ทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs
เขียนโดย
ทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs
ทีมแพทย์ HD
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
ทีมแพทย์ HD
การคุมกำเนิด

ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ถึงให้ประสิทธิภาพสูงสุด?

ควรกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินตอนไหนถึงจะได้ผลมากที่สุด วิธีการกินยาที่ถูกต้อง และถ้าไม่ได้กินตามกำหนด ควรทำอย่างไร?
เผยแพร่ครั้งแรก 22 มี.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 13 พ.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ถึงให้ประสิทธิภาพสูงสุด?

แม้ว่าในปัจจุบันจะทางเลือกในการคุมกำเนิดหลากหลายวิธี ซึ่งสะดวก ปลอดภัย ได้ประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน แต่ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินก็ยังมีหลายคนเลือกใช้ สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยคำถามหนึ่งที่พบบ่อย ได้แก่ ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน? เภสัชกรแนะนำว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีส่วนประกอบของลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel) นั้น ให้รับประทานภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ จึงจะมีประสิทธิผลในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงสุด ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การรับประทานยาลีโวนอร์เจสเตรลภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ จะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่าการรับประทานหลังจาก 72 ชั่วโมงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลไกของลีโวนอร์เจสเตรลคือยืดระยะเวลาการตกไข่ เพื่อไม่ให้เกิดการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่ ยิ่งรับประทานได้เร็ว ประสิทธิผลในการป้องกันก็จะยิ่งสูงมากขึ้น

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่วางจำหน่ายในประเทศไทย

ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นยาคุมกำเนิดที่มีส่วนประกอบของลีโวนอร์เจสเตรล มีทั้งยี่ห้อที่วางจำหน่ายในรูปแบบ 1 เม็ด และแบบ 2 เม็ด ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27
ยี่ห้อที่มีวางจำหน่าย บริษัทผู้ผลิต รูปแบบยา
Tansy One Exeltis ยาเม็ด ประกอบด้วย Levonorgestrel ขนาด 1.5 มิลลิกรัม จำนวน 1 เม็ด
Jus One พอนด์ เคมีคอล
Madonna Millimed
Madonna Biolab ยาเม็ด ประกอบด้วย Levonorgestrel ขนาด 0.75 มิลลิกรัม จำนวน 2 เม็ด
Postinor 2 Gedeon Richter
Mary Pink ไบร์วู๊ดฟาร์มาซูติคอล
Ladynore Biolab

ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน?

จากตารางด้านบนจะเห็นว่า ยาคุมฉุกเฉินมีแบบ 1 เม็ด กับ 2 เม็ด โดยแต่ละแบบของยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ดูรายละเอียดได้ดังนี้ 

  1. ชนิด 1 เม็ด ให้รับประทานภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน หรือสงสัยว่าการป้องกันการคุมกำเนิดไม่ได้ผล
  2. ชนิด 2 เม็ด ให้รับประทานเม็ดแรก ภายใน 72 ชั่วโมงของการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้มีการป้องกัน หรือสงสัยว่าการป้องกันการคุมกำเนิดไม่ได้ผล (รับประทานเม็ดใดก่อนก็ได้) หลังจากนั้น 12 ชั่วโมง ให้รับประทานอีก 1 เม็ดที่เหลือ

กรณีรับประทานยาเม็ดแรกของคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบ 2 เม็ด จากนั้นยาเม็ดที่เหลือหายไป หรือลืมไว้ที่อื่น สามารถหาซื้อยาแผงใหม่ที่เป็นยาคุมฉุกเฉินแบบ 2 เม็ดมารับประทานทดแทนกันได้ ยี่ห้อไม่เหมือนเม็ดแรกก็ได้ ให้รับประทานเม็ดใดก็ได้ 1 เม็ดเป็นเม็ดที่ 2 ต่อจากแผงเก่า จะให้ผลการคุมกำเนิดแบบเดียวกัน

อีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนมักสงสัยได้แก่ ยาคุมฉุกเฉิน กินตอนไหน ก่อนหรือหลังกินข้าวดีกว่ากัน? สำหรับข้อสงสัยนี้ เภสัชกรแนะนำว่าสามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉินที่มีลีโวนอร์เจสเตรลเป็นตัวยาสำคัญพร้อมอาหาร หรือไม่พร้อมอาหารก็ได้ แต่หากรับประทานก่อนนอนก็จะช่วยลดผลข้างเคียงที่กินยาแล้วคลื่นไส้อาเจียนได้ส่วนหนึ่ง

ยาคุมฉุกเฉินชนิด 1 เม็ดกับ 2 เม็ดแตกต่างกันอย่างไร?

การผลิตยาในรูปแบบ 1 เม็ด ก็เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยาเม็ดที่ 2 จากการศึกษารูปแบบงานวิจัยเชิงสังเคราะห์แห่งหนึ่งพบว่า การรับประทานยาคุมกำเนิดชนิด 1 เม็ด ที่ประกอบด้วยลีโวนอร์เจสเตรลขนาด 1.5 มิลลิกรัม ให้ประสิทธิผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่ต่างจากการแยกรับประทานยาคุมกำเนิดชนิด 2 เม็ด ที่ประกอบด้วยลีโวนอร์เจสเตรลขนาด 0.75 มิลลิกรัม

ดังนั้น หากกลัวจะลืมรับประทานยาเม็ดที่ 2 แนะนำให้ใช้ยาชนิด 1 เม็ด หรือรับประทานขนาด 0.75 มิลลิกรัมครั้งเดียว 2 เม็ดพร้อมกัน ก็ให้ผลในการคุมกำเนิดเช่นเดียวกัน

วิธีแก้ไขหากไม่ได้รับประทานยาคุมในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงได้ ก็ให้รีบรับประทานทันทีที่สะดวก โดยระยะเวลาสูงสุดที่มีการศึกษาคือ 120 ชั่วโมง หรือ 5 วัน แม้ประสิทธิผลในการคุมกำเนิดจะลดลงไปมาก คือไม่สามารถรับรองผลว่าจะสามารถคุมกำเนิดได้ 100% แต่ก็ยังมีประสิทธิภาพมากกว่าการไม่รับประทานยาเลย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 424 บาท ลดสูงสุด 57%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H27

วิธีการแก้ไขในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานยาคุมฉุกเฉินได้ตามที่กำหนด หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดการตั้งครรภ์ คือการปรึกษาแพทย์ ซึ่งสามารถให้คำตอบได้ชัดเจนที่สุด

กินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อยจะส่งผลเสียต่อมดลูกหรือไม่?

การใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินทำให้ร่างกายได้รับปริมาณของลีโวเจสเตรลที่อาจส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และยังมีการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องของการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ต่อการเพิ่มโอกาสของการเกิดมะเร็งเต้านม แพทย์จึงแนะนำให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินไม่เกินเดือนละ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่า กลุ่มที่รับประทานยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะมีรอบเดือนในช่วงสามสัปดาห์แรกสั้นกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน และส่งผลให้ประจำเดือนในรอบถัดไปมานานกว่าปกติ

มีสัญญาณอะไรบอกหรือไม่ว่ากินยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ผลแล้ว?

แม้จะรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินได้ถูกต้องทุกอย่าง แต่ก็ไม่ได้มีการรับรองว่าจะคุมกำเนิดได้ 100 % มีสัญญาณแรกที่อาจบอกได้ว่าการคุมกำเนิดไม่สำเร็จ คือ ประจำเดือนไม่มาตามกำหนด วิธีการที่จะตรวจสอบว่ายาคุมกำเนิดฉุกเฉินนั้นได้ผลหรือไม่ คือการตรวจการตั้งครรภ์เท่านั้น ควรใช้ชุดตรวจการตั้งครรภ์หลังจากมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 14 วัน เพราะการตรวจก่อนหน้านั้นอาจให้ผลเป็นลบ ถึงแม้จะเกิดการตั้งครรภ์ก็ตาม


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
World Health Organization, Emergency contraception (https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/emergency-contraception), 2 February 2018
Shohel et al., A systematic review of effectiveness and safety of different regimens of levonorgestrel oral tablets for emergency contraception, 4 April 2014
James Trussell et al., Emergency Contraception: A Last Chance to Prevent Unintended Pregnancy, Princeton University, January 2019.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding)
การให้อาหารทางสายยาง (Tube Feeding)

แนะนำ 3 สูตรอาหารสำหรับการให้อาหารทางสายยางที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อาหารทั่วไปในโรงพยาบาล (General Diet)
อาหารทั่วไปในโรงพยาบาล (General Diet)

หลักการและตัวอย่างอาหารในโรงพยาบาล ทั้งอาหารธรรมดา อาหารอ่อน อาหารน้ำใส และอาหารน้ำข้น แต่ละอย่างคืออะไร ดีต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง

ดูในแอป