การออกกำลัง

หน้าท้องยื่น ลงพุง เกิดจากอะไร ลดอย่างไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
หน้าท้องยื่น ลงพุง เกิดจากอะไร ลดอย่างไร?

ปัญหาเรื่องของการมีหน้าท้องยื่น หรือการอ้วนลงพุง กำลังเป็นปัญหาที่คุกคามคนไทย และผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้ดูอ้วนแล้ว การอ้วนลงพุงยังสามารถนำไปสู่การเป็นโรคร้ายอีกหลายชนิดได้ การอ้วนลงพุงนั้น จะแตกต่างกับการอ้วนแบบอื่น ๆ คือจะอ้วนเฉพาะที่หน้าท้องเท่านั้น เราอาจจะเห็นบางคนผอม สูง แต่เมื่อเปิดเสื้อขึ้นมาก็เห็นการลงพุง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่แปลกพอสมควร เพราะฉะนั้นเราจึงได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการมีหน้าท้องยื่นหรืออ้วนลงพุงมาให้ศึกษากัน ใครที่มีปัญหานี้อยู่ ไม่ควรพลาดเด็ดขาด!

หน้าท้องยื่นและอ้วนลงพุงเป็นอย่างไร?

ภาวะที่ร่างกายมีหน้าท้องยื่น หรืออ้วนลงพุง มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่าเป็นภาวะ Metabolic Syndrome ซึ่งเกิดการที่กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายมีการทำงานที่ผิดปกติจากคนทั่วไป ผลก็คือ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันที่หน้าท้องในปริมาณมาก จึงทำให้หน้าท้องยื่นออกมาจากลำตัว และมีการขยายของรอบเอวหนายิ่งขึ้นกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการใด ๆ ที่น่าเป็นห่วงนอกจากเรื่องของหน้าท้องใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง ก็คือความเสี่ยงในการเป็นโรคความดันโลหิต และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนทำให้เป็นโรคเบาหวาน ในกรณีที่มีการสะสมของไขมันในหน้าท้องในเวลาที่ยาวนาน อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เต็มที่ เป็นเหตุให้เกิดภาวะหัวใจวายและเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา

หน้าท้องยื่น และอ้วนลงพุง เกิดจากอะไร?

นอกจากเรื่องของระบบเผาผลาญที่มีการทำงานผิดปกติแล้ว ยังสามารถพบปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงได้อีก เช่น

  • มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน (เป็นโรคอ้วน)
  • ไม่ชอบออกกำลังกาย
  • รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • มีภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • ป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • เป็นโรคไขมันพอกตับ
  • เป็นผู้สูงอายุ (เซลล์มีการเสื่อมสภาพ จนทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย)

การเป็นโรคอ้วนลงพุงวัดได้จากหลักเกณฑ์อะไรบ้าง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ต้องอ้วนแค่ไหนถึงจะเป็นโรคอ้วนลงพุง แล้วมีหลักเกณฑ์อะไรในการวัดที่เป็นมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งผู้ที่มีอาการอ้วนลงพุงนั้น จะต้องใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ในการวัด

  • มีเส้นรอบเอวตั้งแต่ 80 เซนติเมตรขึ้นไปสำหรับผู้หญิง และ 90 เซนติเมตรขึ้นไปสำหรับผู้ชาย
  • มีไขมันดี (HDL) ต่ำกว่า 50 mg/dL สำหรับผู้หญิง และต่ำกว่า 40 mg/dL สำหรับผู้ชาย
  • มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 100 mg/dL
  • มีระดับความดันโลหิตสูงกว่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท

วิธีลดหรือป้องกันภาวะอ้วนลงพุง ทำได้อย่างไร?

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ภาวะอ้วนลงพุงนั้น มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายต่าง ๆ มากมายจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่เข้าข่ายการเป็นโรค "อ้วนลงพุง" ควรใช้วิธีการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาหรือลดภาวะนี้ให้หายไปโดยเร็วที่สุด และสำหรับใครที่ยังไม่ได้เป็นโรคนี้ ก็สามารถใช้วิธีการเหล่านี้ป้องกันได้เช่นกัน

1.เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่ใส่น้ำมันในปริมาณมาก รวมถึงไข่และมันจากอาหารทะเล แนะนำให้ทานอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ เช่น อกไก่ หมูเนื้อแดง ไข่ขาว เนื้อปลา และในทุกมื้อควรทานผักที่มีไฟเบอร์สูงอย่างน้อยร้อยละ 50 เพื่อที่จะได้อิ่มท้องได้นานและไม่หิวบ่อย

2.งดทานอาหารที่มีความเค็ม เพื่อไม่ให้มีโซเดียมตกค้างอยู่ในร่างกายในปริมาณมาก เนื่องจากโซเดียมนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวบวม เมื่อลดความเค็ม (ลดโซเดียม) ลงได้ ก็จะช่วยลดพุงได้เป็นอย่างดี พร้อมกับลดระดับของความดันโลหิตให้ต่ำลงอีกด้วย ดังนั้นใครที่ชอบทานอาหารที่มีรสเค็มมากๆ ก็มาเริ่มลดความเค็มให้น้อยลงตั้งแต่วันนี้กันเลย

3.ออกกำลังกายบ้าง ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนอ้วน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้ ลองเริ่มจากการวิ่งเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาทีทุกวัน แล้วค่อย ๆ ใช้เวลานานขึ้นเรื่อย ๆ เท่านี้หน้าท้องที่เคยยื่นออกมา ก็จะยุบลงไปเหมือนกับไม่เคยมีพุงเลยล่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีท่าออกกำลังกายง่ายๆ เพื่อลดพุงโดยเฉพาะอีกด้วย เช่น ท่าซิทอัพ เป็นต้น

4.งดสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอ้วนลงพุง เนื่องจากมีสารพิษที่จะไปขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

ในกรณีที่ปฏิบัติตามทั้ง 4 ข้อแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยารักษาควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการกระเตื้องในการรักษา รวมทั้งช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

โรคอ้วนลงพุง เป็นโรคอันตรายที่ไม่ควรละเลยเป็นอันขาด เพราะอาจส่งผลให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เริ่มต้นทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวของเราในอนาคต

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่