Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ทำไมผายลมถึงมีกลิ่นเหม็น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,800,980 คน

ทำไมผายลมถึงมีกลิ่นเหม็น

ผายลมนั้นเป็นกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกายที่ช่วยขับลมออกจากทางเดินอาหาร ถึงแม้ว่าในบางครั้งอาจจะไม่มีเสียงและไมมีกลิ่น แต่การผายลมก็อาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเวลาที่มีเสียงดังและกลิ่นเหม็นได้

การผายลมที่มีกลิ่นเหม็นนั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ อาหารหรือยาบางชนิดสามารถทำให้เกิดผายลมที่มีกลิ่นเหม็นได้ อย่างไรก็ตามมีบางกรณีที่การผายลมที่มีกลิ่นเหม็นนั้นอาจจะแสดงว่ามีการติดเชื้อ มีปัญหาในระบบย่อยอาหารหรือโรคอื่นๆ

สาเหตุที่ทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็น

มีสาเหตุจำนวนหนึ่งที่ทำให้ผายลมนั้นมีกลิ่นเหม็น ในกรณีส่วนใหญ่นั้นมักเกี่ยวกับอาหารที่รับประทาน แต่ในบางกรณีก็อาจจะเกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรงได้

อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง

อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงหลายชนิดสามารถทำให้คุณมีแก๊ซมากกว่าปกติได้ เนื่องจากร่างกายนั้นจะใช้เวลาในการย่อยอาหารเหล่านี้นานกว่า และทำให้เกิดการหมักขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

บางครั้งอาหารในกลุ่มนี้ก็มีกลิ่น ซึ่งเป็นผลให้ผายลมนั้นมีกลิ่นด้วย โดยเฉพาะในผักที่มีกลิ่นฉุนเช่น

  • บรอคโคลี่
  • Bok choy
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • กะหล่ำปลี

กลิ่นที่ออกมานั้นอาจจะคล้ายกับไข่เน่าเนื่องจากในอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงนั้นจะมีแก๊ซซัลเฟอร์ ซึ่งมีกลิ่นคล้ายกับไข่เน่า และผักหลายชนิดมีซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบ

หากการผายลมของคุณนั้นเกิดจากสาเหตุนี้ การเปลี่ยนอาหารที่รับประทานก็สามารถรักษาอาการให้หายได้

แพ้อาหาร

หากคุณมีอาการไวต่อมีปฏิกิริยาต่ออาหารบางชนิด อาจจะทำให้ผายลมออกมาเป็นกลิ่นเหม็นได้ ตัวอย่างเช่น ผู้ที่พร่องเอนไซม์แลคเตสนั้นไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ ทำให้น้ำตาลนั้นเกิดการหมักโดยแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้

การแพ้กลูเตนหรือโรคเซลิแอคนั้นก็สามารถทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็นได้เช่นกัน โรคเซลิแอคนั้นเป็นโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเองแบบหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นตอบสนองต่อโปรตีนกลูเตน ทำให้เกิดการอักเสบและทำลายลำไส้ ทำให้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ และเกิดอาการผายลมตามมา

นอกจากผายลมมีกลิ่นเหม็นแล้ว โรคเซลิแอคสามารถทำให้เกิดอาการอื่นๆ ได้เช่น

ควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมหากสงสัยว่ามีอาการแพ้อาหารหรือไวต่ออาหารบางชนิดที่อาจจะเป็นสาเหตุทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็น

ยา

ถึงแม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่ยาบางชนิดสามารถทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็นได้ ยาปฏิชีวนะนั้นเป็นยาที่กำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในร่างกาย แต่ก็มีการทำลายแบคทีเรียชนิดดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหารไปด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าไม่มีแบคทีเรียชนิดดีแล้วนั้นก็อาจจะทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็นได้ และอาจจะมีอาการท้องอืดและท้องผูกร่วมด้วย

การรักษานั้นจะต้องมีการเปลี่ยนยาที่ใช้ ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์และไม่สามารถเปลี่ยนได้เอง

ท้องผูก

ท้องผูกแสดงว่าคุณกำลังมีอุจจาระสะสมอยู่ภายในลำไส้ หากคุณไม่มีการขับถ่ายเป็นประจำ ก็จะทำให้มีแบคทีเรียสะสมอยู่ภายในและเกิดกลิ่นได้ ทำให้ผายลมมีกลิ่นเหม็น และถ่ายลำบาก

การใช้ยาระบายทั่วไปนั้นสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้

การสะสมเชื้อแบคทีเรียและการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

เวลาที่ร่างกายนั้นมีการย่อยอาหาร ก็จะมีการสกัดสารอาหารออกมาก่อนจะดูดซึมเข้ากระแสเลือด ก่อนที่ของเสียที่เหลือนั้นจะถูกส่งไปยังลำไส้ใหญ่ การที่เกิดความผิดปกติกับกระบวนการย่อยอาหารนั้นจะทำให้แบคทีเรียมีจำนวนมากขึ้นได้

แบคทีเรียบางชนิดสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในลำไส้และระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแก๊ซในทางเดินอาหารมากกว่าปกติและมีกลิ่นเหม็น ผู้ที่มีการติดเชื้อในระบบย่อยอาหารนั้นมักจะมีอาการปวดท้องและท้องเสียร่วมด้วย

ควรไปพบแพทย์หากมีการติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะแพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อใช้ในการรักษา

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผายลมที่มีกลิ่นเหม็นได้แต่พบได้ค่อนข้างน้อย เวลาที่มีเนื้องอกหรือติ่งเนื้อเกิดขึ้นในทางเดินอาหาร อาจจะทำให้เกิดการอุดตันในทางเดินอาหารบางส่วน ส่งผลให้มีแก๊ซสะสมและทำให้ท้องอืด

หากคุณเริ่มมีอาการผายลมมีกลิ่นและแน่นท้อง และการเปลี่ยนอาหารหรือยานั้นไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้นควรไปตรวจกับแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจส่องกล้องทางทวารหนักหรือไม่ การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นมีได้หลายแบบขึ้นกับระยะของโรค ซึ่งอาจจะประกอบด้วยการผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกออกและการให้ยาเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง

ภาวะแทรกซ้อน

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ การที่ผายลมมีกลิ่นหรือไม่มีกลิ่นนั้นก็มักจะไม่ได้เป็นภาวะฉุกเฉินแต่อย่างใด แต่ถ้าหากมีอาการผายลมร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ควรไปพบแพทย์ทันที ตัวอย่างอาการที่คุณอาจจะพบร่วมกับการที่ผายลมมีกลิ่นเหม็นเช่น

  • ปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ท้องอืด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • กลั้นอุจจาระไม่ได้
  • อุจจาระเป็ฯเลือด
  • น้ำหนักลด
  • มีไข้

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป