ลูกเกเร

ข้อเท็จจริง 5 ข้อเกี่ยวกับการถูกล้อเลียนในมหาวิทยาลัย

สิ่งที่พ่อแม่ควรรู้เกี่ยวกับการล้อเลียนในมหาวิทยาลัย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ข้อเท็จจริง 5 ข้อเกี่ยวกับการถูกล้อเลียนในมหาวิทยาลัย

มีหลายคนเชื่อว่าการล้อเลียนนั้นเป็นเรื่องของเด็กและเมื่อพวกเขาเข้าสู่ระดับชั้นมัธยมแล้ว พวกเขาก็จะไม่เจอกับเรื่องเหล่านี้อีก แต่งานวิจัยมากขึ้นที่พบว่าการล้อเลียนนั้นกำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ และสามารถพบได้ในมหาวิทยาลัยหรือแม้กระทั่งในที่ทำงาน

ในความเป็นจริงแล้วการล้อเลียนเป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนในทุกช่วงอายุควรเตรียมตัวให้พร้อมที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าว หากคุณเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยหรือเป็นผู้ที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย นี่เป็นข้อเท็จจริง 5 ข้อเกี่ยวกับการล้อเลียนที่คุณควรรู้

1. การล้อเลียนนั้นไม่ได้หยุดแค่ที่โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย

แม้ว่าการล้อเลียนจำนวนมากนั้นจะเกิดขึ้นในช่วงที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่มัธยมศึกษาตอนปลาย แต่มีงานวิจัยชิ้นใหม่ที่ระบุว่าการล้อเลียนนั้นอาจจะไม่เคยมีช่วงที่หายไปเลย ความจริงก็คือหากผู้ที่ล้อเลียนนั้นไม่เคยได้รับการสอนให้รับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง หรือไม่เคยได้รับการอบรมเกี่ยวกับการที่ไปล้อเลียนคนอื่น มันก็จะกลายเป็นรูปแบบของพฤติกรรมของพวกเขา โดยเฉพาะหากนั่นทำให้พวกเขาได้รับผลที่พวกเขาต้องการ

ดังนั้นพ่อแม่ของนักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยควรจะต้องพูดคุยถึงปัญหานี้กับลูกของตน เด็กๆ ยังต้องการการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง, ทักษะการเข้าสังคมและทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องการล้อเลียนที่พบเจอในมหาวิทยาลัยหรือในที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีความมั่นใจและสามารถดูแลตัวเองได้นั้นก็เหมือนว่าได้รับชัยชนะไปแล้วครึ่งหนึ่งเมื่อพูดถึงการจัดการกับปัญหาเรื่องการล้อเลียน

2. การล้อเลียนทางออนไลน์ในระดับมหาวิทยาลัยนั้นกำลังเพิ่มขึ้น

มีงานวิจัยที่พบว่าการล้อเลียนทางออนไลน์นั้นกำลังเพิ่มขึ้นในระดับมหาวิทยาลัยและการล้อเลียนทางออนไลน์ส่วนมากที่นักศึกษามหาวิทยาลัยพบนั้นมักจะเกี่ยวกับเรื่องของความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น มีหลาย ๆ ครั้งที่การล้อเลียนทางออนไลน์นั้นเกี่ยวกับเรื่องข่าวลือต่าง ๆ รวมถึงการล้อเลียนทางเพศ มีเด็กหญิงนิสัยไม่ดีหลายคนที่จะมีพฤติกรรมเหล่านี้และใช้มันเพื่อเป็นบันไดในการเข้าสังคมหรือข่มขู่เด็กหญิงคนอื่น

พวกเขาอาจใช้การล้อเลียนทางออนไลน์เพื่อให้ได้เด็กผู้ชายที่พวกเขากำลังสนใจ ในขณะที่เด็กชายอาจใช้การล้อเลียนทางออนไลน์นี้ล้อเลียนเพื่อนผู้ชายคนอื่นและแสดงว่าตนเองนั้นเป็นคนที่เหนือกว่าหรืออาจจะใช้การล้อเลียนออนไลน์นี้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นหลังจากที่ถูกทิ้ง

3. การล้อเลียนในระดับมหาวิทยาลัยได้กลายเป็นปัญหาที่มีรูปแบบเฉพาะตัว

การล้อเลียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้นผู้ที่ถูกล้อเลียนอาจจะต้องเผชิญกับเรื่องดังกล่าวโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวหรือจากเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียงไม่เหมือนกับการล้อเลียนในระดับมัธยมศึกษา พวกเขาอาศัยอยู่ในมหาวิทยาลัยที่อยู่ห่างไกลจากบ้าน นอกจากนั้นการพยายามหลีกหนีจากเรื่องที่ถูกร้องเรียนนั้นก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากเมื่ออยู่ในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะหากผู้ที่ล้อเลียนนั้นเป็นเพื่อนร่วมห้องหรือเป็นเพื่อนร่วมหอพัก นักศึกษามหาวิทยาลัยยังอาจจะต้องเจอกับการถูกล้อเลียนโดยกลุ่มชมรมที่ยังสามารถพบได้ในปัจจุบัน กลุ่มชมรมดังกล่าวอาจจะเป็นกลุ่มอะไรก็ได้ตั้งแต่ทีมเล่นกีฬา ไปจนถึงกลุ่มอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัย อย่าลืมพูดคุยกับลูกของคุณเกี่ยวกับอันตรายที่อาจจะการถูกล้อเลียนโดยกลุ่มคนเหล่านี้และวิธีการตอบสนองต่อการล้อเลียน

4. เด็กมหาวิทยาลัยที่ถูกล้อเลียนนั้นมักรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากคนอื่น

ผลที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากการถูกล้อเลียนนั้นค่อนข้างรุนแรง มีงานวิจัยที่พบว่าเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยจะยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากคนอื่นโดยเฉพาะหากพวกเขาเรียนได้ไม่ดีในระดับมหาวิทยาลัย เด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยทุกคนต้องการการสนับสนุนแต่เด็กที่ถูกล้อเลียนนั้นอาจจะยิ่งต้องการสนับสนุนที่มากขึ้น

หากลูกของคุณกำลังถูกล้อเลียนที่มหาวิทยาลัยคุณควรพยายามลดความรู้สึกโดดเดี่ยวแปลกแยกเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น ไปเยี่ยมพวกเขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่งเสริมให้พวกเขาเข้าร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจจะทำให้เขาเข้ากับคนอื่นได้มากขึ้น และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในระดับมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการหาที่ปรึกษาให้กับลูกของคุณ การมีเพื่อนอย่างน้อย 1 หรือ 2 คนนั้นสามารถช่วยลดความโดดเดี่ยวที่ผู้ถูกล้อเลียนกำลังเผชิญอยู่ได้

5. เด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยที่ถูกร้องเรียนนั้นมักจะไม่พูดถึงประสบการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

มีเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยที่ถูกล้อเลียนหลายคนที่ไม่เคยบอกใครเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ มีหลายเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่บอกใคร ประการแรกก็คือมีหลาย ๆ ครั้งที่ผู้ตกเป็นเหยื่อนั้นได้รับความอับอายเวลาที่พูดถึงสิ่งที่พวกเขาถูกล้อเลียน การพูดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวนั้นทำให้พวกเขาต้องพูดถึงรายละเอียดที่น่าอับอายเกี่ยวกับสิ่งที่คนอื่นคิดหรือกำลังทำ นอกจากนั้นเด็กมหาวิทยาลัยอาจรู้สึกได้รับแรงกดดันมากกว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาเกี่ยวกับการตอบโต้การถูกล้อเลียนด้วยตนเอง เนื่องจากพวกเขามีความคิดว่าพวกเขากำลังโตเป็นผู้ใหญ่และพวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะจัดการกับเรื่องราวเหล่านี้ได้ด้วยตนเองและถึงแม้ว่านี่จะเป็นเรื่องจริงบางส่วน แต่การถูกล้อเลียนนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมักต้องการความช่วยเหลือ พ่อแม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยเฉพาะหากการล้อเลียนนั้นเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่