Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

สิ่งที่คุณต้องเผชิญหากรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรต

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,244,275 คน

สิ่งที่คุณต้องเผชิญหากรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรต

การตัดสินใจรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรต

หลังจากการเดินทางและการรับประทานอาหารในปริมาณมากในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา ฉันตัดสินใจที่จะรับประทานอาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตแปรรูปซึ่งหมายถึงน้ำตาลและแป้งทั้งหมด รวมถึงขนมปัง พาสต้า มันฝรั่งทอด เฟรนช์ฟราย และอื่นๆ ด้วย แต่ยังสามารถทานคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในธรรมชาติเช่นในผลไม้และถั่ว ฉันเชื่อว่าการตัดสินใจรับประทานอาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตนี้จะช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารกลับมาทำงานปกติ แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นก็ไม่ได้ดีเสมอไป ต่อไปนี้คือข้อดีและข้อเสียที่ฉันพบหลังจากตัดสินใจจำกัดคาร์โบไฮเดรต

ปวดหัวต่อเนื่อง

เพียงแค่วันแรกที่ไม่ได้ทานคาร์โบไฮเดรต ฉันเริ่มมีอาการปวดหัว ซึ่งมันไม่ได้เพียงแค่ทำให้รำคาญแต่มันเป็นอาการปวดหัวที่ค่อนข้างรุนแรง ฉันแปลกใจมากที่พบว่าเกิดอาการปวดหัวทันทีหลังจากผ่านไป 1 วันแต่ก็พบว่านี่เป็นผลข้างเคียงที่พบได้จากการทานอาหารสูตรนี้ การทานคาร์โบไฮเดรตนั้นก็เหมือนกับการเสพติดอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เกิดอาการถอนได้เช่นเดียวกับผู้ที่ติดคาเฟอีนหรือติดยาและต้องการเลิก ฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันเกิดผลข้างเคียงจากการติดคาร์โบไฮเดรตอย่างรุนแรง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

หงุดหงิดอย่างมาก

ฉันรู้สึกแย่ต่อทุกคนที่ต้องติดต่อฉันในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการรับประทานอาหารสูตรนี้ ฉันหงุดหงอดโดยไร้เหตุผล อย่างไรก็ตามอารมณ์ที่แปรปรวนนี้ก็ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่แปลกในผู้ที่รับประทานอาหารสูตรนี้ ผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีความเกี่ยวข้องระหว่างการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำกับการมีระดับ serotonin ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้มีความสุขและพึงพอใจในระดับที่ต่ำ งานวิจัยพบว่าการรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรตนั้นอาจจะทำให้เกิดอาการซึมเศร้าหรือโกรธเกรี้ยวได้

อ่อนเพลีย

ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการรับประทานอาหารสูตรนี้ ฉันรู้สึกอ่อนเพลียอย่างมากและพร้อมที่จะนอนทันทีทุกเมื่อ ฉันมีปัญหาในการตื่นนอนแม้ว่าจะได้นอนอย่างเต็มที่และต้องการเข้านอนตั้งแต่ตอนเย็น อาการนี้เกิดจากการขาดน้ำตาลกลูโคสซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตรูปแบบที่สำคัญที่สุดที่เป็นพลังงานในร่างกายมนุษย์ เวลาที่คุณรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ร่างกายของคุณก็จะเคยชินกับการมีน้ำตาลกลูโคสในระดับดังกล่าว และเมื่อไม่มีก็จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานอย่างรุนแรงและเกิดอาการอ่อนเพลียและง่วงนอน

ไม่มีสมาธิ

ก่อนที่จะเริ่มทานอาหารสูตรนี้ ฉันไม่เคยคิดว่าการเปลี่ยนการรับประทานอาหารนั้นจะส่งผลต่อชีวิตการทำงานขนาดนี้มาก่อน ฉันเปลี่ยนจากการเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นกลายเป็นคนไม่มีสมาธิ เนื่องจากสมอง (และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย) ต้องการพลังงานเพื่อที่จะมีสมาธิ และมักจะใช้การรับประทานคาร์โบไฮเดรตเพื่อทำให้เกิดความตื่นตัว งานวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำนั้นจะมีผลการทดสอบความจำน้อยกว่าผู้ที่รับประทานอาหารแบบควบคุมสมดุลระหว่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน

ท้องอืดลดลง

หนึ่งในข้อดีของการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตก็คือมันช่วยลดอาการท้องอืดได้ทันที ฉันมักจะรู้สึกแน่นท้องหลังจากทานอาหารและรู้สึกถึงความแตกต่างหลังจากการทานอาหารกับตอนที่เพิ่งตื่นนอนตอนเช้าอย่างชัดเจน การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานนั้นยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะซึ่งการขับสารน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย แต่ต้องระมัดระวังเนื่องจากการเสียน้ำมากเกินไปจะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

ปวดท้องขณะหลับ

นอกเหนือจากอาการที่กล่าวไปแล้ว ฉันยังมีอาการปวดท้องในตอนกลางคืน ระหว่างที่นอน ฉันมักจะตื่นขึ้นมาเนื่องจากหิวและปวดท้อง ท้องของฉันร้องตลอดทั้งคืนเนื่องจากร่างกายนั้นขาดอาหารอย่างรุนแรง

เปลี่ยนความอยากอาหาร

เชื่อหรือไม่ หลังจากเข้าสู่สัปดาห์ที่สามของการไม่รับประทานคาร์โบไฮเดรต ฉันก็เลิกอยากทานอาหารแป้งๆ ทั้งหลายและเริ่มอยากอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นแทน ฉันรู้สึกว่าลิ้นและต่อมรับรสของฉันนั้นเหมือนถูกตั้งค่าใหม่และดีใจที่เริ่มอยากกินแอปเปิ้ลแทนลูกอม และอะโวคาโดแทนการกินขนมปัง และผักแทนพิซซ่า แน่นอนว่าช่วง 2 สัปดาห์แรกนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากแต่ไม่นานหลังจากนั้นมคุณก็จะรู้สึกว่าการเลิกกินขนมนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

น้ำหนักลด

ในที่สุดก็ได้ผลที่ต้องการ ฉันสามารถลดน้ำหนักได้พอสมควรจากการลดคาร์โบไฮเดรต การที่ร่างกายไม่มีน้ำตาลกลูโคสมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทำให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญที่นำไขมันมาใช้แทน และมันก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าความทรมานที่ผ่านมานั้นคุ้มค่า ถึงแม้ว่าฉันจะยังคงมีอาการหงุดหงิด อ่อนเพลียและไม่มีสมาธิ แต่ฉันก็ตัดสินใจว่าจะลองรับประทานอาหารแบบไม่มีคาร์โบไฮเดรตต่อไปอีกระยะหนึ่ง ขอให้ฉันโชคดี


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป