Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

Vaser Liposuction คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 29 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Vaser Liposuction คืออะไร วิธีการทำงาน ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง เหมาะกับใคร วิธีการดูแลตัวเองก่อนและหลัง

ปัญหารูปร่างส่วนเกินที่ไม่สมสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน ต้นขา หรือสะโพกที่มีขนาดใหญ่เกินไป ย่อมส่งผลให้การลดเฉพาะส่วนด้วยการออกกำลังกายอาจทำได้ยาก และกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจก็ใช้เวลานาน ดังนั้นการดูดไขมันด้วยวิธี Vaser Liposuction จึงช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการมีรูปร่างสมสัดส่วนได้เป็นอย่างดีและรวดเร็วทันใจ

Vaser Liposuction คืออะไร

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

Hd clinical trial ad

Vaser Liposuction เป็นเทคโนโลยีหรือวิธีการกำจัดดูดไขมันส่วนเกินออกจากอวัยวะหรือบริเวณที่ไม่ต้องการ โดยกระทำด้วยการใช้พลังงานเสียงที่ทำให้ไขมันในจุดที่มีปัญหาแตกตัวแล้วสลายออกมาเป็นของเหลว ก่อนที่จะทำการดูดออกจากร่างกาย โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ในจุดที่ทำเกิดความบอบช้ำหรือรบกวนจนเสียหาย นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ดูดไขมันตรงเฉพาะจุดได้เป็นอย่างดี

Vaser Liposuction ทำงานอย่างไร

Vaser Liposuction ทำงานด้วยการปล่อยคลื่นเสียงจากการสั่นออกมาเป็นระลอกๆ ใช้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมงต่อจุด เพื่อสลายไขมันจนกลายเป็นไขมันเหลว จากนั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้เข้าได้ถึงสัดส่วนของร่างกาย และดูดไขมันออกมาได้ง่ายขึ้น ในขณะที่คนไข้จะเจ็บตัวน้อยและไม่เป็นรอยแผลใหญ่จนน่าเกลียด

Vaser Liposuction เหมาะกับใคร

การทำ Vaser Liposuction เหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่างที่ไม่สมสัดส่วน โดยที่การออกกำลังกายแล้วเป็นไปได้ยากหรือไม่สามารถทำได้ ผู้ที่ต้องการกระชับสัดส่วนพร้อมกับแก้ไขให้ผิวเรียบเนียน โดย Vaser Liposuction สามารถทำได้ในจุดที่มีไขมันส่วนเกินตามอวัยวะดังนี้ ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก หน้าท้อง รอบเอว และปีกหลัง

โดยผลลัพธ์ที่ได้คือสัดส่วนที่เป็นไขมันส่วนเกินไม่ต้องการนั้นจะลดลง สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ 1 – 2 วัน หลังทำ และจะยังคงอยู่ไปจนถึงเดือนที่ 4 – 6 ผิวจะมีความเรียบเนียนกระชับได้ผลดีกว่าการดูดไขมันแบบเก่า อีกทั้งผลลัพธ์จะคงอยู่ถาวรได้นานเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองอย่างเช่นการออกกำลังกายของแต่ละคนอีกด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

ข้อดีของ Vaser Liposuction

  • เป็นการสลายไขมันได้ตรงจุดตามที่ต้องการได้ดี และไม่ทำให้เซลล์ เส้นเลือด หรือเซลล์ประสาทรอบๆ ได้รับความเสียหายอีกด้วย
  • มีความปลอดภัยสูง คนไข้สามารถฟื้นตัวได้เร็วและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหลังการทำ 1 วัน รวมทั้งกลับไปทำงานได้ภายใน 3 – 7 วัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ต้องการกำจัดออก การติดเชื้อต่างๆ หรือการเกิดโรคแทรกซ้อนจะมีน้อยมาก
  • เห็นผลเร็ว สัดส่วนความโค้งเว้าชัดเจน โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวเปลือกส้ม
  • แผลหายไว อาจมีอาการบวมช้ำบ้างแต่ก็น้อยมาก

ข้อเสียของ Vaser Liposuction

มีราคาสูง และการดูดไขมันยังได้ในปริมาณที่น้อย

การเตรียมตัวก่อนการทำ Vaser Liposuction

  • งดรับประทานยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก่อนทำ Vaser Liposuction 2 สัปดาห์ เพราะอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดสูบบุหรี่ก่อนทำ 2 สัปดาห์ และห้ามรับประทานของดอง
  • หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอย่างเช่นไทรอยด์เป็นพิษ เพราะจะมีผลกับยาชา ซึ่งควรต้องแจ้งแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาก่อนทำ
  • ห้ามยกของหนักภายใน 2 สัปดาห์แรก

การเตรียมตัวหลังการทำ Vaser Liposuction

หากมีรอยช้ำเกิดขึ้นก็ให้ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ทำ จะช่วยลดอาการบวมและช้ำได้ นอกจากนี้ควรงดออกกำลังกาย 1 เดือนหลังการทำ จากนั้นจึงค่อยออกกำลังกายได้ตามปกติ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ทรีตเมนต์เพิ่มความกระจ่างใส, เพิ่มความชุ่มชื้น และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

เปรียบเทียบราคาทรีตเมนต์หน้า ที่คลินิกเสริมความงามทั่วกรุงเทพที่นี่

Facialtreatmentinternal ad

ราคาของ Vaser Liposuction

เริ่มต้นที่ 2 จุด ในราคา 20,000 – 30,000 บาท ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนด้วยเช่นกัน หากทำหลายจุดจะส่งผลให้ราคาสูงขึ้น และยังขึ้นอยู่กับการจัดโปรโมชั่นในแต่ละสถานที่ที่ให้บริการอีกด้วย

การทำ Vaser Liposuction ไม่ใช่การลดน้ำหนัก ดังนั้นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเป็นแค่การลดไขมันส่วนเกินที่ดูไม่สมสัดส่วน อย่างเช่นมีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่กระชับ เพราะฉะนั้นหากเรามีน้ำหนักมากๆ ก็จะต้องใช้การลดด้วยวิธีอื่นอย่างเช่นการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม อีกทั้งบางรายอาจต้องผ่าตัดเย็บกระเพาะจึงจะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป