Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

การติดเชื้อยีสต์ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,062,278 คน

Candidiasis ในแมว

Candida เป็นยีสต์ที่มีการย่อยน้ำตาล เป็นเชื้อที่สามารถพบได้ทั่วไปบริเวณปาก จมูก หู ทางเดินอาหาร และระบบสืบพันธุ์ แม่ว่าเชื้อนี้จะพบได้ทั่วไปแต่ก็มักจะเป็นเชื้อฉวยโอกาสทำลายเนื้อเยื่อของสัตว์ที่มีภูมิตก Candidiasis เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่หมายถึงการมีเชื้อยีสต์เจริญมากกว่าปกติ ซึ่งการติดเชื้อชนิดนี้สามารถติดได้กับแมวทุกอายุและสายพันธุ์ การติดเชื้ออาจเกิดเฉพาะที่หรือกระจายทั่วร่างกายก็ได้

อาการ

ความรุนแรงของอาการจะขึ้นจะอยู่กับความกว้างที่มีการติดเชื้อ ในกรณีที่มีการติดเชื้อในช่องหูอาการที่สามารถพบได้บ่อย คือ การสะบัดหัวและการเกาบริเวณหัว แต่ถ้าหากมีการติดเชื้อในช่องปากจะพบว่ามีปริมาณน้ำลายไหลมากกว่าปกติ แต่ถ้าหากมีการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ แมวจะมีการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ และยังมีการอักเสบที่บริเวณที่มีการแทงเส้น ผิวหนังมีการระคายเคือง แผลหลุมและเป็นไข้

สาเหตุ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ candida นั้นมีมากมาย แมวที่มีบาดแผลที่บริเวณผิวหนัง มีการถูกทำลายจากกานเผาไหม้และมีการอักเสบเป็นเนื้อตายจะมีปัจจัยเสี่ยงมากขึ้นสำหรับการติดเชื้อ อีกทั้งในรายที่มีการติดเชื้อ parvo virus FeLv และ FIV ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นกัน การคาเข็มให้น้ำเกลือก็ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อให้แมวอีกด้วย

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยการติดเชื้อ candida นี้สามารถวินิจฉัยได้หลายวิธีการ สัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัย โดยผลจากการตรวจจะบอกได้ว่าพบยีสต์อยู่ที่เนื้อเยื่อหรือไม่ รวมถึงจะทำการเก็บปัสสาวะมาเพื่อตรวจหาตัวยีสต์ ซึ่งมักจะพบร่วมกับแบคทีเรียถ้าหากมีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ  จากการตรวจปัสสาวะยังพบยีสต์หรือเชื้อราได้ ถ้าหากว่าสุนัขมีไข้ให้นำปลายเข็มไปทำการเพาะเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เนื้อเยื่อที่ติดเชื้อจะพบว่ามีลักษณะเป็นสีขาว เยิ้มคล้ายชีส

การรักษา

สำหรับการรักษามีการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ในรายที่เป็นเบาหวานจะต้องมีการควบคุมอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และจะต้องควบคุมภาวะ  hyperadrenocorticism ด้วย ถ้าหากพบว่าแมวมีการสอดเข็มคาไว้ให้ทำการเอาออก ยาที่ใช้เพื่อรักษาภาวะนี้มักใช้การทาบนผิวหนังที่มีการติดเชื้อ

การจัดการและความเป็นอยู่

ภายหลังจากที่อาการเริ่มทุเลาลงจะต้องทำการรักษาต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จากนั้นสัตวแพทย์จะทำการเก็บตรวจอย่างเพื่อเพาะเชื้อดูว่ารักษาหายจริงไหม เนื่องจากว่าโรค candidiasis มักจะมีสาเหตุที่เหนี่ยวนำการเกิด คือ เบาหวาน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือโรคเหล่านี้ต้องควบคุมได้

การป้องกัน

ในปัจจุบันยังไม่พบวิธีการป้องกัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม