กายภาพบำบัด

คอตกหมอนคืออะไร กายภาพบำบัดช่วยรักษาได้หรือไม่?

ทำความเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นรวมถึงวิธีการรักษาคอตกหมอนตามวิธีทางกายภาพบำบัด
เผยแพร่ครั้งแรก 30 เม.ย. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 23 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
คอตกหมอนคืออะไร กายภาพบำบัดช่วยรักษาได้หรือไม่?

คอตกหมอน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน แต่รบกวนการทำกิจวัตรประจำวันมาก นำมาซึ่งความเจ็บปวด ความรำคาญ จนทำให้หงุดหงิดได้ตลอดเวลาที่มีอาการ นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณแสดงการเสื่อมของกระดูกคอ เป็นต้นเหตุของกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง หรือบ่งชี้สุขลักษณะการนอนที่ผิดปกติด้วย

คอตกหมอนคือะไร? อาการเป็นแบบไหน?

คอตกหมอน เป็นคำเรียกอาการปวดต้นคอหลังจากตื่นนอนตอนเช้า คอแข็ง ขยับคอไม่ได้ เวลาจะหันคอต้องใช้การบิด หรือหันทั้งลำตัวแทน ส่วนมากสามารถหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
กายภาพบำบัดและนวดเพื่อการรักษาวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 513 บาท ลดสูงสุด 53%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

H25

นอกจากอาการปวดตึงบริเวณหลังคอแล้ว เมื่อคลำดูอาจจะพบการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อขึ้นเป็นลำ (muscle spasm) ชัดเจน หรือรู้สึกผิวหนังบริเวณนั้นอุ่นกว่าบริเวณอื่น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดและเกร็งแข็งของกล้ามเนื้อบ่า และสะบักข้างเดียวกันได้อีกด้วย

สาเหตุที่แท้จริงของคอตกหมอนคืออะไร?

อาการคอตกหมอนเกิดจากการอยู่ในท่าทางผิดปกติระหว่างนอนหลับ เช่น คอพับ คอเอียง คอหัก หรือหันไปข้างใดข้างหนึ่ง เมื่ออยู่ในท่าทางเหล่านี้นานๆ โดยไม่รู้สึกตัว กล้ามบริเวณต้นคอจึงหดเกร็ง ปวดเมื่อย หรือแม้กระทั่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน (acute muscle strain) นำมาซึ่งอาการปวดอย่างรุนแรง มากไปกว่านั้นยังสามารถทำให้กล้ามเนื้ออื่นรอบๆ บาดเจ็บตามไปเป็นวงกว้างได้อีกด้วย เนื่องจากร่างกายต้องพยายามใช้กล้ามเนื้ออื่นมาทำงานแทนกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บอยู่ เพื่อให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่อไปได้ กล้ามเนื้อที่ถูกนำมาใช้งานแทนจึงบาดเจ็บเนื่องจากต้องทำงานมากกว่าปกติและไม่ใช่หน้าที่ที่เหมาะสมกับลักษณะของกล้ามเนื้อนั้น

วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อคอตกหมอนทำได้อย่างไรบ้าง?

คำแนะนำทั่วไปสำหรับผู้มีอาการคอตกหมอนมีดังนี้

  1. ตรวจร่างกายเบื้องต้นด้วยตนเอง จุดที่ปวดที่สุดจากคอตกหมอนมักเป็นข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนมากอยู่บริเวณก้านคอ เมื่อใช้มือคลำเบาๆ จะพบว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นแข็งตัวเป็นลำหรือก้อนแข็ง แต่ไม่มีอาการชาร้าวไปที่แขน
  2. ประคบเย็น อาจใช้น้ำแข็งใส่ถุงพลาสติกแล้วห่อด้วยผ้าขนหนู หรือใช้เจลประคบเย็นห่อด้วยผ้าขนหูก็ได้ ประคบค้างไว้ 15-20 นาที สามารถทำได้ทุกๆ 2 ชั่วโมง ไม่แนะนำให้ประคบร้อน เพราะแม้จะช่วยให้ลดปวดได้เหมือนกัน แต่ในระยะที่มีการอักเสบ การประคบร้อนจะทำให้อาการแย่ลง
  3. นวดกล้ามเนื้อคอเบาๆ โดยนั่งฟุบกับโต๊ะ ใช้หมอนขนาดพอเหมาะรองใบหน้า ใช้มือข้างเดียวกันกดคลึงบริเวณที่ปวดเบาๆ อย่างนุ่มนวล หรืออาจจะกดค้างไว้ 30 วินาที แล้วปล่อย รวมเวลากด 3-5 นาที หรือจนกว่าจะรู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนนุ่มลง ก้อนแข็งที่คลำพบหายไป ทำได้วันละ 1-2 ครั้ง ไม่แนะนำให้ออกแรงมากจนเกินไปเพราะจะยิ่งส่งเสริมให้มีการอักเสบมากขึ้น
  4. ยืดกล้ามเนื้อคอเบาๆ โดยก้มคอ หันหน้าไปด้านตรงข้ามกับข้างที่มีอาการปวด ใช้มือด้านตรงข้ามกับที่มีอาการปวดวางบริเวณเหนือใบหู ออกแรงยืดเบาๆ ให้มีความรู้สึกตึง ระวังไม่ให้อาการปวดเพิ่มขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที 3 ครั้ง ทำได้วันละ 1-3 รอบ

คอตกหมอนบ่อยๆ ผ่านไปหลายวันยังไม่หาย ควรทำอย่างไรดี?

ผู้ที่มีอาการคอตกหมอนแล้วอาการไม่หายไปเองในระยะเวลา 2-3 วัน แนะนำให้เดินทางไปพบนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาเพิ่มเติมต่อไป ส่วนผู้ที่มีอาการคอตกหมอนบ่อยๆ ก็แนะนำให้ไปทำการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรัง ทั้งนี้รวมถึงผู้ที่ตื่นมามีอาการคล้ายคอตกหมอน แต่มีอาการชาร้าวลงไปที่แขน หรือมีอาการอ่อนแรงของแขนร่วมด้วย ก็แนะนำให้ไปทำการตรวจอย่างละเอียด เพราะอาจจะเป็นสัญญาณของโรคกระดูกคอเสื่อม (Spondylosis) หรือหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาท (Herniated Cervical Disc) ได้

การรักษาที่นิยมทางกายภาพบำบัดสำหรับอาการเหล่านี้ ได้แก่

  1. การรักษาด้วยมือ (Manual Therapy) นักกายภาพบำบัดใช้มือในการดัด ดึง ยืด หรือขยับข้อต่อของผู้ป่วยเบาๆ เพื่อช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อวางตัวอย่างเป็นปกติ เทคนิคและระยะเวลาในการรักษาขึ้นกับอาการของผู้ป่วยและความชำนาญของนักกายภาพบำบัด การรักษาด้วยวิธีนี้โดยทั่วไปจะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดมากขึ้น หรืออาการแย่ลง
  2. การรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด (Physical Modalities) มีเครื่องมือหลายชนิดที่นิยมใช้เพื่อลดอาการปวด เครื่องมือที่นักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่น่าจะเลือกใช้เพื่อลดอาการปวดจากคอตกหมอนเป็นอันดับต้นๆ คือ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ขณะให้การรักษา ผู้ป่วยอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย หรือเพียงรู้สึกอุ่นสบายเท่านั้น อัลตราซาวด์จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ส่งผลให้การอักเสบลดลง นอกจากนี้ยังช่วยลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังได้อีกด้วย
  3. การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (Education and Home program) ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น การเลือกเฝือกอ่อนช่วยพยุงคอ ในขณะขับรถหรือทำกิจกรรมต่างๆ การเลือกที่นอนและหมอนให้เหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละคน ท่านอนที่เหมาะสม และการออกกำลังที่สามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อบรรเทาและป้องกันการกลับมาเป็นคอตกหมอนซ้ำ ที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายอีกด้วย

คำถามที่นักกายภาพมักได้รับจากผู้ป่วยคอตกหมอนบ่อยๆ คือ สามารถไปนวดคลายเส้นได้หรือไม่? คำตอบคือแล้วแต่ว่าต้องการไปนวดแบบไหน หากเป็นการนวดเบาๆ เช่นการนวดแบบสวีดิช หรือนวดน้ำมันเบาๆ ใช้ระยะเวลาไม่นานก็สามารถทำได้ แต่ไม่แนะนำให้รับการนวด กด ดัด ดึงอย่างรุนแรง หรือใช้เวลานวดนานๆ เพราะอาจจะกระตุ้นให้กล้ามเนื้ออักเสบมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ แค่เพียงการนวดด้วยตนเองที่บ้านที่แนะนำไปข้างต้นก็สามารถบรรเทาอาการได้เพียงพอแล้ว

วิธีหลีกเลี่ยงคอตกหมอน

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าคอตกหมอนเกิดจากการนอนในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานๆ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การเลือกท่านอนให้เหมาะสม ไม่ว่าจะนอนในท่านอนหงาย หรือนอนตะแคงด้านใด กระดูกสันหลังตั้งแต่ระดับคอจนถึงเอวควรเรียงกันอยู่ในแนวเส้นตรง ตัวช่วยที่ดีที่จะช่วยให้เกิดท่านอนที่เหมาะสมคือ การเลือกหมอนและที่นอนให้เหมาะกับสรีระร่างกายของผู้นอน คือไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป เมื่อนอนลงแล้วกระดูกสันหลังเรียงกันเป็นเส้นตรง นอกจากนี้ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอก็สามารถช่วยลดอัตราการเกิดคอตกหมอนได้อีกด้วย

คอตกหมอนเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่เป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด นอกจากนี้หลังมีอาการแล้วการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีกก็เป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารทำได้ที่บ้านด้วยตนเอง


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Xavier Valle. Clinical practice guide for muscle injuries: Epidermiology, diagnosis, treatment and prevention.
Vavken P. Evidence-baded treatment of muscle energy. Swiss sport and exercise medicine. 2018.
Nicola Maffulli. Muscle injuries: Abrief guide to classification and management. Tranl Med UniSa. 2015

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
โปรแกรมการกายภาพหลัง
โปรแกรมการกายภาพหลัง

โปรแกรมกายภาพหลังที่เหมาะสมควรประกอบไปด้วยทั้งการยืดและการสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscle Weakness)
กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscle Weakness)

กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะที่เกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย แม้กระทั่งในคนที่ดูมีรูปลักษณ์กำยำก็ตาม

ดูในแอป