Doctor men
เขียนโดย
ทีมสัตวแพทย์ HONESTDOCS
การดูแล

เป็นอะไรไป...น้องแมวกินได้ แต่ผอมลง?

แมวคุณอาจกำลังป่วย! เป็น 1 ใน 7 โรคต่อไปนี้ หากกินอาหารได้เหมือนปกติ แต่น้ำหนักลดลงๆ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 619,395 คน

เป็นอะไรไป...น้องแมวกินได้ แต่ผอมลง?

หากน้องเหมียวไม่สบาย อาการแรกที่พบมักจะเป็นซึม ไม่อยากอาหาร ซึ่งหากปล่อยไว้ย่อมทำให้น้ำหนักตัวลดลง แต่ทราบหรือไม่ว่า บางครั้งเจ้าเหมียวอาจกินอาหารได้ปกติ หรือกินมากกว่าปกติด้วยซ้ำ แต่น้ำหนักกลับลดลงได้เช่นกัน

การกินได้แต่น้ำหนักลดลงนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติ ยกเว้นกรณีของผู้เฒ่าแมว ที่การฝ่อลีบของกล้ามเนื้อเป็นความเสื่อมของร่างกายตามวัย อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้น้ำหนักตัวก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ เช่นกัน 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
คัดกรอง + ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ลด 15%

ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ฉีดอย่างไร ใครฉีดได้ ใครฉีดไม่ได้ สอบถามเราได้วันนี้

Istock 639878746

โดยทั่วไป ภาวะน้ำหนักตัวลด (Weight loss) เกิดจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานไม่เพียงพอต่อความต้องการเป็นระยะเวลานาน สาเหตุที่แมวน้ำหนักลดหรือผอมลงที่พบบ่อย เช่น

  • กินได้น้อยลงหรือเบื่ออาหาร 
  • ร่างกายมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น (เช่น ระยะตั้งท้อง ให้นม ช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต)
  • มีการเปลี่ยนอาหาร ซึ่งอาจทำให้กินน้อยลง หรือคุณภาพอาหารไม่ดีเท่าที่ควร 

ส่วนเจ้าเหมียวที่กินเก่งแต่น้ำหนักลด อาจเป็นเพราะมีปัญหาในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำพลังงานที่ได้จากอาหารไปใช้อย่างเต็มที่ หรืออาจมีอัตราการเผาผลาญอาหาร (Metabolic rate) สูงกว่าปกติ 

4 โรคยอดฮิตที่ทำให้แมวกินได้แต่ผอม

โรคเหล่านี้ทำให้แมวน้ำหนักลดหรือผอมลงได้ แม้ว่าจะดูเหมือนแมวกินอาหารเป็นปกติก็ตาม

1. ไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) 

เป็นภาวะที่น้องแมวมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์สูงกว่าปกติ พบได้บ่อยในแมววัยเจริญพันธุ์และแมวแก่ ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แน่ชัด แต่อาการที่พบบ่อยคือ กินเก่งหรือกินได้ปกติ แต่น้ำหนักตัวลด กินน้ำมาก (Polydipsia)  ปัสสาวะมาก (Polyuria) มีการเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ และหัวใจเต้นเร็ว สามารถวินิจฉัยได้โดยใช้การตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในกระแสเลือด

2. เบาหวาน (Diabetes mellitus) 

เจ้าเหมียวที่เป็นโรคนี้ เป็นผลมาจากตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งจัดเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ในคน ภาวะดังกล่าวทำให้ร่างกายไม่สามารถนำพลังงานจากอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ อาการที่พบคือ หิวตลอด กินตลอด แต่น้ำหนักตัวลด กินน้ำเยอะ ปัสสาวะเยอะ

ภาวะเบาหวานในแมวนี้ หากเจ้าของดูแลอย่างถูกวิธี และสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ภายใน 6 เดือน ก็มีโอกาสกลับมาเป็นปกติได้ อาจต้องมีการฉีดอินซูลินในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
คัดกรอง + ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก ลด 15%

ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ฉีดอย่างไร ใครฉีดได้ ใครฉีดไม่ได้ สอบถามเราได้วันนี้

Istock 639878746

เนื่องจากเจ้าเหมียวเป็นสิ่งมีชีวิตที่เครียดง่าย และความเครียดมีผลต่อระดับน้ำตาลโดยตรง ดังนั้นการตรวจพบระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเพียงครั้งเดียว ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเจ้าเหมียวป่วยเป็นเบาหวาน อาจจะต้องทำการตรวจซ้ำ หรืออาศัยค่า Fructosamine ช่วยประกอบการพิจารณา โดยฟรุกโตซามีน (Fructosamine) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่จับกับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้สามารถบอกค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลในกระแสเลือดในช่วง 2-3 สัปดาห์ได้ โดยที่ไม่ถูกกระทบจากความเครียด

3. Exocrine Pancreatic Insufficiency (EPI)

EPI เป็นภาวะที่ร่างกายขาดเอนไซม์จากตับอ่อนมาช่วยในการย่อย ในกรณีของแมว พบว่าจะสัมพันธ์กับภาวะตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง ภาวะนี้ทำให้ระบบย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดอาการน้ำหนักตัวลด (ทั้งที่อยากอาหารและสามารถกินได้) นอกจากนี้ยังพบอาการถ่ายเหลว มีไขมันปนออกมากับอุจจาระได้อีกด้วย

สำหรับการวินิจฉัย ทำได้โดยใช้ชุดตรวจ Feline Trypsin-like immunoreactivity (fTLI) และตรวจหาระดับความเข้มข้นของโคลาบามีน (Cobalamine) ในซีรัม

4. Inflammatory Bowel Disease (IBD)

IBD หมายถึงกลุ่มโรคที่มีการอักเสบของผนังลำไส้และระบบย่อยอาหารแบบเรื้อรัง โดยมีอาการมานานกว่า 3 สัปดาห์ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ การถ่ายพยาธิ และการปรับอาหาร แต่กลับตอบสนองต่อการใช้ยากดภูมิ (Immunosuppression drug) และยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) พบว่าในแมวที่ป่วยเป็น IBD จะมีความหลากหลายของชนิดของแบคทีเรียในทางเดินอาหารน้อยกว่าระดับปกติ อาการที่พบคือ กินอาหารได้ดี แต่น้ำหนักลด ร่วมกับอาการท้องเสีย อาเจียน

ไม่ว่าการกินอาหารได้แต่น้ำหนักลดจะเกิดจากสาเหตุใด สำหรับเจ้าเหมียวแล้ว หากพบว่าน้ำหนักลดลงเกินกว่า 10% ในแมวโต และเกินกว่า 5%ในแมวเด็ก ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเมื่อคำนวณออกมาแล้วจะพบว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ไม่กี่กรัมเท่านั้น เช่น แมวโตเต็มวัย น้ำหนักปกติ 4 กิโลกรัม เมื่อน้ำหนักลดลง 10% จะเท่ากับ 400 กรัม หรือเพียง 4 ขีด หรือในลูกแมว น้ำหนักปกติ 1.5 กิโลกรัม เมื่อน้ำหนักลดลง 5% จะเท่ากับ 75 กรัม ซึ่งเป็นค่าที่น้อยมาก ดังนั้นเมื่อพบความเปลี่ยนแปลง หรืออาการใดที่ผิดปกติ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เพื่อให้สามารถหาต้นเหตุ และให้การรักษาได้ทันเวลา

ที่มาของข้อมูล

The Feline Patient, Anthony P. Carr, Weight loss, 5th edition, 2018.

Textbook of Veterinary Internal Medicine, Sylvie Daminet, Polyphagia, 8th edition, 2017.

หนังสือเวชศาสตร์โรคแมว, สพ. ญ .ดร. รสมา ภู่สุนทรธรรม, Hyperthyroidism, 2561.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป