สุขภาพผู้ชาย

สิ่งที่ผู้ชายควรพิจารณาเมื่อดูแลผิว

เผยแพร่ครั้งแรก 25 ก.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
สิ่งที่ผู้ชายควรพิจารณาเมื่อดูแลผิว

เมื่อพูดถึงการดูแลผิว เรามักจะโฟกัสไปที่เพศหญิงมากกว่า แต่ความจริงแล้วผู้ชายจำเป็นต้องบำรุงรักษาผิวไม่ต่างจากผู้หญิง หรืออาจมากกว่าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ผู้ชายและผู้หญิงมีผิวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการดูแลผิวย่อมแตกต่างกันด้วย สำหรับปัจจัยที่ผู้ชายควรพิจารณาเมื่อดูแลผิวมีดังนี้

ผิวหนาหรือผิวบาง?

ความหนาของผิวแต่ละคนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งประกอบไปด้วยเพศ อายุ และผิวของอวัยวะต่างๆ ตัวอย่างเช่น ผิวที่เปลือกตาจะบางมาก ในขณะที่ผิวบริเวณฝ่ามือจะหนามากเป็นพิเศษ  โดยเฉลี่ยแล้วผิวของผู้ชายจะหนามากกว่าผิวของผู้หญิงประมาณ 25% เพราะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเป็นตัวการ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ผิวของผู้ชายจะค่อยๆ บางลง ในขณะที่ความหนาของผิวผู้หญิงจะคงที่จนกระทั่งอายุ 50 ปี แล้วจะค่อยๆ เริ่มบางลงโดยเฉพาะหลังวัยทอง อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ผู้ชายมีผิวหนากว่าผู้หญิง พวกเขาจึงมีแนวโน้มที่จะมีอิลาสตินและคอลลาเจนมากกว่าผู้หญิง ทำให้ผิวเสื่อมสภาพช้ากว่าผู้หญิง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

ผิวมันหรือผิวแห้ง?

ด้วยความที่ผู้ชายมีผิวที่หนากว่าผู้หญิง ทำให้มีต่อมผลิตซีบัมมากกว่าผู้หญิง อย่างไรก็ดี ผิวของผู้หญิงจะผลิตน้ำมันลดลงเร็วกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยประมาณ 20 ปี ซึ่งน้ำมันตามธรรมชาติชนิดนี้ช่วยปกป้องผิว ทำให้ผิวนุ่มและเรียบเนียนมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงถึงเผชิญปัญหาผิวแห้งมากกว่าผู้ชาย และปัญหาจะยิ่งรุนแรงเมื่ออยู่ในช่วงวัยทอง ในขณะที่ผู้ชายอาจมีรูขุมขนใหญ่กว่า และมีแนวโน้มที่จะมีสิวหัวดำและสิวหัวขาวมากกว่า

ผิวหยาบหรือผิวเนียน?

เมื่อพูดถึงสภาพผิว ผู้ชายมีผิวที่ขรุขระมากกว่าเพราะชั้นด้านนอกที่ช่วยปกป้องผิวหนามากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้มันก็สามารถเกิดจากความแตกต่างของฮอร์โมน น้ำมัน การผลิตเหงื่อ ขนบนใบหน้า และการโกนขน อย่างไรก็ตาม ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะมีสิวคงอยู่บนใบหน้านานกว่า รวมถึงมีผิวที่ระคายเคืองและเป็นโรค Rhinophyma มากกว่า ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ในผู้ชายที่เป็นโรคโรซาเซียระดับรุนแรง

ผิวไวต่อการกระตุ้นมากหรือผิวมีความยืดหยุ่นมาก?

เนื่องจากผู้ชายส่วนมากโกนขน ทำให้มีแนวโน้มเกิดตุ่มขนหลังโกน ขนคุด และผิวมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็เกิดจากการโกนขนทุกวัน อย่างไรก็ดี การโกนขนทำให้แผ่นฟิลม์ไฮโดรไลปิดบนผิวเสียหาย ส่งผลให้สารหล่อลื่นตามธรรมชาติบนผิวและการปกป้องผิวลดลง นอกจากนี้การโกนขนยังทำให้เกิดรอยบากและรอยถลอก ซึ่งผิวของผู้ชายมีความไวต่อการกระตุ้นและระคายเคืองง่ายกว่าผิวของผู้หญิง

ผู้ชายควรดูแลผิวในแต่ละวันอย่างไร?

  • ใช้คลีนเซอร์สำหรับล้างหน้า: คุณอาจเคยใช้สบู่ก้อนที่ใช้ทำความสะอาดผิวกายกับใบหน้า แต่มันกลับไม่ส่งผลดีต่อผิว เพราะสบู่ก้อนมีสารชะล้างที่มีฤทธิ์รุนแรงและมีสารระงับกลิ่นที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผิวหน้า นอกจากนี้มันยังไปรบกวนค่า pH ของผิวและกำจัดน้ำมันที่มีประโยชน์ ทั้งนี้ให้คุณเลือกใช้คลีนเซอร์สำหรับล้างหน้าที่สามารถช่วยกำจัดความมันส่วนเกินตลอดจนกำจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน เหงื่อ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และมีสารช่วยเติมความชุ่มชื้น โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารซัลเฟตและพาราเบน และมีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ วิตามิน และว่านหางจระเข้เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ขัดผิว: ด้วยความที่ผิวของผู้ชายมีความหนามากเป็นพิเศษ การขัดผิวจึงเป็นขั้นตอนที่จำเป็น และควรทำให้บ่อยมากกว่าผู้หญิง อย่างไรก็ดี ให้คุณขัดผิวเพื่อกำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบนผิวเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนและลดความถี่ในการเกิดสิวหัวขาวและสิวหัวดำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับหลังโกนขน: ผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลังโกนขนมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทำให้รู้สึกแสบร้อนหรือเจ็บที่ผิว นอกจากนี้มันสามารถทำให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วก่อตัวขึ้น ส่งผลให้เส้นขนติดอยู่ภายในผิวและกลายเป็นขนคุดตลอดจนทำให้เกิดการระคายเคือง ทางที่ดีให้คุณใช้เป็นโทนเนอร์สำหรับผิวหน้าที่มีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยปลอบปะโลมผิวหลังโกนขน
  • ทาครีมกันแดด: การทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับผู้ชาย เพราะผู้ชายมีแนวโน้มที่จะใช้เวลานอกบ้านมากกว่าผู้หญิงและมีความเสี่ยงต่อปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า ตัวอย่างเช่น การสัมผัสกับแสงแดดตอนพาสุนัขไปเดินเล่น ตอนทำงานสวน หรือขับรถ ดังนั้นผู้ชายควรทามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยหรือปัญหาผิวอื่นๆ 

 ที่มา: https://discovergoodnutrition....2018/06/everyone-should-know-mens-skin/


11 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
A Guy's Guide to Skin Care. WebMD. (https://www.webmd.com/men/features/guys-guide-to-skin-care)
The No BS Guide to Easy-to-Follow Skin Care for Men. Healthline. (https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/male-skin-care-guide)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ดูในแอป