Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

เข้าใจ "ไตรกลีเซอไรด์" แบบครบถ้วน ที่นี่!

รู้จักไตรกลีเซอไรด์ สิ่งที่สัมพันธ์กับไขมันและคอเลสเตอรอล พร้อมวิธีปฏิบัติเพื่อให้ร่างกายคงค่าไตรกลีเซอไรด์ที่เหมาะสม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,775,156 คน

เข้าใจ "ไตรกลีเซอไรด์" แบบครบถ้วน ที่นี่!

ในปัจจุบันผู้คนต่างหันมาสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น เห็นได้จากการที่หลายคนหันมาออกกำลังกาย ตรวจสุขภาพเป็นประจำ หนึ่งในนั้นคือการตรวจเลือด และมักจะมีศัพท์พบบ่อยคำหนึ่งคือ “ไตรกลีเซอไรด์” เช่น triglyceride 150 mg/dL และแพทย์ก็มักจะใช้ค่านี้มาอธิบายภาวะไขมันในเลือดสูงอยู่เสมอ

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) คืออะไร?

ไตรกลีเซอไรด์ คือ อนุภาคของไขมันที่ลอยอยู่ในเลือดของเราหลังจากที่ถูกดูดซึมมาทางลำไส้ใหญ่ พูดง่ายๆ ว่าเป็นรูปแบบที่พร้อมนำไปแปรรูปที่ตับ เพื่อนำส่งไปยังเซลล์ต่างๆ ไปสะสมตามเซลล์ร่างกายเช่น ผิวหนัง และเข้าเซลล์เพื่อตัดแต่งดัดแปลงให้เกิดพลังงานขึ้นมา

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

หลังจากที่ไตรกลีเซอไรด์ถูกดูดซึมทางลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะลำเลียงไปที่ตับเพื่อแปรรูปเป็นอนุภาค 3 แบบ ได้แก่ Very Low Density Lipoprotiens (VLDL), Low Density Lipoprotiens (LDL) และ High Density Lipoprotiens (HDL) สามอนุภาคนี้เป็นเสมือนพาหนะที่คอยนำไตรกลีเซอไรด์และคอเรสเตอรอลไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้อย่างสะดวก เพราะอนุภาคทั้งสามนี้มีความสามารถในการละลายอยู่ในกระแสเลือดได้ดีกว่าเดิม โดย VLDL จะบรรจุไตรกลีเซอไรด์เป็นหลัก LDL จะบรรจุคอเรสเตอรอลเป็นหลัก ส่วน HDL จะเป็นพาหนะที่ช่วยดึงสองตัวแรกที่เป็นอันตรายต่อร่างกายกลับและทำลายที่ตับ เพราะสองตัวแรกมักจะนำอันตรายสู่ร่างกายเป็นอย่างมาก

ความสำคัญของไตรกลีเซอไรด์

  1. เป็นสารตั้งต้นที่นำไปสร้างเป็นส่วนของเยื่อหุ้มเซลล์ ทำให้เซลล์มีความแข็งแรงและคงรูปได้อย่างดี
  2. เป็นสารที่สำคัญของเซลล์ไขมันในร่างกาย เช่น ทำให้ร่างกายมีความอบอุ่น และช่วยลดแรงกระแทกกรณีร่างกายได้รับอุบัติเหตุ เพื่อปกป้องอันตรายต่ออวัยวะภายใน

ระดับของไตรกลีเซอไรด์ที่เหมาะสม

ค่าของไตรกลีเซอไรด์ (มิลลิโมล/ลิตร) การแปลผล (ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดและหัวใจ)
< 1.70 ปกติ-มีความเสี่ยงต่ำ
1.70–2.25 มีความเสี่ยงปานกลาง
2.26–5.65 มีความเสี่ยงสูง

อันตรายของไตรกลีเซอไรด์

หากมีไตรกลีเซอไรด์ในปริมาณสูง จะหมายความว่าร่างกายมีโอกาสสร้างคอเลสเตอรอลตัวเลวที่มากขึ้น คือคอเลสเตอรอลชนิด VLDL และ LDL ซึ่งทำให้เกิดผลเสียแก่ร่างกาย โดยเฉพาะการสะสมที่บริเวณผนังของเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดแข็งตัว มีผลทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น นอกจากนี้ การสะสมของอนุภาคไขมันดังกล่าวยังมักจะไปเกาะเป็นตะกรันตามเส้นเลือด ทำให้ขนาดของเส้นเลือดตีบลง สิ่งที่น่ากลัวคือเมื่อเลือดไปเลี้ยงอวัยวะปลายทางไม่เพียงพออาจทำให้เกิดภาวะขาดเลือดของอวัยวะนั้นๆ โดยส่วนมากมักเกิดกับหัวใจ ทำให้เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน หัวใจขาดเลือด และเข้าสู่ภาวะหัวใจวาย และหากผนังเส้นเลือดเกิดการแตกกลายเป็นก้อนเล็กๆ ไหลตามเส้นเลือด แล้วไปอุดกั้นเส้นเลือดเล็กๆ เช่นเส้นเลือดฝอยในสมอง ก็จะทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดอีกด้วย

ดังนั้นเราจึงควรป้องกันตนเองให้ห่างจากภาวะเหล่านี้ด้วยการควบคุมการรับไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ คือควบคุมให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ต่ำกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร เพราะอย่างไรก็ดี ไตรกลีเซอไรด์ยังเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนและวิตามิน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันภาวะไขมันเกาะตามเส้นเลือด

  1. รับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดดี เช่น ปลา ไข่ อะโวคาโด ถั่วต่างๆ โฮลเกรน เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีปริมาณไตรกลีเซอไรด์เป็นส่วนประกอบในปริมาณน้อย ทำให้มีสารตั้งต้นที่จะทำไปสร้างคอเรสเตอรอลตัวเลวได้น้อยลง
  2. ไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากมีผลการวิจัยที่ชัดเจนแล้วว่า การสูบบุหรี่เพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เกิดเกิดเส้นเลือดแข็งตัวและตีบตันมากขึ้น
  3. ออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน เพราะเป็นการออกกำลังกายที่เพิ่มอัตราการสลายอนุภาคของคอเลสเตอรอลตัวเลวได้เป็นอย่างดี

ที่มาของข้อมูล

James Beckerman, MD, FACC, High triglyceride : what you need to know (https://www.webmd.com/cholesterol-management/high-triglycerides-what-you-need-to-know#1), 2 March 2019.

William W. Christie, Triacylglycerols: 2.Biosynthesis and Metabolism (http://www.lipidhome.co.uk/lipids/simple/tag2/index.htm), 27 March 2019.

Davidson, Michael H. (28 January 2008). "Pharmacological Therapy for Cardiovascular Disease". In Davidson, Michael H.; Toth, Peter P.; Maki, Kevin C. (eds.). Therapeutic Lipidology. Contemporary Cardiology. Cannon, Christopher P.; Armani, Annemarie M. Totowa, New Jersey: Humana Press, Inc. pp. 141–142. ISBN 978-1-58829-551-4.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ไตรกลีเซอไรด์สูง ทำอย่างไรดี?
ไตรกลีเซอไรด์สูง ทำอย่างไรดี?

เรียนรู้สาเหตุและอาการที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และวิธีปฏิบัติตัวเบื้องต้นเพื่อทำให้ค่าไขมันตัวนี้ดีขึ้น

ดูในแอป