Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

ทำไมเจ้าตูบถึงมีน้ำมูกไหล?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,796,370 คน

ทำไมเจ้าตูบถึงมีน้ำมูกไหล?

การมีน้ำมูกไหลไม่ได้เป็นอาการที่พบได้ในคนเท่านั้น แต่เจ้าตูบที่บ้านของคุณก็อาจมีอาการดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งมันสามารถเป็นเรื่องใหญ่ได้ค่ะ เพราะสุนัขมีตัวรับกลิ่นมากถึง 220 ล้านตัว เมื่อเทียบกับคนซึ่งมีแค่ประมาณ 5 ล้านตัว อย่างไรก็ตาม การมีน้ำมูกในสุนัขสามารถเป็นสัญญาณพื้นๆ อย่างการที่สุนัขรู้สึกตื่นเต้นเมื่อคุณกลับบ้านไปจนถึงปัญหาร้ายแรงอย่างการเป็นโรคมะเร็ง

สาเหตุและวิธีรักษา

โดยทั่วไปแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับน้ำมูกที่มีสีใสในสุนัข เว้นเสียแต่ว่ามีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย สำหรับสาเหตุทั่วไปของการมีน้ำมูกในสุนัขมีดังนี้

1.ภูมิแพ้

หากเจ้าตูบมีน้ำใสๆ ออกมาจากจมูก มันก็เป็นไปได้ว่าเขาเป็นโรคภูมิแพ้ ซึ่งถือเป็นสาเหตุพื้นฐานที่สุด สุนัขก็มีความเหมือนกับมนุษย์ตรงที่มันก็สามารถแพ้เกสรดอกไม้ อาหาร ยา เห็บ สปอร์ และสารเคมี นอกจากนี้สุนัขยังสามารถแพ้สะเก็ดผิวของมนุษย์ได้อีกด้วย ทั้งนี้อาการแพ้ในสุนัขไม่ได้หยุดแค่การมีน้ำมูกไหล แต่มันยังทำให้สุนัขจาม ไอ คัน เลือดออกทางจมูก และมีปัญหากับการหายใจ

อย่างไรก็ดี วิธีรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดโรคดังกล่าว ซึ่งมันอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะหากคุณไม่รู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังของอาการ ทั้งนี้ให้คุณลองปรึกษาสัตวแพทย์ ซึ่งเขาอาจแนะนำให้สุนัขทดสอบภูมิแพ้ หรือรักษาด้วยยา ตัวอย่างเช่น ยาแอนตี้ฮีสตามีน ยากดภูมิคุ้มกัน ยาสเตียรอยด์ ฯลฯ

2.มีบางสิ่งอุดตันอยู่ในจมูก

การมีน้ำมูกไหลออกมาจากรูจมูกข้างใดข้างหนึ่งมักเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีบางสิ่งติดอยู่ภายใน อย่างเมล็ดพันธุ์หรือหญ้า สำหรับอาการอื่นๆ ประกอบไปด้วย การจาม การนำมือมาถูที่จมูก และการมีเลือดออกมาจากจมูก หากคุณสังเกตเห็นว่ามีบางสิ่งติดอยู่ข้างในจมูก ให้คุณค่อยๆ นำมันออกมา โดยใช้แหนบ หรือพาไปพบสัตวแพทย์ นอกจากแพทย์จะนำสิ่งแปลกปลอมออกมาจากจมูกของสุนัขแล้ว เขาก็อาจจ่ายยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

3.การติดเชื้อ

เมือกหรือหนองสามารถบ่งบอกได้ว่าสุนัขติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา นอกจากนี้สุนัขอาจมีกลิ่นเหม็น มีเลือดออกจากจมูก ไอ หรือสำลัก ซึ่งวิธีที่ใช้รักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สัตวแพทย์ก็อาจจ่ายยาปฏิชีวนะให้หลายสัปดาห์ แต่หากเกิดจากการติดเชื้อรา คุณก็อาจต้องใช้ยาต้านเชื้อรา หรือในกรณีที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง สุนัขก็อาจต้องผ่าตัด

4.ติ่งเนื้อหรือเนื้องอก

เลือด หนอง หรือเมือก สามารถเป็นสัญญาณที่บอกว่าสุนัขมีติ่งเนื้อในจมูก หรือมีเนื้องอก นอกจากนี้สุนัขอาจมีอาการอื่นๆ ซึ่งประกอบไปด้วย การหายใจมีเสียง หรือจมูกข้างใดข้างหนึ่งนูน เบื่ออาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การรักษาติ่งเนื้อมักทำโดยใช้วิธีผ่าตัด แต่หากเป็นมะเร็ง สัตวแพทย์ก็มักใช้วิธีฉายรังสี

5.มีปัญหากับรูจมูก

สุนัขบางตัวมีแนวโน้มที่จะมีน้ำมูกมากกว่าตัวอื่น โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์หน้าสั้น และสุนัขที่มีกระดูกอ่อนของจมูกที่นุ่มและหย่อน นอกจากนี้การหายใจมีเสียงก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของการมีน้ำมูก อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งสุนัขที่มีรูจมูกเล็ก หรือมีปัญหากับกระดูกอ่อนอาจจำเป็นต้องผ่าตัด

6.โรคไข้หัดสุนัข

โรคไข้หัดสุนัขสามารถทำให้มีของเหลวสีเหลืองไหลออกมาจากจมูก รวมถึงทำให้สุนัขมีไข้ เป็นโรคปอดบวม กระตุก และชัก สำหรับวิธีรักษาโรคไข้หัดสุนัขนั้นขึ้นอยู่กับอาการ และอาจต้องใช้ยาต้านชัก ยาปฏิชีวนะ ยากล่อมประสาท  ยาแก้ปวด คุณสามารถป้องกันโรคนี้โดยพาลูกสุนัขไปฉีดวัคซีน 3 ครั้งในระหว่างที่เขามีอายุ 8-16 สัปดาห์ และสุนัขตัวเมียที่จะต้องผสมพันธุ์

วิธีหยุดเลือดกำเดาไหลในสุนัข

การจามที่เกิดจากการแพ้ การติดเชื้อ การมีสิ่งแปลกปลอมติดในจมูก ติ่งเนื้อ หรือโรคที่ทำให้มีเลือดออก ล้วนแต่ทำให้เกิดเลือดออกมาจากจมูก คุณสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดย

  • ปลอบสุนัขและทำให้เขาสงบ
  • ใช้ทิชชู่ซับเลือดที่ออกมาจากจมูก
  • ทำการประคบเย็นที่ด้านบนจมูกของสุนัข
  • อย่าจับหัวของสุนัขเอนไปด้านหลัง หรือนำสิ่งใดก็ตามแหย่เข้าไปในจมูก
  • รีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ในกรณีที่เลือดยังไม่หยุดไหลภายใน 3-4 นาที

อย่างไรก็ตาม คุณควรหมั่นสำรวจจมูกของสุนัขเสมอว่ามีของเหลวที่ผิดปกติออกมาจากจมูกหรือไม่ ซึ่งหมายความรวมถึงเลือด และให้สังเกตว่าสุนัขมีจมูกแห้งเกินไป มีซีดกว่าปกติ และหายใจแตกต่างจากเดิมหรือไม่ หากรูจมูกบานกว่าปกติ มันก็สามารถเป็นสัญญาณที่บอกว่าการหายใจมีปัญหา หากพบความผิดปกติดังกล่าว คุณก็ควรรีบพาเขาไปตรวจร่างกายค่ะ

ที่มา: https://pets.webmd.com/dogs/my...


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป