Doctor men
เขียนโดย
ทีมสัตวแพทย์ HD
การดูแล

การปฐมพยาบาลเมื่อสัตว์เลี้ยงโดนวางยาเบื่อ

สัตว์เลี้ยงโดนวางยาเบื่อ สิ่งที่ใครๆ ย่อมไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่บางทีสัตว์เลี้ยงอาจพลาดพลั้ง ดังนั้นการศึกษาวิธีป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงจำเป็น
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 14 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
การปฐมพยาบาลเมื่อสัตว์เลี้ยงโดนวางยาเบื่อ

การปล่อยหมาแมวออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระนอกบ้าน อาจทำให้พบกับปัญหาการได้รับสารเคมี สารพิษ หรือถูกวางยาเบื่อได้โดยไม่รู้ตัว สารเคมีเหล่านี้มีหลายชนิดและสามารถได้รับเข้าสู่ร่างกายได้หลายรูปแบบ เช่น การกิน การสัมผัส หรือสูดดม สามารถก่ออันตรายได้ถึงชีวิต 

5 ยาเบื่อสัตว์เลี้ยงที่พบบ่อย

ยาเบื่อ มักหมายถึงสารเคมี 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ สารเคมีกำจัดแมลง (Insecticide) ที่พบบ่อยคือ กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate) และกลุ่มสารกำจัดสัตว์ฟันแทะ (Rodenticide) หรือยาเบื่อหนู มีหลายรูปแบบ หลายชนิด แต่ละชนิดจะให้ผลการออกฤทธิ์และการแสดงอาการต่างกัน สุนัขและแมวอาจได้รับพิษจากการกินยาเบื่อนี้เข้าไปโดยตรง หรือได้รับพิษทางอ้อม ผ่านการกินซากหนูที่ตายจากยาเบื่อหนูก็ได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

ยากลุ่มสารกำจัดสัตว์ฟันแทะ สามารถแบ่งย่อยออกได้อีก เป็นกลุ่มสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant Rodenticide) และกลุ่มที่ไม่ใช่สารป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Non-Anticoagulant Rodenticide) มีหลายชนิด ที่พบได้บ่อย ได้แก่ โบรเมทาลิน (Bromethalin) สตริคนีน (Strychnine) ซิงก์ฟอสไฟด์ (Zinc Phosphide)

1. ออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate, OPs)

สารเคมีประเภทนี้ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้กันในครัวเรือน เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บและหมัดบางชนิด

พิษจากสารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตจะก่อให้เกิดอาการน้ำตาไหล กล้ามเนื้อสั่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต ชัก น้ำลายไหลมากกว่าปกติ (Hypersalivation) อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หัวใจเต้นช้า (Bradycardia) และอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมหดเกร็งและหลอดลมตีบ ตลอดจนมีสารคัดหลั่งออกมาในหลอดลมมากผิดปกติ กล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกซี่โครง (Intercostal muscle) ไม่ทำงาน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน และเสียชีวิตได้ในที่สุด  

ระยะเวลาที่สัตว์เลี้ยงจะเริ่มแสดงอาการโดนวางยาเบื่อจะแตกต่างกันไปในตามชนิดของสาร ปริมาณ รวมถึงวิธีการที่ได้รับสารเคมี ดังนี้

  • หากได้รับสารพิษโดยการกินหรือการหายใจ อาจแสดงอาการได้ตั้งแต่ 30 นาทีถึง 6 ชั่วโมง
  • หากได้รับพิษจากการสัมผัสที่ผิวหนัง ระยะเวลาในการแสดงอาการอาจไม่แน่นอน แต่มักแสดงอาการภายใน 2-3 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังสามารถเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหายใจลำบากตามมาอีกระลอกหลังการแสดงอาการช่วงแรกไปแล้ว 24-72 ชั่วโมง

2. สารกำจัดสัตว์ฟันแทะกลุ่มสารป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant rodenticide)

สารเคมีกลุ่มนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีหลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ การทำงานของมันคือจะยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดเลือดออกภายในร่างกาย จึงส่งผลกระทบต่อหลายระบบ เช่น พบเลือดออกในช่องปาก ทางเดินอาหาร พบเลือดปนออกมากับสิ่งขับถ่าย (ทั้งอุจจาระและปัสสาวะ) นอกจากนี้หากเกิดเลือดออกในทางเดินหายใจ จะพบอาการหายใจลำบาก เหนื่อยง่าย มีเลือดออกสะสมในช่องอก ถุงเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งการเสียเลือดในลักษณะนี้สามารถส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง ภาวะช็อก และเสียชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

สารพิษในกลุ่มนี้จะไม่แสดงอาการหลังได้รับพิษทันที แม้เป็นอาการเฉียบพลันก็ต้องใช้เวลา 1-2 วัน แต่โดยมากจะแสดงอาการภายใน 5-7 วันหลังได้รับสารพิษ ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดของสารพิษที่ได้รับ โดยจะพบอาการซึม อ่อนแรง เยื่อเมือกซีด เลือดออกตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เช่น ช่องปาก เลือดกำเดา อาเจียนเป็นเลือด

การกระตุ้นให้อาเจียนสามารถทำได้ หากได้รับสารพิษไม่เกิน 1 ชั่วโมง (ดังนั้นหากสัตว์เลี้ยงมีอาการให้สังเกตเห็นได้ว่าถูกวางยาเบื่อแล้ว ก็มักจะสายเกินกว่าที่จะกระตุ้นให้อาเจียน) นอกจากนี้ระหว่างเดินทางเพื่อไปพบสัตวแพทย์ ต้องระวังการกระทบกระเทือนมากเป็นพิเศษ เนื่องจากหากเกิดเลือดออกแล้ว จะเสียเลือดมากและเลือดหยุดยาก

3. โบรเมทาลิน (Bromethalin) 

สารเคมีกลุ่มนี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กำจัดหนูที่เกิดการดื้อยาเบื่อหนูกลุ่มวาร์ฟาริน (Warfarin) หรือยาเบื่อหนูรุ่นแรกๆ พิษจากโบรเมทาลินจะทำให้สัตว์เลี้ยงแสดงอาการภายใน 10 ชั่วโมง หรือเมื่อผ่านไปหลายวันแล้ว ขึ้นอยู่กับปริมาณพิษที่ได้รับ

หลักๆ แล้วพิษโบรเมทาลินจะมีผลกับระบบประสาทส่วนกลาง ดังนั้นอาการที่พบเกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการมองเห็น หากเกิดอาการเฉียบพลันจะพบอาการกระวนกระวาย กล้ามเนื้อสั่นเกร็งรุนแรง หรือทำงานไม่สัมพันธ์กัน มีอาการขาเหยียดเกร็ง ชัก และอาจตายได้ภายใน 2-4 วัน แต่หากได้รับพิษปริมาณน้อย ก็จะค่อยๆแสดงอาการ ได้แก่ อ่อนแรง เบื่ออาหาร ซึม อาเจียน สูญเสียความสามารถการส่งเสียง เป็นอัมพาต และตาย 

หากมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงโดนวางยาเบื่อด้วยสารเคมีในกลุ่มนี้ และสัตว์เลี้ยงยังมีสติ แนะนำให้กระตุ้นให้เกิดการอาเจียน หรือป้อนผงถ่านกัมมันต์เพื่อลดการดูดซึมสารพิษ

4. สารสตริคนิน (Strychnine) 

สารในกลุ่มนี้มีผลต่อระบบประสาทเป็นหลัก โดยจะพบอาการกระวนกระวายในช่วงแรก จากนั้นจะพบการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและชัก โดยอาการชักเกร็งสามารถถูกเหนี่ยวนำได้จากสิ่งกระตุ้น เช่น การสัมผัส และเสียง หากเกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจอาจทำให้หายใจลำบากและเสียชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
🦵🏻เลเซอร์กำจัดขนขา เริ่มต้นที่ 750 บาท ถึง 17 ธ.ค. นี้

บอกลาตอขนขาแข็งๆ ที่เกิดจากการโกน

Internal ad

ถ้าสัตว์เลี้ยงได้รับสารสตริคนินไม่เกิน 1 ชั่วโมง แนะนำให้กระตุ้นให้อาเจียน จากนั้นจึงป้อนผงถ่านเพื่อลดปริมาณพิษที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แล้วรีบนำตัวส่งสัตวแพทย์พร้อมบรรจุภัณฑ์สารเคมี

5. ซิงก์ฟอสไฟด์ (Zinc phosphide)

เป็นสารเคมีที่มีลักษณะเฉพาะ คือมีกลิ่นคล้ายปลาเน่าหรือกระเทียม หากสัตว์เลี้ยงกินเข้าไปอาจได้กลิ่นจากลมหายใจหรืออาเจียน นอกจากนี้ยังพบว่าปริมาณอาหารในกระเพาะมีผลต่อความรุนแรงของการเกิดพิษด้วย โดยหากมีอาหารในกระเพาะจะมีน้ำย่อยมากขึ้น ซึ่งมีผลเร่งปฏิกิริยาของพิษ

