Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
โรคเบาหวาน

ทำอย่างไรเมื่อโรคเบาหวานส่งผลต่อความสัมพันธ์?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,413,139 คน

ทำอย่างไรเมื่อโรคเบาหวานส่งผลต่อความสัมพันธ์?

การรับมือกับโรคเบาหวานประเภท 2 ถือเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตก็ว่าได้ หากคุณมีคนรักหรือคู่ชีวิต โรคเบาหวานก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาเช่นกัน ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า การมีคนรักที่พร้อมช่วยเหลือสามารถทำให้คุณจัดการกับโรคเบาหวานได้ดีขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณและคนรักจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นตามไปด้วย

โรคเบาหวานส่งผลต่อคนรักได้อย่างไร?

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

การเป็นโรคเบาหวานสามารถส่งผลกระทบทางลบต่ออารมณ์และร่างกายของคนรัก หรือทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่คนรักของคุณจะกังวลเกี่ยวกับ

  • การเป็นโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างตาบอดหรือการต้องตัดแขนหรือขา
  • การช่วยเหลือผู้ป่วยควบคุมเบาหวานทุกวัน และการรับมือกับภาวะฉุกเฉินของน้ำตาลในเลือด
  • การต้องดูแลครอบครัวและรับผิดชอบเรื่องอื่นๆ
  • เงินและขอบเขตความคุ้มครองของประกันชีวิต

หากคุณไม่พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ การสะสมความเครียดเป็นเวลานานสามารถนำไปสู่ความขัดแย้ง สำหรับวิธีที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ยังคงแข็งแรงแม้ว่าคุณกำลังเผชิญกับโรคเบาหวานมีดังนี้

1. ให้ความรู้แก่คนรัก

ยิ่งคุณเข้าใจโรคเบาหวานได้ดีเท่าไร คุณก็จะจัดการกับมันได้ดีมากขึ้นเท่านั้น โดยหมายความรวมถึงคนรักเช่นกัน คุณทั้งคู่ควรเรียนรู้เกี่ยวกับอันตรายของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและต่ำ อินซูลิน ยาชนิดอื่นๆ ประโยชน์ของการออกกำลังกาย และอาหารที่ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้คุณและคนรักอาจไปพบแพทย์เมื่อถึงวันนัดด้วยกัน

2. รู้บทบาทของตัวเอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

คู่รักทุกคู่มีความแตกต่างกัน คุณอาจรู้สึกตื้นตันใจถ้าคนรักคอยเช็กว่าคุณฉีดอินซูลิน หรือทานอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือคุณอาจหมดความอดทนกับนิสัยจู้จี้และชอบบงการของเขา สิ่งสำคัญคือ การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนเกี่ยวกับการช่วยแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ดี คุณอย่าเพิ่งคาดเดาว่าอีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณเป็นภาระ และอย่าคาดหวังว่าเขาจะต้องคอยช่วยเหลือคุณตลอดเวลา คุณอาจลองถามอีกฝ่ายว่าเขาอยากช่วยในส่วนใด การคาดหวังและการมีขอบเขตที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณไม่เครียดเมื่อเขาช่วยเหลือคุณน้อยหรือมากเกินไป

3. เปลี่ยนแปลงร่วมกัน

การรับมือกับโรคเบาหวานสามารถทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณเปลี่ยนไป การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการลดความเครียด ล้วนแต่เป็นส่วนสำคัญของการรักษาตัว ซึ่งหมายความว่าคุณอาจต้องทำอาหารเองที่บ้าน หรือไปออกกำลังกายบ่อยขึ้น การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถส่งผลต่อกิจวัตรของคนรักมากทีเดียว ซึ่งมันจะเป็นเรื่องยากที่คุณจะนำนิสัยใหม่มาใช้ได้ตลอดรอดฝั่งเว้นเสียแต่ว่าคุณร่วมมือกับคนรัก ทั้งนี้คุณอาจเลือกทานอาหารที่ทั้งคุณและคนรักเพลิดเพลิน และออกกำลังกายชนิดที่คุณสามารถทำร่วมกันได้อย่างการเดินหลังทานอาหารวันละ 30 นาที

4. ขอความช่วยเหลือจากคนนอก

หากคุณและคนรักรู้สึกว่าไม่สามารถจัดการกับโรคเบาหวานร่วมกันได้ Couples Counseling อาจช่วยได้ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรค หรือเป็นโรคนี้มาสักพักแล้ว ที่ปรึกษาสามารถช่วยให้การสื่อสารระหว่างคุณและคนรักง่ายขึ้น ดังนั้นสุขภาพของคุณก็จะกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องทำร่วมกัน นอกจากนี้คุณสามารถเข้าร่วมในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวานเช่นกัน พวกเขาสามารถทำให้คุณรู้สึกไม่โดดเดี่ยวหรือแตกต่าง และให้คำแนะนำหรือเคล็ดลับต่างๆ

การเป็นโรคเบาหวานไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะคู่สมรสหรือคนรัก นอกจากการได้รับกำลังใจจากคนใกล้ชิดจะเป็นเรื่องสำคัญแล้ว การหาวิธีรับมือที่เหมาะสม และการหาทางออกร่วมกันก็จะช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดกับความสัมพันธ์ของผู้ป่วยและคนรักได้

ที่มา: https://www.webmd.com/diabetes/diabetes-relationship-effects#1



บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป