มะเร็งและโรคร้าย

คุณรู้ระดับวิตามินดีของคุณหรือไม่?

ผู้ป่วยโรคเซลิแอค (Celiac disease) จำนวนมากมีการขาดวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายตัวนี้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
คุณรู้ระดับวิตามินดีของคุณหรือไม่?

ในผู้ป่วยหลายรายที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเซลิแอค (Celiac Disease) จะพบว่ามีการขาดวิตามินดี ซึ่งเป็นวิตามินที่สำคัญทั้งต่อความแข็งแรงของกระดูก และต่อระบบภูมิคุ้มกันทั้งหมด แต่ภาวะนี้ไม่ได้พบได้เฉพาะในกลุ่มผู้ที่เพิ่งวินิจฉัยโรคเซลิแอคเท่านั้น แต่ยังพบได้มากในผู้ใหญ่หรือเด็กที่เป็นโรคนี้ และรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตนอย่างเคร่งครัด

ภาวะขาดวิตามินดีพบได้ใน 64% ของผู้ชายและ 71% ของผู้หญิงที่เป็นโรคเซลิแอค ทำให้ภาวะนี้เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในโรคนี้ นอกจากนั้นยังเป็นภาวะที่พบได้ในประชากรทั่วไปด้วยเช่นกัน ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเซลิแอคนั้น อาจเกิดจากการไม่สามารถดูดซึมได้หรือการไม่โดนแสงหรือรับประทานไม่พอ ซึ่งถูกกระตุ้นจากอาหารที่ไม่มีกลูเตน เพราะว่าอาหารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่นั้นไม่มีการผสมวิตามินหรือแร่ธาตุเพิ่มลงไปเหมือนอาหารทั่วไป

นอกจากสาเหตุนี้ คุณควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือด และหากพบว่าต่ำ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานวิตามินเสริม

ภาวะการขาดวิตามินดีที่เกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารไม่ได้

ผู้ป่วยโรคเซลิแอคที่ยังไม่ได้เริ่มรับประทานอาหารที่ไม่มีกลูเตน และในผู้ป่วยบางคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารประเภทนี้อย่างเคร่งครัด จะทำให้ผนังลำไส้ฝ่อตัวจนเกิดการดูดซึมสารอาหารไม่ได้ หมายความว่าคุณไม่ได้รับวิตามินดีและสารอาหารอื่น ๆ จากอาหารและอาหารเสริมที่รับประทานเข้าไป

ภาวการณ์ขาดวิตามินดียังส่งผลให้เกิดการขาดแคลเซียมตามมา เนื่องจากไม่มีปริมาณวิตามินดีที่มากพอที่จะสามารถดูดซึมแคลเซียมในอาหารได้ โดยรวม ๆ กับพบว่าผู้ป่วยโรคเซลิแอคหลายคนหลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากเกิดภาวะแพ้แลคโตส (Lactose intolerance) ทำให้รับประทานแคลเซียมน้อย และมีความเสี่ยงต่อการเกิดการขาดแคลเซียมอยู่เดิม

อาการแสดงเช่นกระดูกบางหรือกระดูกพรุน

ผู้ป่วยที่มีการขาดวิตามินดีส่วนใหญ่ไม่มีอาการใด ๆ จึงอาจไม่มีการตรวจพบจนกระทั่งเกิดปัญหา

การขาดวิตามินดีอย่างรุนแรงสามารถทำให้เกิดโรคกระดูก เช่น โรค rickets ในเด็ก และโรค osteomalacia ในผู้ใหญ่ โรค rickets เป็นโรคที่กระดูกไม่พัฒนาอย่างเหมาะสมและทำให้แขนและขาของเด็กโค้ง ส่วนโรค osteomalacia คือการสูญเสียโครงสร้างของกระดูกทำให้เกิดอาการปวดและทำให้กระดูกอ่อนลง

ผู้ป่วยโรคเซลิแอคมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนลงซึ่งอาจนำไปสู่การหักได้

การขาดวิตามินดียังทำให้เกิดการปวดกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งอาจพบได้บ่อยกว่าปัญหาที่กระดูก แต่ผู้ป่วยโรคเซลิแอค มักมีอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อจากการรับประทานอาหารที่มีกลูเตน จึงอาจบอกยากว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการรับประทานกลูเตนโดยบังเอิญหรือจากสาเหตุอื่น

การวิจัยที่บอกความเชื่อมโยงของระดับวิตามินดีกับโรคมะเร็งและโรคแพ้ภูมิตนเอง

นักวิจัยทางการแพทย์ได้พบว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างระดับวิตามินดีที่ต่ำกับความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เพิ่มขึ้น เช่นมะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก ความดันสูง และโรคแพ้ภูมิตนเอง แม้ว่ายังไม่สามารถอธิบายเหตุและผลได้ นอกจากนั้น มีการศึกษาที่แสดงว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ค่อนไปทางขั้วโลกที่ได้รับแสงแดดน้อย มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 1, multiple sclerosis และโรคข้ออักเสบชนิดรูห์มาติก ถึงแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุ แต่แพทย์บางส่วนก็แนะนำให้มีการรับประทานวิตามินดีเสริมในผู้ป่วยกลุ่มนี้

อาจต้องรับประทานวิตามินดีในปริมาณสูงเพื่อทำให้ระดับวิตามินกลับมาปกติ

นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับระดับวิตามินดีที่เหมาะสม แต่หากมีน้อยกว่า 20 ng/mL จะถือว่าขาด และหากอยู่ระหว่าง 20-29 ng/mL อยู่ในระดับไม่เพียงพอ ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าระดับวิตามินดีที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 50-60 ng/mL

หากคุณเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเซลิแอค และมีการตรวจเพิ่มเติมพบว่ามีการขาดวิตามินดี แพทย์อาจแนะนำให้คุณรับประทานวิตามินดีทดแทนในปริมาณมาก เพื่อให้ระดับของวิตามินขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คุณไม่ควรรับประทานยาปริมาณมาก โดยไม่มีการติดตามอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์เพราะอาจเกิดการรับประทานวิตามินเกินขนาดได้

วิทยาลัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (The National Academy of Sciences) ได้กำหนดปริมาณวิตามินดีเสริมที่รับประทานได้มากสุดที่ 2000 IU ต่อวัน แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามงานวิจัย ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกาแนะนำปริมาณวิตามินดีที่ควรได้รับในแต่ละวันที่ 400 IU

ทั้งนี้ คุณสามารถรับการตรวจระดับวิตามินได้โดยไม่ผ่านแพทย์ แต่ผ่านทางกลุ่ม Vitamin D council ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่แสวงหากำไร เน้นเพื่อพัฒนางานวิจัยและเพิ่มการตื่นตัวของประโยชน์จากวิตามินดี แต่ถึงแม้คุณจะเข้ารับการตรวจผ่านองค์กรนี้ คุณก็ยังต้องมีการตรวจติดตามกับแพทย์ก่อนการเริ่มรับประทานวิตามินดีทดแทนในปริมาณมากอยู่ดี

หากโดนแสงแดดมากเพียงพอ จะทำให้มีวิตามินดีที่เพียงพอได้

คุณสามารถเพิ่มระดับวิตามินดีได้ผ่านการรับประทานอาหาร เช่น ปลาที่มีไขมันมาก และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมที่มีการเสริมวิตามินดี หรือโดยการใช้วิธีให้ตนเองโดนแดด

หากคุณโดนแดดประมาณ 20-30 นาที (หรือนานกว่าหากคุณมีผิวเข้ม) อย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่ได้สวมอะไรปิดบังผิวหนังในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง จะทำให้คุณสามารถสร้างวิตามินดีได้ในปริมาณที่เพียงพอ อย่างไรก็ตามควรระวังไม่ให้ตากแดดนานเกินไปจนเกิดการเผาผิวหนัง เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังโดยไม่ได้รับวิตามินดีเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่