อาการของพิษซิงก์ฟอสไฟด์มักเกิดขึ้นภายใน 15 นาทีถึง 4 ชั่วโมงภายหลังจากการได้รับสารพิษ และกรณีที่ได้รับสารพิษขนาดสูงจะมีผลทำให้เสียชีวิตภายใน 3 ถึง 48 ชั่วโมง ช่วงแรกมักพบอาการอาเจียนและมีเลือดปน กระวนกระวาย ปวดท้อง ลมหายใจหรืออาเจียนมีกลิ่นคล้ายปลาเน่า

เมื่อพิษถูกดูดซึมมากขึ้นจะเริ่มพบอาการหายใจลำบาก มีอาการทางระบบประสาท เช่น ตื่นเต้น กระวนกระวาย เดินเซ การทำงานของขาไม่สัมพันธ์กัน เห่าเสียงดังและวิ่งเปะปะอย่างไร้จุดหมาย ตัวสั่น และชัก นอกจากนี้ยังสามารถพบอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีน้าลายไหลมากผิดปกติ อุณหภูมิของร่างกายเพิ่มสูงขึ้น

ควรทำอย่างไรเมื่อสัตว์เลี้ยงโดนวางยาเบื่อ

เมื่อสัตว์เลี้ยงถูกวางยาเบื่อหรือได้รับสารพิษ ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • กรณีที่เพิ่งได้รับสารพิษ เจ้าของสามารถทำการปฐมพยาบาลได้ โดยให้พยายามขจัดหรือลดความเป็นพิษ (Decontamination)
    1. หากได้รับสารพิษจากการสัมผัส ให้เริ่มจากตัดขนบริเวณนั้น แล้วล้างผิวหนังด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง
    2. หากเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 10 นาที
    3. หากได้รับสารพิษจากการสูดดม ให้พาตัวสัตว์เลี้ยงออกไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท
    4. หากได้รับสารพิษโดยการกิน ให้ใช้ผงถ่านกัมมันต์ (Activated charcoal) ในการดูดซับสารพิษเพื่อลดปริมาณสารพิษที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายโดยสามารถให้ได้ถึง 1-4 กรัม/กิโลกรัม เช่น หากน้องหมาหนัก 1 กิโลกรัม อาจให้ยาขนาด 250 มิลลิกรัม ได้ถึง 4 เม็ด ผงถ่านนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ควรเลือกแบบที่มีปริมาณยาค่อนข้างสูง เพื่อจะได้ไม่ต้องป้อนหลายเม็ด อย่างไรก็ตาม การป้อนผงถ่านอาจต้องพิจารณาสภาพความรู้สึกตัวของสัตว์ป่วย หากมีอาการชัก เกร็ง หรือไม่รู้สึกตัว ไม่ควรป้อนอะไร หรือแม้แต่การล้างปากก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจจะทำให้สำลักได้
  • การกระตุ้นให้อาเจียน อาจต้องพิจารณาโดยใช้ดุลยพินิจของสัตวแพทย์ เนื่องจากสารเคมีบางชนิดก็ไม่ควรขับออกด้วยวิธีนี้ นอกจากนี้ยังต้องประเมินถึงระยะเวลาการได้รับสารพิษ และสภาพความรู้สึกตัวของสัตว์เลี้ยงด้วย
  • ควรนำฉลากของสารเคมีที่สัตว์เลี้ยงได้รับไปให้สัตวแพทย์ด้วย เนื่องจากสารเคมีบางชนิดมียาต้านฤทธิ์ (Antidote) ดังนั้นการทราบชนิดของพิษจะช่วยให้เลือกใช้ยาต้านพิษที่เหมาะสมได้รวดเร็วขึ้น
  • หากมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงได้รับสารพิษ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์แม้จะยังไม่มีอาการผิดปกติให้เห็น เนื่องจากสารพิษบางชนิดใช้เวลานานกว่าจะแสดงอาการ

การแก้พิษหรือการรักษา กรณีได้รับสารพิษมานานจนแสดงอาการแล้ว อาจประสบผลสำเร็จหรือล้มเหลวก็ได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันไม่ให้ได้รับสารพิษจะดีกว่า ซึ่งก็คือเลี้ยงน้องหมาน้องแมวให้อยู่แต่ในบริเวณบ้าน (ระบบปิด) หรือหากจะพาออกนอกบ้าน ก็ควรให้อยู่ในสายจูง เพื่อจะได้ดูแลได้อย่างใกล้ชิด ไม่ให้แอบไปกิน หรือเลียอะไรตามใจ


3 การอ้างอิง
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
รศ. ดร. ศรัญญา พัลพลเทพ, เอกสารประกอบการสอน สารกำจัดศัตรูพืช, ตุลาคม 2559.
Elisa M. Mazzaferro, Small Animal Emergency and Critical Care 2ndedition, 2018.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป