ออกกำลังกายกับครอบครัว

เมื่อไรที่เด็ก ๆ ควรจะเริ่มเข้าแข่งขันกีฬา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
เมื่อไรที่เด็ก ๆ ควรจะเริ่มเข้าแข่งขันกีฬา

หากลูกของคุณกำลังสนใจหรือไปได้ดีกับการเล่นกีฬา คุณอาจจะสงสัยว่าเมื่อไรที่ควรจะให้พวกเขาแข่งขันแบบเป็นทีมหรือแข่งขันเดี่ยว ? คำตอบอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความกดดันที่เด็กแต่ละคนจะรับได้ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจต่อไป

พวกเขาโตพอที่จะเล่นกีฬาแบบแข่งขันได้หรือยัง ?

ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาในเด็กและพัฒนาการของเด็กให้คำแนะนำว่า เด็ก ๆ จะพร้อมสำหรับการแข่งขันเมื่อพวกเขาอายุอย่างน้อย 8 ปี โดยก่อนหน้านั้นพวกเขาจะไม่สามารถทนกับความเครียดที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งที่มีการชนะ การแพ้ ความกดดันระหว่างคะแนน ซึ่งส่งผลกับการเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ของพวกเขาได้ ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 8 ปี พวกเขาควรเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและความสนุกสนาน อาจมีบ้างที่เล่นกีฬาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นนักกีฬาต่อไป

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจะพร้อมสำหรับการเล่นกีฬาแบบแข่งขันทันทีที่พวกเขาอายุครบ 8 ปี เด็กหลายคนต้องใช้เวลาจนพวกเขาอายุถึง 10 ปี เพื่อที่จะเข้าใจการแข่งขัน เพราะบางครั้งมันก็เป็นเรื่องยากในการเรียนรู้ที่จะแพ้ ในเมื่อคุณได้พยายามเตรียมพร้อมมาเต็มที่แล้ว

ตามหลักการของพัฒนาการเด็กแล้วนั้น การที่เด็กจะสามารถเล่นกีฬาแบบแข่งขันได้ พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองและมีสมาธิมากพอ พวกเขาต้องโตพอที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจกฎกติกาและเคารพผู้ฝึกสอน

ยกตัวอย่างเช่น หากลูกของคุณสนใจกีฬาฟุตบอลมาก แต่เขาไม่มีความอดทนพอที่จะฝึกฝนซ้ำไปซ้ำมา เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะร่วมทีมลงแข่งขัน

ในกีฬาที่มีการปะทะ เช่น ฟุตบอล เด็ก ๆ ควรมีอายุอย่างน้อย 11-12 ปี หรือเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา เพื่อลดโอกาสในการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นระหว่างการปะทะในการเล่นกีฬาเหล่านี้ นอกจากนั้นหากลูกของคุณเล่นกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือเล่นในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในทีมมาตลอดตั้งแต่อายุยังน้อย อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ ๆ ได้มากกว่าเด็กทั่วไป

ลูกของคุณจะมีความสามารถมากพอที่จะลงแข่งขันหรือไม่ ? หรือพวกเขาจะได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันเหล่านั้น ?

ความหลงใหลในสิ่งหนึ่ง ๆ ไม่ได้มีค่าเท่ากับความเชี่ยวชาญในสิ่งนั้นเสมอไป

ลูกของคุณอาจชอบบาสเก็ตบอลมาก แต่สุดท้ายได้แต่นั่งในที่นั่งสำรองตลอดการแข่งขันเนื่องจากเข้าร่วมกับทีมที่มีความสามารถสูงกว่าเขามากเกินไป

ทีมที่เข้าแข่งขันมักจะตั้งเป้าหมายไว้ที่การชนะการแข่งขันในแต่ละครั้ง นั่นหมายถึงนักกีฬาที่มีความสามารถน้อยกว่ามักจะไม่ได้ลงเล่นในการแข่งขันนั้น ๆ

Jim Thompson ผู้อำนวยการบริหารของ Positive Coaching Alliance (PCA) โครงการที่สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการเล่นกีฬา แนะนำให้ผู้ปกครองมองหาครูฝึกและทีมที่เน้นด้านการฝึกฝนทักษะการเรียนรู้มากกว่าการมุ่งมั่นเอาชนะเพียงอย่างเดียว

โดยมีหลักการที่ย่อว่า ELM ซึ่งเป็นการที่ผู้เล่นจะต้อใช้ความพยายาม (Effort), การเรียนรู้ (Learning) และการตอบสนองต่อความผิดพลาด (Mistake) ซึ่งเป็นปัจจัยที่พวกเขาควบคุมได้ต่างกับการแพ้ชนะ

โดย Thompson กล่าวว่า “สำหรับเด็ก ๆ อายุ 8-10 ปี พวกเขาไม่ได้สนใจผลของการแข่งขันมากไปกว่าการที่พวกเขารู้ว่า พวกเขาเล่นเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ หรือพวกเขาเล่นได้ดีกว่าหรือไม่ ? ความมุ่งมั่นเอาชนะที่ดีที่สุดคือมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาความสามารถ ซึ่งการเอาชนะที่ง่ายที่สุดคือการเอาชนะทีมที่ด้อยกว่า แต่คุณจะได้อะไรจากมันล่ะ ? ”

ลูกของคุณอยากเล่นกีฬาที่เป็นการแข่งขันจริงหรือ ?

ก่อนที่จะเริ่มต้นจัดการสิ่งใด ๆ คุณต้องมั่นใจก่อนว่าลูกของคุณอยากทำสิ่งนั้นจริง ๆ ไม่ใช่การลงเล่นในทีมเพราะมีเพื่อนไปด้วยกัน หรือเป็นความต้องการของผู้ปกครองเอง (ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว) ที่บีบบังคับให้เด็ก ๆ ลงเล่นในทีมนั้น ๆ ซึ่งหากพวกเขาต้องการที่จะเข้าร่วมในการแข่งขันจริง ๆ นั่นเป็นสิ่งที่ดี แต่หากคำตอบคือไม่ พวกเขายังมีทางเลือกอื่นที่จะเล่นกีฬาที่พวกเขาชอบโดยไม่ต้องมีการแข่งขันได้ โดยลงเล่นในทีมที่ไม่ได้มีการแข่งขันสูง หรือแข่งเล่น ๆ กับเพื่อนและครอบครัว

นอกจากนั้น การพิจารณาว่าจะลงแข่งขันแบบประเภททีมหรือเดี่ยวก็เป็นสิ่งจำเป็น ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคน เด็กบางคนชอบบรรยากาศของการเล่นเป็นทีม ส่วนบางคนชอบที่จะควบคุมชะตาชีวิตของตนเอง บางคนคิดว่าการเล่นเป็นทีมจะช่วยลดความกดดันลง ส่วนบางคนจะกังวลมากขึ้น กลัวว่าจะทำให้เพื่อนร่วมทีมผิดหวัง

ลูกของคุณอยากแข่งขันด้วยเหตุผลใด ?

การแยกแยะระหว่างการแข่งขันเพื่อชัยชนะหรือการแข่งขันเพื่อพัฒนาตนเองเป็นสิ่งสำคัญ การแข่งขันเพื่อชัยชนะคือการเล่นให้ดีและโดดเด่นกว่าคนอื่น ส่วนการแข่งขันเพื่อพัฒนาตนเองเป็นการเล่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของตัวเอง

จากการศึกษานักเรียนชั้นมัธยมปลายที่เป็นนักกีฬา 110 คน พบว่านักกีฬาที่ตั้งเป้าหมายของการแข่งขันไว้ที่การพัฒนาตนเองจะได้ประโยชน์มากกว่าในด้านการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองและการลดความซึมเศร้า

นักกีฬาที่แข่งขันเพื่อชัยชนะก็สามารถผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้ โดยเป้าหมายของพวกเขาอยู่ที่การตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แทนที่จะตั้งเป้าเพียงแค่การเอาชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่น นอกจากนั้นการแข่งขันเพื่อพัฒนาตนเองยังช่วยให้ปัญหาเรื่องการชนะหรือแพ้เป็นเรื่องรอง โดยเปลี่ยนความสำคัญของการชนะหรือแพ้ไปเป็นการผลักดันให้แต่ละคนไปถึงเป้าหมายของตน ซึ่งการแข่งขันเพื่อพัฒนาตนเองนี้ ยังเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า การแข่งขันกับตนเองเพื่อการพัฒนา หรือ task-oriented,, need to perform well

คุณสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านการสร้างความมั่นใจจากการแข่งขันได้ โดยเน้นที่การเสริมสร้างทักษะ เช่น การชื่นชมที่พวกเขาทำได้ดีที่สุดแล้วแม้จะไม่ได้รับชัยชนะ หรือการเรียนรู้ความผิดพลาดและการแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อทีม แม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่ได้ชนะในการแข่งขันนั้นก็ตาม นอกจากนั้นการบอกพวกเขาว่าคุณภาคภูมิใจมากเท่าใดที่เขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงแค่การได้รับชัยชนะ

ครอบครัวของคุณพร้อมหรือไม่สำหรับกีฬาที่มีการแข่งขัน

หากลูกของคุณเข้าร่วมกับทีมใด ๆ โดยเฉพาะการเข้าร่วมทีมของคนรวยหรือทีมที่มีการท่องเที่ยวบ่อย คุณอาจจำเป็นต้องเตรียมตัวในเรื่องเวลาและจำนวนเงินที่ต้องใช้ นอกเหนือจากการรับส่งลูกของคุณระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขันแล้ว คุณอาจจำเป็นต้องสนับสนุนทีมหรือสโมสรนั้น ๆ ด้วย

Darell Hammond CEO ของ play advocacy group กล่าวว่า ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่คุณต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่การแข่งขันทำให้ลูกของคุณมีเวลาทำอย่างอื่นน้อยลง หรือการแข่งขันไปขัดขวางจินตนาการของพวกเขา เป็นต้น Hammond กล่าวค้านไว้ในวารสาร The Huffington Post  ในเรื่องที่ว่าการอยู่ในทีมที่มีการจัดการที่ดีจะมีการกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับเด็ก ๆ แต่หากพวกเขาเล่นกันเอง พวกเขามีแนวโน้มที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นเอง ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เช่น การเล่นสเก็ตบอร์ด แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยง แต่เป็นการเสริมสร้างจินตนาการ การประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และการแสดงออก

ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนให้เล่นกีฬาที่มีความเสี่ยง แต่คุณอาจจำเป็นต้องกำหนดเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้เด็ก ๆ มีเวลาว่างสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่