การคุมกำเนิด

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินต้องกินตอนไหน ถึงให้ประสิทธิภาพสูงสุด?

ควรกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินตอนไหนถึงจะได้ผลมากที่สุด วิธีการกินยาที่ถูกต้อง และถ้าไม่ได้กินตามกำหนด ควรทำอย่างไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 824,937 คน

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินต้องกินตอนไหน ถึงให้ประสิทธิภาพสูงสุด?

แม้ว่าในปัจจุบันจะทางเลือกในการคุมกำเนิดหลากหลายวิธี ซึ่งสะดวก ปลอดภัย ได้ประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน แต่ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินก็ยังมีหลายคนเลือกใช้ สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยคำถามหนึ่งที่พบบ่อย ได้แก่ ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน? เภสัชกรแนะนำว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีส่วนประกอบของลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) นั้น ให้รับประทานภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิผลในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงสุด ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การรับประทานยาลีโวนอร์เจสเตรลภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่าการรับประทานหลังจาก 72 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลไกของลีโวนอร์เจสเตรลคือยืดระยะเวลาการตกไข่ เพื่อไม่ให้เกิดการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่ ยิ่งรับประทานได้เร็ว ประสิทธิผลในการป้องกันก็จะยิ่งสูงมากขึ้น

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่วางจำหน่ายในประเทศไทย

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นยาคุมกำเนิดที่มีส่วนประกอบของลีโวนอร์เจสเตรล มีทั้งยี่ห้อที่วางจำหน่ายในรูปแบบ 1 เม็ด และแบบ 2 เม็ด ได้แก่

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29
ยี่ห้อที่มีวางจำหน่าย บริษัทผู้ผลิต รูปแบบยา
Tansy One Exeltis ยาเม็ด ประกอบด้วย Levonorgestrel ขนาด 1.5 มิลลิกรัม จำนวน 1 เม็ด
Jus One พอนด์ เคมีคอล
Madonna Millimed
Madonna Biolab ยาเม็ด ประกอบด้วย Levonorgestrel ขนาด 0.75 มิลลิกรัม จำนวน 2 เม็ด
Postinor 2 Gedeon Richter
Mary Pink ไบร์วู๊ดฟาร์มาซูติคอล
Ladynore Biolab

ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน?

จากตารางด้านบนจะเห็นว่า ยาคุมฉุกเฉินมีแบบ 1 เม็ด กับ 2 เม็ด โดยแต่ละแบบของยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ดูรายละเอียดได้ดังนี้ 

  1. ชนิด 1 เม็ด ให้รับประทานภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน หรือสงสัยว่าการป้องกันการคุมกำเนิดไม่ได้ผล
  2. ชนิด 2 เม็ด ให้รับประทานเม็ดแรก ภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน หรือสงสัยว่าการป้องกันการคุมกำเนิดไม่ได้ผล (รับประทานเม็ดใดก่อนก็ได้) หลังจากนั้น 12 ชั่วโมง ให้รับประทานอีก 1 เม็ดที่เหลือ

กรณีรับประทานยาเม็ดแรกของคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด จากนั้นยาเม็ดที่เหลือหายไป หรือลืมไว้ที่อื่น สามารถหาซื้อยาแผงใหม่ที่เป็นยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ดมารับประทานทดแทนกันได้ ยี่ห้อไม่เหมือนเม็ดแรกก็ได้ ให้รับประทานเม็ดใดก็ได้ 1 เม็ดเป็นเม็ดที่ 2 ต่อจากแผงเก่า จะให้ผลการคุมกำเนิดแบบเดียวกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมักสงสัยได้แก่ ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ก่อนหรือหลังกินข้าวดีกว่ากัน? สำหรับข้อสงสัยนี้ เภสัชกรแนะนำว่าสามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉินที่มีลีโวนอร์เจสเตรลเป็นตัวยาสำคัญพร้อมอาหาร หรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ แต่หากรับประทานก่อนนอนก็จะช่วยลดผลข้างเคียงที่กินยาแล้วคลื่นไส้อาเจียนได้ส่วนหนึ่ง

ยาคุมฉุกเฉินชนิด 1 เม็ดกับ 2 เม็ดแตกต่างกันอย่างไร

การผลิตยาในรูปแบบ 1 เม็ด ก็เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยาเม็ดที่ 2 จากการศึกษารูปแบบงานวิจัยเชิงสังเคราะห์แห่งหนึ่งพบว่า การรับประทานยาคุมกำเนิดชนิด 1 เม็ด ที่ประกอบด้วยลีโวนอร์เจสเตรลขนาด 1.5 มิลลิกรัม ให้ประสิทธิผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ต่างจากการแยกรับประทานยาคุมกำเนิดชนิด 2 เม็ด ที่ประกอบด้วยลีโวนอร์เจสเตรลขนาด 0.75 มิลลิกรัม

ดังนั้น หากกลัวจะลืมรับประทานยาเม็ดที่ 2 แนะนำให้ใช้ยาชนิด 1 เม็ด หรือรับประทานขนาด 0.75 มิลลิกรัมครั้งเดียว 2 เม็ดพร้อมกัน ก็ให้ผลในการคุมกำเนิดเช่นเดียวกัน

วิธีแก้ไขหากไม่ได้รับประทานยาคุมในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงได้ ก็ให้รีบรับประทานทันทีที่สะดวก โดยระยะเวลาสูงสุดที่มีการศึกษาคือ 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน แม้ประสิทธิผลในการคุมกำเนิดจะลดลงไปมาก คือไม่สามารถรับรองผลว่าจะสามารถคุมกำเนิดได้ 100% แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพมากกว่าการไม่รับประทานยาเลย

โฆษณาจาก HonestDocs
ปัญหากวนใจของหลายคน ถ้ารักษาอย่างถูกวิธีก็มีโอกาสหาย ใบหน้ากระจ่างใส!

แพ็คเกจรักษาสิวเริ่มต้น 400 บาท ลดสูงสุด 50%

%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a7internal ad %281%29

วิธีการแก้ไขในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉินได้ตามที่กำหนด หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดการตั้งครรภ์ คือการปรึกษาแพทย์ ซึ่งสามารถให้คำตอบได้ชัดเจนที่สุด

กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยจะส่งผลเสียต่อมดลูกหรือไม่?

การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินทำให้ร่างกายได้รับปริมาณของลีโวเจสเตรลที่อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และยังมีการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องของการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ต่อการเพิ่มโอกาสของการเกิดมะเร็งเต้านม แพทย์จึงแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินไม่เกินเดือนละ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่า กลุ่มที่รับประทานยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะมีรอบเดือนในช่วงสามสัปดาห์แรกสั้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน และส่งผลให้ประจำเดือนในรอบถัดไปมานานกว่าปกติ

มีสัญญาณอะไรบอกหรือไม่ว่ากินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ผลแล้ว?

แม้จะรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ถูกต้องทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้มีการรับรองว่าจะคุมกำเนิดได้ 100 % มีสัญญาณแรกที่อาจบอกได้ว่าการคุมกำเนิดไม่สำเร็จ คือ ประจำเดือนไม่มาตามกำหนด วิธีการที่จะตรวจสอบว่ายาคุมกำเนิดฉุกเฉินนั้นได้ผลหรือไม่ คือการตรวจการตั้งครรภ์เท่านั้น ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 14 วัน เพราะการตรวจก่อนหน้านั้นอาจให้ผลเป็นลบ ถึงแม้จะเกิดการตั้งครรภ์ก็ตาม

ที่มาของข้อมูล

  1. James Trussell et al., Emergency Contraception: A Last Chance to Prevent Unintended Pregnancy, Princeton University, January 2019.
  2. Cheng et al., Interventions for emergency contraception (https://www.cochranelibrary.com/cdsr/doi/10.1002/14651858.CD001324.pub4/full), 15 August 2012
  3. World Health Organization, Emergency contraception (https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/emergency-contraception), 2 February 2018
  4. Shohel et al., A systematic review of effectiveness and safety of different regimens of levonorgestrel oral tablets for emergency contraception, 4 April 2014

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding)
การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding)

แนะนำ 3 สูตรอาหารสำหรับการให้อาหารทางสายยางที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อาหารทั่วไปในโรงพยาบาล (General Diet)
อาหารทั่วไปในโรงพยาบาล (General Diet)

หลักการและตัวอย่างอาหารในโรงพยาบาล ทั้งอาหารธรรมดา อาหารอ่อน อาหารน้ำใส และอาหารน้ำข้น แต่ละอย่างคืออะไร ดีต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง