การสร้างวินัยให้เด็ก

4 วิธีที่จะทำให้เป็นผู้ปกครองที่มีความอดทนมากขึ้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 503188776 m

มีหลายเหตุการณ์ที่คุณต้องอดทน เช่น การรอโทรศัพท์เกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน หรือรอให้แต่ละวันในสัปดาห์ผ่านไปก่อนที่จะถึงวันศุกร์ แต่ไม่มีอะไรจะเป็นสิ่งที่ท้าทายความอดทนของคุณได้เท่ากับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของลูกของคุณเองอีกแล้ว

มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะหมดความอดทน ตะโกนและพูดบางสิ่งบางอย่างที่คุณไม่ได้ตั้งใจออกไป หรือแสดงพฤติกรรมไม่ดีแทนที่การพยายามควบคุมอารมณ์ สิ่งที่ดีก็คือ ขณะที่คุณกำลังพยายามพัฒนาพฤติกรรมของพวกเขา คุณก็ได้มีโอกาสพัฒนาพฤติกรรมของตนเองด้วย และนี่คือ 4 วิธีที่สามารถช่วยให้คุณเป็นผู้ปกครองที่มีความอดทนมากขึ้น

1. มองผ่านดวงตาของเด็ก

การเป็นผู้ใหญ่ทำให้เราต้องเร่งรีบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ความเร็วเป็นสิ่งที่ดี แต่หากเร็วได้มากกว่าเดิมก็ยิ่งดีกว่า แต่สำหรับเด็ก 5 ขวบแล้วพวกเขาไม่ได้คิดอย่างนั้น หากเขากำลังสนุกกับสิ่งที่กำลังทำ พวกเขาก็อยากจะทำสิ่งนั้นให้นานขึ้น แม้ว่าจะหมายถึงว่าต้องใช้เวลาเกินกว่าที่กำหนดไว้ก็ตาม และพ่อแม่ซึ่งมักจะเครียดก็อาจจะใช้เรื่องนี้มาเป็นบทเรียนจากลูก ลองทำทุกอย่างให้ช้าลงและมีความสุขกับระหว่างทางที่เกิดขึ้น

2. วางแผนล่วงหน้า

สำหรับเด็ก ๆ แล้วทุกสิ่งจะต้องใช้เวลานานมากกว่าที่คิดไว้เสมอไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวไปโรงเรียนหรือไปร้านค้า การวางแผนเผื่อเวลาล่วงหน้าจะทำให้คุณไม่ต้องรีบเร่งเพื่อให้ไปทันเวลา ควรวางแผนล่วงหน้าถึงสิ่งที่ลูกของคุณจะต้องใช้ เช่น เตรียมเสื้อผ้าตั้งแต่ตอนกลางคืน หรือจัดขนมใส่กระเป๋าเพื่อให้เด็กๆ ไม่ส่งเสียงดังขณะที่คุณกำลังซื้อของ

การฝึกความอดทนจะทำได้ง่ายขึ้นเมื่อคุณพร้อมที่จะเจอปัญหาที่คุณรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอกับอะไร

3. ระบุปัจจัยที่กระตุ้นความโกรธ

อาจไม่ใช่พฤติกรรมของเด็กที่ทำเสมอไปที่ทำให้คุณหมดความอดทน บางครั้งมันก็เป็นความหงุดหงิดที่ตามมาตั้งแต่ในที่ทำงานที่ทำให้คุณหมดความอดทนกับลูก หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังเหมือนคนรับใช้ (สำหรับลูกและคนอื่นๆ )

ดังนั้นเมื่อคุณเห็นลูกของคุณทิ้งเสื้อคลุมไว้ที่พื้นอีกครั้ง หรือว่าใช้เวลาแปรงฟันในตอนเช้านานเกินไปก็อาจจะทำให้คุณสติแตกได้ หากคุณพบกิจกรรมที่มักจะทำให้คุณสูญเสียความอดทนคุณอาจจะลองวางแผนการเล่นที่ช่วยให้คุณยังสงบอยู่ได้ซึ่งอาจจะเป็นวิธีการที่ช่วยลดความเครียดได้ด้วย เช่น การตั้งกฎภายในบ้านที่จะช่วยลดภาระของคุณ เช่น ให้ลูก ๆ เก็บของให้เข้าที่เมื่อกลับมาจากโรงเรียน และสร้างวิธีที่ทำให้คุณช่วยลดความเครียด เช่น พูดคุยกับเจ้านายเกี่ยวกับตารางการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

4. อดทนกับตัวเอง

ทุก ๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนที่ใจดีขนาดไหนก็ตามก็ล้วนแต่เคยหมดความอดทนด้วยกันทั้งนั้น นี่ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นพ่อแม่ที่แย่แต่หมายความว่าคุณก็เป็นคนคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามคุณอาจจะหมดความอดทนได้ง่ายยิ่งขึ้นหากคุณไม่ดูแลตัวเอง คิดถึงครั้งสุดท้ายที่คุณได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อตนเองไม่ว่าจะเป็นการออกไปทานข้าวเย็นกับเพื่อน ออกไปวิ่ง หรืออาบร้อน

ยิ่งคุณมีเวลาให้กับตัวเองน้อยลงเท่าไหร่ คุณก็จะหมดความอดทนกับทุกคนรอบตัวขึ้นได้ง่ายขึ้นเท่านั้น และเมื่อทุกอย่างล้มเหลว ควรเริ่มกลับมาที่วิธีการที่ง่ายที่สุดเช่นการนับ 1 ถึง 10 ก่อนที่จะพูดอะไรออกไป หายใจเข้าออกลึก ๆ ตลอดการนับ เพราะความอดทนเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อที่อาจจะยังไม่แข็งแรงมากนักในตอนนี้แต่เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะดีขึ้น

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก
การคลายความเครียดสำหรับเด็ก

การคลายความเครียดสำหรับเด็ก : จะทำให้การผ่อนคลายความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเด็กได้อย่างไร

การช่วยเหลือนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ให้ประสบความสำเร็จที่โรงเรียน
การช่วยเหลือนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ให้ประสบความสำเร็จที่โรงเรียน

8 ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นกุญแจที่จะช่วยให้ผู้สอนสามารถช่วยเหลือนักเรียนให้ประสบความสำเร็จ