Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

มะเร็งผิวหนังคืออะไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,741,787 คน

มะเร็งผิวหนังคืออะไร

มะเร็งผิวหนังเป็นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่ผิวหนังซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ หากไม่ได้รับการรักษา บางชนิดอาจจะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะและเนิ้อเยื่อส่วนอื่น เช่นต่อมน้ำเหลืองและกระดูกได้

การทำงานของผิวหนัง

ผิวหนังนั้นเป็นปราการด่านแรกในการป้องกันร่างกายต่อสารต่างๆ เช่นการสูญเสียน้ำ แบคทีเรียและสารที่เป็นอันตรายต่างๆ ผิวหนังนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชั้นหลักๆ ก็คือหนังแท้ที่อยู่ชั้นในและหนังกำพร้าที่อยู่ชั้นนอก ผิวหนังชั้นนอกสุดนั้นประกอบด้วยเซลล์ชนิด squamous ซึ่งมีการหลุดลอกและสร้างใหม่อยู่เสมอ ผิวหนังชั้นในนั้นจะเรียกว่าชั้น basal layer ซึ่งประกอบขึ้นมาจาก basal cell และ melanocyte ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเมลานินหรือเม็ดสีที่ทำให้เกิดสีผิว เวลล์เหล่านี้จะผลิตเมลานินออกมาเพิ่มขึ้นเวลาที่สัมผัสกับแดดมากขึ้น ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น นี่เป็นกระบวนการป้องกันตัวเองของร่างกายและเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูกแสงแดดทำร้าย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

หนังกำพร้านั้นจะสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์อยู่เสมอแต่ก็ยังอาจจะได้รับการบาดเจ็บจากแสงแดด การติดเชื้อ หรือรอยแผลได้ เซลล์ผิวหนังที่เหลือนั้นจะมีการเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดแทนเซลล์ผิวหนังที่หลุดลอกและในบางครั้งก็อาจจะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดเนื้องอกที่ผิวหนังซึ่งอาจจะเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้ายก็ได้

ต่อไปนี้เป็นเนื้องอกผิวหนังที่พบบ่อย

1.Actinic keratosis

มีลักษณะเป็นปื้นสีแดงหรือชมพูที่บริเวณที่สัมผัสกับแสงแดด ภาวะนี้เกิดจากการสัมผัสกับรังสี UV ในแสงแดด และจัดเป็นภาวะก่อนมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดและสามารถเปลี่ยนเป็นมะเร็งชนิด squamous cell carcinoma ได้หากไม่ได้รักษา

2.Basal cell carcinoma

Basal cell carcinoma นั้นเป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด ส่วนมากมักจะพบที่ศีรษะและลำคอ มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที๋โตช้าและมักจะไม่แพร่ไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย มักจะทำให้ผิวหนังนั้นนูนขึ้นหรืออาจจะมีรอยบุ๋มตรงกลาง หรืออาจจะมีสีใสและเห็นเส้นเลือดที่อยู่ใกล้กับผิวหนังได้

3.Squamous cell carcinoma

Squamous cell carcinoma นั้นเกิดกับเซลล์ที่อยู่ชั้นนอกของหนังกำพร้า ส่วนมากมักจะรุนแรงกว่า basal cell carcinoma และสามารถแพร่ไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้หากไม่ได้รับการรักษา มักจะมีลักษณะเป็นแผลแดง แตก และขรุขระที่ผิวหนังและมักจะพบที่บริเวณที่ได้รับแสงแดดเช่นมือ ศีรษะ คอ ริมฝีปากและหู แผลในลักษณะนี้อาจจะเป็นภาวะก่อนมะเร็งที่เรียกว่า Bowen’s disease ก็ได้

4.Melanoma

เป็นมะเร็งชนิดที่พบได้น้อยกว่าทั้ง 2 ชนิดด้านบนแต่อันตรายที่สุด โดยเป็นมะเร็งที่เกิดที่เซลล์ melanocyte ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดสี ถึงแม้ว่าไฝและขี้แมลงวันนั้นจะเป็นการรวมตัวของ melanocyte ที่ไม่เป็นอันตรายและพบได้บ่อย แต่อาจจะสงสัยว่าเป็นอาการของ melanoma หากไฝนั้นมีลักษณะต่อไปนี้

  • มีลักษณะไม่สมมาตร
  • ขอบเขตนั้นขรุขระ
  • มีสีไม่สม่ำเสมอ
  • เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร
  • มีขนาดหรือรูปร่างที่เปลี่ยนแปลง

Melanoma 4 ชนิดหลัก

  1. Superficial spreading melanoma เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เนื้องอกนั้นมักจะแบบและมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอ และมีสีดำและน้ำตาลหลายเฉดสี สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ
  2. Lentigo maligna melanoma : มักจะพบในผู้สูงอายุ มีลักษณะใหญ่ แบน และสีน้ำตาล Nodular melanoma อาจจะมีสีน้ำเงินเข้ม ดำหรือน้ำเงินออกแดงได้ หรืออาจจะไม่มีสีก็ได้ ในระยะแรกมักจะมีลักษณะเป็นปื้นนูน
  3. Accral lentiginous melanoma เป็นชนิดที่พบน้อยที่สุด มักเกิดที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหรือใต้นิ้วมือและนิ้วเท้า
  4. Kaposi sarcoma มักจะไม่ถูกจัดเป็นมะเร็งผิวหนัง แต่มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้มีแผลที่ผิวหนังที่มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลออกแดงถึงน้ำเงินและมักจะพบที่ขาและเท้า มะเร็งชนิดนี้ส่งผลต่อเซลล์ที่บุผนังหลอดเลือดใกล้กับผิวหนัง และเกิดจากเชื้อ herpes virus ซึ่งมักจะพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่นเป็นโรคเอดส์

ปัจจัยเสี่ยง

ถึงแม้ว่าจะมีมะเร็งผิวหนังหลายชนิด แต่หลายชนิดนั้นก็มีปัจจัยเสี่ยงเดียวกันซึ่งประกอบด้วย

  • การสัมผัสกับรังสี UV ในแสงแดดเป็นเวลานาน
  • อายุมากกว่า 40 ปี
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งผิวหนัง
  • มีสีผิวอ่อน
  • ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ
  • อย่างไรก็ตามผู้ที่มีอายุน้อยและมีสีผิวเข้มนั้นก็อาจจะเกิดมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน

สรุป

ยิ่งสามารถตรวจพบมะเร็งผิวหนังได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อผลการรักษาระยะยาวเท่านั้น ควรตรวจดูผิวหนังเป็นประจำ หากสังเกตความผิดปกติควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจ วิธีการป้องกันนั้นประกอบไปด้วยการทาครีมกันแดดหรือจำกัดเวลาที่อยู่ในแสงแดด เป็นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดในการป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป