การกินเพื่อสุขภาพ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับถั่วเหลือง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับถั่วเหลือง

เป็นที่ยอมรับกันว่าถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ดีมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ แต่ก็มีความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับถั่วเหลืองเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน เผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ตสู่สังคมเป็นวงกว้าง จนสร้างความสับสนและเกิดคำถามขึ้นมากมายว่า “ถั่วเหลืองดีจริงหรือ”

นักวิจัยเรื่องถั่วเหลืองมีความเห็นว่า งานวิจัยในอดีตจนถึงปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าข้อมูลที่ทำให้สับสนด้านลบนั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนเท่าใดนัก เช่น

เชื่อผิด ะต้องกินถั่วเหลืองมากๆ จึงจะได้ประโยชน์ที่ต้องการ

ความจริง องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดจะต้องบริโภคโปรตีนถั่วเหลืองวันละ 25 กรัม ซึ่งเท่ากับอาหารถั่วเหลืองวันละ 3-4 หน่วยบริโภค โดยเฉลี่ย 1 หน่วยบริโภคเท่ากับนมถั่วเหลือง 240 มิลลิลิตร หรือเต้าหู้ 90 กรัม ซึ่งจะให้โปรตีนประมาณ 6-8 กรัมต่อหน่วยบริโภค

นอกจากนี้ ถั่วเหลืองยังมีสารไอโซฟลาโวนส์ ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต่อการทำงานของร่างกาย งานวิจัยพบว่าช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนและโรคมะเร็ง

เชื่อผิด ถั่วเหลืองทำให้ระดับฮอร์โมนในเลือดผิดปกติ

ความจริง สารไอโซฟลาโวนส์ในถั่วเหลืองมีผลไม่มากต่อระดับฮอร์โมนในเลือดของทั้งหญิงและชาย แม้จะมีโครงสร้างคล้ายเอสโทรเจนแต่ทำงานต่างจากเอสโทรเจนในเลือด งานวิจัยไม่พบว่าการบริโภคถั่วเหลืองจะเปลี่ยนแปลงระดับเอสทอสเทอโรน (ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย) หรือปริมาณสเปิร์ม (น้ำอสุจิ) คุณภาพของสเปิร์มหรือองคชาตของเพศชาย แต่การวิจัยกลับพบว่า ชายและหญิงที่บริโภคไอโซฟลาโวนส์จากอาหารธรรมชาติวันละ 40-70 กรัม (เท่ากับอาหารถั่วเหลือง 2-4 หน่วยบริโภคต่อวัน) ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนหรือเอสโทรเจนอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับกลุ่มทดลอง

ผลวิจัยจำนวนมากกลับชี้ให้เห็นว่า ถั่วเหลืองช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก

เชื่อผิด ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือต้องการไม่ควรบริโภคถั่วเหลืองเพราะจะทำให้เป็นหมัน

ความจริง อาหารถั่วเหลืองไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์และปลอดภัยต่อการบริโภคระหว่างตั้งครรภ์

รายงานจากสถาบันสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในปี 2006 แนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ที่บริโภคถั่วเหลืองเป็นประจำจะได้รับปริมาณสารเจนิสตีน (Genistein) ต่ำ ซึ่งสารเจนิสตีนเป็นสารในกลุ่มไอโซฟลาโวนส์และมีปริมาณสูงในถั่วเหลือง แต่ก็มีผลต่อระบบการสืบพันธุ์ของหญิงตั้งครรภ์น้อยมาก ส่วนผลที่พบว่าเป็นหมันนั้นเป็นผลจากการทดลองในสัตว์ ซึ่งใช้สารเจนิสตีนระดับสูงในการทดลอง ชาวเอเชียบริโภคถั่วเหลืองสม่ำเสมอหลายชั่วคน แต่ไม่มีรายงานว่าทำให้เป็นหมันตรงกันข้าว กลับมีลูกหลานที่มีคุณภาพสูง

เชื่อผิด กินถั่วเหลืองทำให้เป็นมะเร็งเต้านม

ความจริง  แม้จะมีรายงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่พบสารเจนิสตีน ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสารไอโซฟลาโวนส์ที่สามารถกระตุ้นเนื้องอกในหนูทดลองที่ขาดภูมิต้านทานและมีเซลล์มะเร็วที่ไวต่อเอสโทรเจนได้ แต่ไม่มีข้อมูลยืนยันในคนที่ระบุว่าการบริโภคถั่วเหลืองกระตุ้นเซลล์มะเร็งหรือทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

การวิจัยชี้ว่า เป็นการยากที่จะนำผลการวิจัยในสัตว์ที่กินไอโซฟลาโวนส์ในปริมาณที่สูงมากมาสรุปว่าจะเกิดผลเช่นเดียวกับคน เพราะหนูผลิตฮอร์โมนเอสโทรเจนน้อยกว่าผู้หญิงมาก และความสามารถของสัตว์ในการสลายสารไอโซฟลาโวนส์นั้นแตกต่างจากคน ล่าสุดมีข้อมูลจากงานวิจัยโดยดอกเตอร์มาร์ค เมสซิน่า (Dr.Mark messina) แห่งมหาวิทยาลัยโลมา ลินดา (Loma Linda) สหรัฐอเมริกา รายงานว่า จากการตรวจชิ้นเนื้อเซลล์เต้านมก่อนและหลังได้รับสารไอโซฟลาโวนส์ พบว่าไม่มีผลต่อการเจริญของเซลล์เนื้องอกเต้านม

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่สนับสนุนการบริโภคถั่วเหลืองคือ หญิงที่บริโภคถั่วเหลืองมีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมลดลง การบริโภคถั่วเหลืองไม่ว่าจะอายุเท่าใด จะช่วยป้องกันมะเร็งเต้านมโดยเฉพาะได้ก็ต่อเมื่อบริโภคถั่วเหลืองในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาว การกินถั่วเหลืองในวัยเด็กเพียงวันละครั้งช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเมื่อเป็นผู้ใหญ่ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการกินถั่วเหลืองในวัยผู้ใหญ่ยังไม่ชัดเจนเท่ากับในวัยเด็ก แต่งานวิจัยที่ศึกษาในกลุ่มชาวจีนพบว่า ผู้ที่บริโภคถั่วเหลืองมากที่สุดมีโอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมน้อยที่สุด

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หญิงชาวเอเชียมีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมลดลง อัตราการเสียชีวิตมีเพียง 1/5 ของหญิงชาวตะวันตก สำหรับผู้ชายก็ได้รับประโยชน์จากการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากด้วยเช่นกัน ฉะนั้นถั่วเหลืองจึงปลอดภัยสำหรับหญิงที่มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือเป็นมะเร็งเต้านม งานวิจัยหลักในด้านมะเร็งของสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า หญิงที่รอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมสามารถบริโภคอาหารถั่วเหลืองเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพตั้งแต่ 2-3 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ถึง 3 หน่วยบริโภคต่อวันได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่นำผลิตภัณฑ์เสริมในรูปแคปซูล สำหรับผู้ใช้ยา Tamoxifen รักษามะเร็งเต้านมควรปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษาด้วย เนื่องจากงานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่าไอโซฟลาโวนส์ในปริมาณสูงจากแหล่งใดๆก็ตาม จะมีผลการเปลี่ยนแปลงฤทธิ์ยา Taxomifen

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป