การออกกำลัง

ไขมันในช่องท้องคืออะไร มีหน้าที่ วัดยังไง ลดยังไง

เผยแพร่ครั้งแรก 5 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 9 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ไขมันในช่องท้องคืออะไร มีหน้าที่ วัดยังไง ลดยังไง

ถ้าอยู่ดีๆ มีคนพูดขึ้นมาว่า "ระวังภาวะไขมันในช่องท้องเยอะ" ก็อาจจะทำให้หลายคนเกิดความสงสัย รวมทั้งรู้สึกงุนงง ว่าภาวะนี้คืออะไร มีความแตกต่างกันการที่มีไขมันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายหรือไม่ แต่ถ้าหากพูดว่า "ระวังอ้วนลงพุง" ก็จะสามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าหมายถึงอะไร เรื่องของไขมันในช่องท้องนั้น เป็นเรื่องใกล้ตัวที่อันตรายกว่าที่เราคิด ไม่ใช่แค่คนอ้วนเท่านั้นที่จะพบเจอกับปัญหานี้ คนผอมเองก็มีโอกาสที่จะเกิดภาวะไขมันในช่องท้องเยอะได้เช่นกัน และถ้าหากมีการสะสมในปริมาณมาก ก็มีโอกาสที่จะทำให้โรคร้ายตามมาในภายหลังได้

ภาวะไขมันในช่องท้อง คืออะไร?

ภาวะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่ร่างกายรับสารอาหารประเภทไขมันเข้าสู่ร่างกายจำนวนมาก และร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน (คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลที่ได้รับมากเกินก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมันเช่นกัน) ไขมันในส่วนนี้ก็จะเข้าไปแทรกซึมเกาะติดอยู่ภายในระหว่างอวัยวะต่าง ๆ และกล้ามเนื้อหน้าท้อง ซึ่งกันนับว่าเป็นไขมันใต้ผิวหนังชนิดหนึ่ง ยิ่งผ่านไปนาน ๆ ไขมันชนิดนี้ก็จะมีความแข็งตัวมากยิ่งขึ้น และจะดันให้หน้าท้องของเราป่องออกมาจนดูน่าเกลียด กรณีที่มีเหตุให้ต้องอัลตร้าซาวน์ ก็อาจจะพบว่าอวัยวะภายในของเรานั้น ถูกหุ้มห่อไปด้วยบางสิ่งบางอย่างที่มีสีออกเหลือง ๆ และสิ่งเหล่านี้กันคือไขมันในช่องท้องนี่เอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

เราอาจจะเคยเห็นบางคนที่ดูผอมเก้งก้าง แต่เมื่อถอดเสื้อออกมากลับลงพุงในแบบที่เราคาดไม่ถึงมาก่อน ในขณะที่บางคนตัวใหญ่ แต่หน้าท้องกลับแบนราบ นั่นก็สามารถบ่งบอกได้ระดับหนึ่งแล้วว่า ไขมันในช่องท้องสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนผอม หรือคนอ้วน (เพียงแค่อาจจะพบได้มากในคนอ้วนมากกว่าเท่านั้นเอง) สาเหตุสำคัญอีกประการที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง นอกจากเรื่องของการทานอาหารที่มากกว่าพลังงานที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับ ก็คือเรื่องของการไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย ในทางการแพทย์พบว่ากลุ่มคนเหล่านี้ ถึงแม้จะทานอาหารน้อย แต่ก็ยังมีโอกาสพบภาวะไขมันในช่องท้องได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเผาผลาญพลังงานได้หมดนั่นเอง

รู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะไขมันในช่องท้องเยอะหรือไม่?

เราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ในเบื้องต้นว่า เรากำลังมีภาวะไขมันในช่องท้องเยอะเกินไปหรือเปล่า โดยการใช้สายวัดในการวัดสัดส่วน อันดับแรกก็ให้วัดรอบเอวก่อน (ส่วนที่คอดที่สุดของหน้าท้อง) โดยใช้หน่วยวัดเป็นเซนติเมตร ต่อมาก็วัดสะโพก นำตัวเลขวัดรอบเอว มาหารด้วยตัวเลขที่วัดรอบสะโพก จะได้ตัวเลขทศนิยม 2 หลัก วิธีการวัดแบบนี้เรียกว่า Waist-to-Hip Ratio Measurement เป็นวิธีที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ

  • ในผู้หญิง ถ้าหากได้ค่ามากกว่า 0.80 แปลว่ามีไขมันในช่องท้องเยอะ
  • ในผู้ชาย หากได้ค่ามากกว่า 0.95 แปลว่ามีไขมันในช่องท้องเยอะ

แต่ถ้าหากต้องการความแม่นยำในการตรวจเช็คไขมันในช่องท้องจริง ๆ แนะนำให้ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจะดีที่สุด โดยค่าต่าง ๆ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า เรากำลังมีภาวะไขมันในช่องท้องเยอะ มีดังต่อไปนี้

  • ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูงกว่า 150 mg/dL.
  • ความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท
  • ขณะอดอาหาร พบระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 mg/dL.

มีวิธีลดไขมันในช่องท้องหรือไม่?

มีคำกล่าวที่ว่า "วิธีลดไขมันในช่องท้องที่สุด ก็คือการออกกำลังกาย เพราะการเกิดไขมันในช่องท้อง เกิดจากการที่กินอาหารที่มีไขมันสูงแล้วไม่ได้ออกกำลังกาย" คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นการลดไขมันในช่องท้องได้มากที่สุด ยิ่งถ้าหากควบคุมอาหารด้วยการทานคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่ย่อยง่าย ก็จะยิ่งทำให้ไขมันในช่องท้องหายได้เร็วยิ่งขึ้น เคยสังเกตหรือไม่ว่า เวลาที่เราออกกำลังกายไปได้สัก 1-2 อาทิตย์ จะรู้สึกว่ากางเกงหลวม เสื้อก็ใส่ได้แบบที่ไม่ฟิตเอว ถึงแม้ว่าน้ำหนักจะไม่ค่อยลงเท่าไรก็ตาม นั่นก็เพราะว่าไขมันในช่องท้องของเราลดลงไปนั่นเอง และแน่นอนว่าถ้าหากยังออกกำลังกายต่อไปเรื่อย ๆ จนไขมันในช่องท้องสลายออกไปจนหมด เราก็จะได้เห็นซิคแพคขึ้นเป็นลอนบาง ๆ กำลังสวยงาม อย่าคิดสั้นด้วยการไปดูดไขมันออกโดยเด็ดขาด เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกมานั้น คือไขมันบริเวณใต้ผิวหนัง ไม่ใช่ไขมันในช่องท้องอย่างที่เราเข้าใจ

ใครที่กำลังหาวิธีการจะลดไขมันในช่องท้อง หรือลดปัญหาพุงยื่น ก็ควรเริ่มต้นออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ พร้อมกับควบคุมอาหารโดยการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่าคิดจะใช้วิธีลัดด้วยการทานยาลดความอ้วน หรืออดอาหาร เพราะอาจจะส่งผลเสียทำให้ร่างกายของคุณเสียหาย และอาจทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่มากกว่าเดิม


12 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Abdominal fat and what to do about it. Harvard Health. (https://www.health.harvard.edu/staying-healthy/abdominal-fat-and-what-to-do-about-it)
Visceral fat: What it is, why it is dangerous, and how to get rid of it. Medical News Today. (https://www.medicalnewstoday.com/articles/320929)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม