การนอน

ความแตกต่างระหว่างโรคลมหลับชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 คืออะไร?

อาการผล็อยหลับและการตรวจไฮโปเครตินจะช่วยแยกชนิดของโรคได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ความแตกต่างระหว่างโรคลมหลับชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 คืออะไร?

โรคลมหลับ (Narcolepsy) มีอาการจำเพาะ คือ ง่วงนอนมากในเวลากลางวัน แต่ก็ยังมีอาการอื่นๆ อีกและมีผลตรวจที่ใช้แยกชนิดย่อยของภาวะนี้ โรคลมหลับมีสองชนิด แต่อะไรคือความแตกต่างระหว่างชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 ล่ะ? เรียนรู้เกี่ยวกับความแตกต่างเหล่านี้ รวมถึงบทบาทของอาการผล็อยหลับและการตรวจระดับไฮโปเครติน (Hypocretin) ในน้ำไขสันหลัง (Cerebrospinal Fluid)

อาการของโรคลมหลับอาจช่วยแยกชนิดได้

โรคลมหลับทั้งสองชนิดมีอาการง่วงนอนที่ควบคุมไม่ได้หรือมีอาการเผลอหลับในเวลากลางวัน หากไม่มีอาการง่วงนอนก็ไม่เหมาะสมที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคลมหลับ ยังมีอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก และอาการบางอย่างยังใช้แยกชนิดย่อยของโรคได้

โรคลมหลับมีสองชนิด คือ ชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2 โดยชนิดแรกจะรวมถึงการมีอาการผล็อยหลับ (Cataplexy) คือ มีช่วงที่กล้ามเนื้อทั้งสองข้างของร่างกายอ่อนแรงอย่างฉับพลันเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยที่ยังมีสติอยู่ อาการอ่อนแรงดังกล่าวอาจถูกกระตุ้นจากอารมณ์ที่รุนแรง โดยอารมณ์ดังกล่าวมักเป็นในแง่บวก เช่น อาการผล็อยหลับมักสัมพันธ์กับการหัวเราะ อาการอ่อนแรงอาจเกิดที่หน้า แขน หรือขา บางคนอาจมีอาการหนังตาตกปากอ้า ลิ้นยื่น หรือคอตก บางคนอาจล้มลงไปกับพื้นในขณะที่มีอาการผล็อยหลับ

โรคลมหลับทั้งสองชนิดอาจมีอาการผีอำ (Sleep Paralysis) และการเห็นภาพหลอนขณะกำลังจะหลับ (Hypnagogic Hallocunations) ได้ การนอนหลับได้เป็นช่วงๆ ในเวลากลางคืนมักจะเกิดขึ้นได้ในโรคลมหลับทั้งสองชนิดเช่นกัน

บทบาทของการตรวจ Hypocretin และตรวจความง่วงนอน (MSLT)

การตรวจจำเพาะอาจใช้แยกโรคลมหลับสองชนิดออกจากกันได้ อาการง่วงนอนมากกว่าปกติในเวลากลางวันจะบอกได้จากผลการตรวจความง่วงนอน (Multiple Sleep Latency Test หรือ MSLT)

การตรวจนี้ทำคล้ายการตรวจการนอนหลับตามมาตรฐานและรวมถึงโอกาสในการงีบ 4-5 ครั้งในช่วงเวลา 2 ชั่วโมง ผู้เข้ารับการตรวจจะได้รับโอกาสให้นอนหลับ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคผล็อยหลับจะหลับไปในเวลาไม่เฉลี่ยไม่เกิน 8 นาที นอกเหนือจากนั้น การหลับแบบ REM จะเกิดขึ้นภายในเวลา 15 นาทีตั้งแต่เริ่มหลับอย่างน้อยสองครั้งของการงีบ

ยิ่งไปกว่านั้น การตรวจระดับ Hypocretin ในน้ำไขสันหลังจากการเจาะหลังเพื่อตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) ก็สามารถช่วยเฉลยคำตอบได้เช่นกัน หากระดับของ Hypocretin น้อยกว่า 110 pg/mL ก็จะเข้าได้กับการวินิจฉัยโรคลมหลับชนิดที่ 1 แต่หากระดับปกติหรือไม่ได้วัดและไม่มีอาการผล็อยหลับก็จะวินิจฉัยเป็นโรคลมหลับชนิดที่ 2 หากผลตรวจความง่วงนอนเป็นบวก หากระดับ Hypocretin ถูกวัดได้ว่าต่ำในภายหลังหรือหากอาการผล็อยหลับมาเกิดขึ้นในเวลาต่อมา ก็สามารถเปลี่ยนการวินิจฉัยไปเป็นชนิดที่ 1 ได้

ถึงแม้ว่าโรคลมหลับจะเป็นภาวะที่หาได้ยาก แต่ก็พบได้พอควร โดยพบว่าเป็นชนิดที่ 1 ได้ราวๆ 1 ใน 5,000 คน การวินิจฉัยควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับที่สามารถทำการตรวจได้อย่างเหมาะสมและให้การรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณกังวลว่าคุณอาจมีอาการของโรคลมหลับก็ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับที่สามารถให้การดูแลและความช่วยเหลือที่คุณต้องการได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่