็ม ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ ท่านผู้อ่านท่านใดที่สนใจนำไปปฏิบัติตาม ดิฉันก็คิดว่าผู้เผยแพร่น่าจะยินดีและเต็มใจให้ลอกเลียนแบบแน่นอนเชียวค่ะ แบบอย่างดี ๆ นี้ ช่วยกันบอกต่อและนำไปใช้กันเถอะนะคะ

 

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก…

  1. http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/endocrine/DM/insulin_inj.html#.VMo1UtKUdEIม
  2. http://www.mims.com/

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่