ความรู้สุขภาพ

“เหงือกดำ” เกิดจากอะไรได้บ้างนะ?

เผยแพร่ครั้งแรก 22 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 28 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
“เหงือกดำ” เกิดจากอะไรได้บ้างนะ?

 เหงือกเป็นเนื้อเยื่อที่แข็งแรงซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวยึดฟัน เหงือกของเราสามารถเป็นได้ตั้งแต่สีแดงหรือชมพูไปจนถึงสีน้ำตาลหรือดำ อย่างไรก็ตาม การมีเหงือกสีดำไม่เพียงแต่ทำให้ดูไม่น่ามอง หรือทำให้เราเสียความมั่นใจในขณะที่พูดหรือยิ้มเท่านั้น แต่มันอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเป็นโรคร้าย หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นภายในร่างกาย เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีสาเหตุใดที่ทำให้เหงือกดำได้บ้าง

1. เมลานิน

โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของเราจะผลิตเมลานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิว ผม และดวงตามีสี  ยิ่งคนมีเมลานินในร่างกายมากเท่าไร มันก็จะยิ่งทำให้ผม ผิว หรือดวงตามีสีเข้มมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้การมีเหงือกสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำก็อาจเป็นเพราะว่าเรามีเมลานินในร่างกายมากกว่าคนทั่วไป แต่ถ้าเหงือกมีสีเข้มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล หากเหงือกเพิ่งมาเปลี่ยนสีในช่วงเวลาสั้นๆ หรือมีปื้นสีดำปรากฏบนเหงือก ต้นเหตุก็อาจไม่ใช่เมลานิน และอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาสุขภาพ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

2. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่สามารถทำให้เหงือกเปลี่ยนสี ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า Smoker's melanosis ทั้งนี้ในร่างกายของเรามีเซลล์ผลิตเมลานินที่เรียกว่า เมลาโนไซต์ และสารนิโคตินในบุหรี่สามารถทำให้เซลล์ดังกล่าวผลิตเมลานินออกมามากกว่าปกติ ทำให้เหงือกกลายเป็นสีน้ำตาลหรือดำ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสีสามารถเกิดขึ้นแค่บางจุดหรือเกิดขึ้นทั้งหมด ข้างในแก้มและริมฝีปากล่างก็อาจเปลี่ยนสีเช่นกัน อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบความเชื่อมโยงของการเลิกสูบบุหรี่และการมีสีของเหงือกลดลง

3. ยา

มิโนไซคลีนเป็นยาที่ใช้รักษาสิวและการติดเชื้อบางประเภทอย่างโรคหนองในเทียม ซึ่งผลข้างเคียงที่ผิดปกติของมิโนไซคลีนคือการมีสีของบางอวัยวะเปลี่ยนไป ซึ่งในบางครั้งก็สามารถเกิดขึ้นได้ในปากของเรา อย่างไรก็ตาม คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการเปลี่ยนสีที่บริเวณใดๆ บนร่างกายที่มีต้นเหตุมาจากการทานยา เพราะแพทย์อาจให้คุณทานยาชนิดอื่นแทน

4. รอยสักอมัลกัม (Amalgam tattoo)

รอยสักอมัลกัมสามารถปรากฏที่บริเวณใดๆ ในปากก็ได้ แต่มักจะปรากฏถัดจากบริเวณที่มีการอุดฟัน ซึ่งจะเป็นจุดสีดำ สีเทา หรือสีน้ำเงินภายในปาก ทั้งนี้อมัลกัมเป็นส่วนผสมของโลหะที่ใช้อุดฟันและครอบฟัน ถ้าอนุภาคของวัสดุนี้หลุดออกไปมันก็จะปรากฏใต้เหงือก ในกรณีนี้การรักษาไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะมันไม่ได้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ

5. โรคเหงือกอักเสบเนื้อตายเฉียบพลัน

โรคเหงือกอักเสบเนื้อตายเฉียบพลันคือ การติดเชื้อที่รู้จักกันในชื่อว่า Trench mouth ซึ่งมันสามารถทำให้เรามีไข้ ปวดเหงือก และปากเหม็น การติดเชื้อสามารถทำให้เหงือกเป็นสีดำหรือเทาถ้ามีชั้นของเนื้อเยื่อที่ตายแล้วก่อตัวขึ้นบนเหงือก อย่างไรก็ดี โรคดังกล่าวเกิดจากการมีแบคทีเรียเติบโตในช่องปากอย่างรวดเร็ว  ซึ่งมักเป็นผลมาจากโรคเหงือกอักเสบ นอกจากนี้แบคทีเรียอาจก่อตัวขึ้นเพราะคุณดูแลสุขอนามัยช่องปากได้ไม่ดี ความเครียด การนอนไม่เพียงพอ หรือการทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ สำหรับอาการเริ่มแรกคือ การมีเลือดออกที่เหงือก ปากเหม็น มีน้ำลายมาก และรู้สึกป่วย ซึ่งทันตแพทย์จะทำความสะอาดช่องปากและอาจจ่ายยาปฏิชีวนะให้ ทั้งนี้การใช้น้ำยาบ้วนปาก และการรักษาฟันและเหงือกให้สะอาดจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ

6. โรคแอดดิสัน

โรคแอดดิสันสามารถส่งผลต่อต่อมหมวกไต โดยจะไปยับยั้งไม่ให้ต่อมผลิตฮอร์โมนออกมาอย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากมันจะทำให้ผู้ป่วยมีเหงือกและริมฝีปากที่ดำขึ้นแล้ว มันก็ยังทำให้มีอาการอ่อนเพลีย รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เบื่ออาหาร กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ นอกจากโรคแอดดิสันจะส่งผลต่อสีของริมฝีปากและเหงือกแล้ว มันก็ยังทำให้เกิดจุดสีดำที่ผิวส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งมักพบที่บริเวณหัวเข่า ข้อนิ้ว เส้นฝ่ามือ และรอบๆ แผลเป็น

7. โรค Peutz-Jeghers

โรค Peutz-Jeghers เป็นโรคทางพันธุกรรมที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดติ่งเนื้อหรือมะเร็ง ซึ่งหนึ่งในอาการที่จะปรากฏในช่วงเริ่มต้นคือ การมีกระสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำตาลเข้ม โดยสามารถพบได้ในช่องปาก ผิวที่นิ้ว และผิวที่เล็บเท้า อย่างไรก็ตาม กระที่เกิดจากโรคดังกล่าวมักแสดงออกให้เราเห็นตอนเป็นเด็ก และจะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น

เราจะรักษาปัญหาเหงือกดำได้อย่างไร?

การรักษาปัญหาเหงือกดำจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเหงือกติดเชื้อ หรือคุณเป็นโรคแอดดิสัน  มันก็จะรักษาโดยใช้ยา นอกจากนี้การเลิกสูบบุหรี่ก็พอจะช่วยได้เช่นกัน และแพทย์ก็อาจใช้วิธีฟอกสีเหงือก เพื่อให้สีของเหงือกดูสว่างขึ้น

จากที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่า มีหลายสาเหตุที่ทำให้เหงือกของเรามีสีดำไม่น่ามอง แต่คุณสามารถป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นโดยดูแลสุขอนามัยของช่องปากและลดการทานน้ำตาล ซึ่งมันจะทำให้ฟันและเหงือกแข็งแรง รวมถึงแปรงฟันทุกวัน ใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง และไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ

ที่มา: https://www.medicalnewstoday.c...


15 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
4 Signs You Have Gum Disease and What to Do About It. Verywell Health. (https://www.verywellhealth.com/signs-of-gum-disease-4129574)
Gum Problems: Types, Causes, Symptoms, Home Remedies & Treatment. MedicineNet. (https://www.medicinenet.com/gum_problems/article.htm)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี
5 อาหารที่น่าตกใจสำหรับการมีสุขภาพฟันที่ดี

อาหารที่สามารส่งเสริมสุขภาพของช่องปากได้อย่างน่ามหัศจรรย์