ความรู้สุขภาพ

Diet Soda คืออะไร? กินแล้วทำให้สมองเสื่อมจริงหรือ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
Diet Soda คืออะไร? กินแล้วทำให้สมองเสื่อมจริงหรือ?

ผลการวิจัยล่าสุดเผยว่า การดื่มเครื่องดื่มแม้กระทั่ง Diet Soda (หรือที่เราเรียกกันว่า น้ำอัดลมแบบไดเอท เช่น น้ำอัดลมซีโร่ทั้งหลายแหล) ในหนึ่งวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมเป็นสามเท่าเลยทีเดียว

ผู้สูงอายุหลายคนเมื่ออายุย่างเข้าวัย 50-60 ปีขึ้นไป ย่อมเป็นห่วงและเป็นกังวลต่อสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นธรรมดา ยิ่งหากเสพข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินมาก ๆ เข้าแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีงานวิจัยออกมาพูดถึง "สารให้ความหวานกับโรคสมองเสื่อม" บางคนตั้งใจว่าจะดื่มเครื่องดื่มที่ให้รสหวานแต่เป็นรสหวานที่มาจากสารให้ความหวานแทน (เพราะเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด) แต่หลังจากอ่านผลวิจัยต่าง ๆ ที่ออกมาเผยว่า สารให้ความหวานอาจมีผลเกี่ยวโยงกับโรคสมองเสื่อมได้ หลายคนก็คงอยู่ไม่สุขแล้วล่ะ จริงไหม? หลังอ่านผลการศึกษา หลายคนอาจลังเลว่า ควรหยุดรับประทานสารให้ความหวานเลยดีไหม? ยิ่งหากใครที่รับประทานสารให้ความหวานเป็นประจำเพื่อเพิ่มความกระชุ่มกระชวยแทนน้ำตาลจริง ๆ แล้ว ยิ่งวิตกกันไปต่าง ๆ นานาทีเดียวล่ะ

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลการศึกษาที่บ่งชี้ถึงความเกี่ยวโยงระหว่างสารให้ความหวานและภาวะสมองเสื่อมอื่น ๆ แล้ว แต่หากเสพข้อมูลผลการศึกษาที่เผยออกมาสักชิ้นสองชิ้นอย่างละเอียดแล้ว บางคนอาจเริ่มเกิดความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินของตน ในที่นี้ มาลองดูผลการศึกษาล่าสุดที่บอกเราทุกคนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารให้ความหวานและความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมกันก่อนเสียหน่อย

สารให้ความหวานก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจริงหรือ?

ผลการศึกษาเผยว่า คนที่ดื่ม Diet Soda เป็นประจำจำนวนมาก มีแนวโน้มที่ท้ายสุดแล้วอาจเป็นอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม ผลการวิเคราะห์อื่น ๆ แย้งว่า มีแนวโน้มต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ซึ่งสภาวะเหล่านี้ต่างก็นำไปสู่ความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์อย่างมีนัยสำคัญเช่นกันไม่ใช่หรือ และยิ่งหากคุณมีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคเบาหวาน คุณก็คงมีความจำเป็นต้องเลือกดื่มเครื่องดื่มจำพวก Diet Soda แทนเพื่อลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ที่บริโภคเข้าไปใช่ไหมล่ะ เรียกได้ว่า ตกที่นั่งลำบากชนิด กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียว

ดังนั้น คำถามคือ สรุปแล้ว Diet Soda เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม หรือความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและน้ำหนักเกินจะมีมากกว่าและอันตรายกว่า อย่างไรกันแน่? ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ข้อสงสัยของผู้คนก็นับเป็นแรงผลักดันที่ดีที่ทำให้มีการศึกษาวิจัยกันต่อไปอย่างละเอียดลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ถือเป็นเรื่องดี ๆ ที่เราจะได้หันมาพิจารณาการบริโภค Diet Soda อย่างระมัดระวังและไม่ประมาทจนเกินไป

4 เหตุผลที่ควรคิดอีกครั้งก่อนดื่ม Diet Soda

1. "สารให้ความหวานเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน" คำกล่าวนี้ค่อนข้างย้อนแย้ง เนื่องจากดังที่กล่าวไปแล้วว่า คนที่เป็นโรคเบาหวาน เลือกกินสารให้ความหวานแทนเพื่อลดปริมาณการบริโภคน้ำตาล

2. การทาน Diet Soda กับมื้ออาหารนั้นแตกต่างจากการทานกับน้ำเปล่า แม้จะมีน้ำตาลและแคลอรี่เป็น 0 เท่านั้นก็จริง แต่น้ำตาลในเลือดก็มีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้หลังการกินมื้ออาหารควบคู่กับ Diet Soda และหากปล่อยไว้นานเข้า น้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นและปริมาณอินซูลินที่พุ่งขึ้นอาจนำไปสู่โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ อีกทั้งยังนำไปสู่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน

3. สารให้ความหวานทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แม้ร่างกายจะไม่ได้รับแคลอรี่จากสารดังกล่าว แต่มันสามารถเป็นแหล่งอาหารสำหรับแบคทีเรียในกระเพาะของคุณ เพราะเจ้าแบคทีเรียนดูท่าจะชอบสารให้ความหวานและอาจโตขึ้นในท้องของคุณได้

4. "การงดสารให้ความหวานเพิ่มความอยากในการรับประทานอาหารอย่างมีสุขภาพดี" คนที่ดื่ม Diet Soda มักคิดว่าตนเองไม่มีแคลอรี่ ฉะนั้น จึงคิดว่าคงไม่ผิดหากจะกินอย่างไม่จำกัด และนั่นทำให้สุขภาพคุณย่ำแย่ หากคุณงดหรือตัดสารให้ความหวานได้ นั่นเป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะคุณจะมีความอยากในรสชาติอาหารธรรมชาติ ๆ และไม่สังเคราะห์ บางคนกล่าวว่า "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ผลไม้สักชิ้นจะอร่อยขนาดนี้ หรือแม้แต่ผักก็ยังอร่อยเลย!"

ถือได้ว่าเป็นประเด็นสุขภาพที่ยังต้องค้นคว้าและศึกษาข้อมูลกันต่อไป ทั้งนี้ สำหรับแต่ละคนแล้ว ขอให้ลองชั่งน้ำหนักดูก่อนก็แล้วกันว่า พฤติกรรมของคุณควรจะหันเหไปในทิศทางใดดี ทางที่ดีที่สุด แนะนำว่า "เลือกทางสายกลาง" เถิดจะดีที่สุด อย่าโหมกินอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินพอดี ไม่ใช่ว่าได้ยินมาว่าอะไรดี ก็ตะบี้ตะบันกินจนไม่ลืมหูลืมตา...เอาปริมาณที่พอเหมาะกันดีกว่าเนอะเพื่อน ๆ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่