Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

วิธีลดรอยสิวที่ได้ผลและปลอดภัย

แนะนำ 4 วิธีรักษารอยสิวที่ได้ผล และวัตถุดิบธรรมชาติใกล้ตัวที่สามารถช่วยลดเลือนรอยดำ ทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 865,292 คน

วิธีลดรอยสิวที่ได้ผลและปลอดภัย


โฆษณาจาก HonestDocs
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

รอยสิว เกิดจากการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าปกติหลังจากสิวอักเสบหายแล้ว รอยสิวจะกินบริเวณขนาดใหญ่และเข้ม หากบริเวณที่เป็นสิวก่อนหน้านั้นมีขนาดใหญ่และอักเสบมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวสีเข้มจะเกิดรอยดำสิวได้มากกว่า รักษาหายได้ช้ากว่า

การรักษารอยสิวบริเวณใบหน้าและบริเวณลำตัวสามารถทำได้ด้วยวิธีที่คล้ายคลึงกัน แต่รอยสิวหากเป็นตามบริเวณลำตัว เช่น หลังหรือหน้าอก จะหายได้ช้ากว่าบริเวณใบหน้า 

4 วิธีรักษารอยสิวที่ได้ผลและปลอดภัย

เพื่อลดรอยสิวอย่างได้ผลและปลอดภัย คุณสามารถทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

1. ใช้ยาทาลดรอยสิว 

การทายาลดรอยสิวเป็นวิธีแนะนำวิธีแรกในการรักษา ซึ่งมักใช้ตัวยาที่ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินโดยตรง ด้วยการเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ไทรอกซิเนส (Tyrosinase enzyme inhibitor) ตัวยาที่แนะนำสำหรับการลดรอยสิวให้เห็นผลได้รวดเร็วที่สุดคือการใช้ไฮโดรควิโนนผสมกับอนุพันธ์ของวิตามินเอและสเตียรอยด์ (Triple combination therapy) แต่ตัวยานี้จำเป็นต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีตัวยาออกฤทธิ์อื่นๆที่ช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดีรองลงมา เช่น ซิงค์ซัลเฟต (Zinc sulfate) อาร์บูติน (Arbutin) กรดอะซีเลอิก (Azelaic acid) กรดโคจิก (Kojic acid) วิตามินซี ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) เป็นต้น โดยตัวยาเหล่านี้อาจผสมอยู่ในครีมบำรุงผิวสูตรผิวขาว สามารถเลือกใช้เพียงชนิดเดียว หรือใช้ชนิดผสมกันก็ได้

2. ครีมกันแดด ในการรักษารอยสิว 

จำเป็นต้องทาครีมกันแดดควบคู่ไปด้วยเสมอ เนื่องจากเม็ดสีเมลานินที่สร้างขึ้นมามาก หากโดนรังสียูวีอีกจะทำให้มีสีคล้ำเพิ่มขึ้นได้ แนะนำเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 15-30 ขึ้นไป พร้อม PA +++ ขึ้นไป ควรเลือกใช้สารกันแดดแบบสะท้อนแสงออกจากผิวหนัง (Physical sunscreen) มากกว่าแบบสารเคมี (Chemical sunscreen) เนื่องจากก่อความระคายเคืองได้น้อยกว่า เพราะหากเกิดอาการระคายเคืองซ้ำกับรอยดำสิวเดิมอาจทำให้เกิดรอยดำเพิ่มมากขึ้นได้ โดยการใช้ครีมกันแดดจำเป็นต้องทาซ้ำทับทุก 2 ชั่วโมง หากทำกิจกรรมในเวลากลางวันหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลา 11.00-16.00 น. อีกด้วย

3. รักษาด้วยเลเซอร์  

หากเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่มาก จะเกิดรอยสิวที่คล้ำ มีรอยขนาดใหญ่ที่อยู่มานาน และรักษาหายยาก จำเป็นต้องใช้เลเซอร์เพื่อช่วยลดรอยดำชนิดนี้ เพราะเม็ดสีที่เกิดขึ้นเป็นเม็ดสีที่อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ (Dermal hyperpigmentation) เลเซอร์ที่แนะนำ ได้แก่ แสงความเข้มข้นสูง (IPL), Q-switched laser, Picosecond laser เป็นต้น และยังมีเลเซอร์ชนิดอื่นที่ช่วยลดรอยแดงสิวได้อีก

โฆษณาจาก HonestDocs
ใครที่มีปัญหาริ้วรอย ผิวขาดความชุ่มชื่น ขาดคอลลาเจนหรืออายุเริ่มมากขึ้น

เราอยากชวนคุณมาทดสอบ (มีค่าตอบแทนให้)

Istock 490582789

4. ใช้การผลัดเซลล์ผิว 

การผลัดเซลล์ผิวเป็นการช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วลอกออกไปตามเวลาปกติ 28 วัน และช่วยให้เผยเซลล์ผิวใหม่ที่ดีกว่าใน 3-10 วัน โดยระยะเวลาของผิวใหม่ที่กลับขึ้นมาจะขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ในการผลัดเซลล์ผิว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวได้ในระดับหนึ่ง และช่วยลดรอยดำจากสิวได้อีกด้วย หลังจากการผลัดเซลล์ผิวจึงพบว่าผิวหน้าใสขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง และรอยดำต่างๆ จางลง

การรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติ

ผักและผลไม้บางชนิดสามารถนำมาใช้ในลดรอยสิวได้ ซึ่งเป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่คนให้ความสนใจกันมากขึ้น เนื่องจากคาดว่ามีสารเคมีน้อยกว่า และอาจก่อความระคายเคืองต่อผิวได้น้อยกว่า สิ่งที่นิยมใช้ได้แก่

  • ว่านหางจระเข้ หรือ อะโลเวรา (Aloe vera) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดอาการอักเสบแสบแดงของผิวได้ดี ทำให้เซลล์ผิวได้รับการปลอบประโลมและกระจ่างใสขึ้น ช่วยลดรอยดำจากสิวได้เล็กน้อย
  • น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล (Apple cider vinegar) มีความเป็นกรดอะเซติกเจือจาง (Acetic acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ ทำให้รอยดำสิวลดลง สามารถทาไว้บางๆ บนผิวหน้า 2-3 นาทีแล้วล้างออก
  • หัวหอม (Allium cepa) มีฤทธิ์ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น จึงช่วยลดรอยดำจากสิวได้
  • น้ำนม มีกรดแลคติก (Lactic acid) แบบเจือจาง ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใสและรอยดำได้เช่นกัน โดยการรักษาด้วยวิธีทางธรรมชาติจำเป็นต้องเตรียมตัวยาที่ใช้เองอย่างสะอาด และแนะนำให้ใช้ในปริมาณ ที่น้อย เนื่องจากไม่มีการวัดค่าความเข้มข้นของตัวยาออกมาได้อย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ

ทั้งนี้การลดรอยสิวจะไม่ได้ประโยชน์เลยหากสิวใหม่ยังขึ้นอยู่ เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลรักษาสิวไปควบคู่กัน เพราะเมื่อสิวหายแล้ว รอยสิวจางลงไป หน้าก็จะใสและมีความมั่นใจในบุคลิกภาพได้มากยิ่งขึ้น


ที่มาของข้อมูล

Seemal R. Desai, MD, FAAD. Hyperpigmentation Therapy: A Review. J Clin Aesthet Dermatol. 2014 Aug; 7(8): 13–17.

N.A. Vashi ,R.V. Kundu Facial hyperpigmentation: causes and treatment https://doi.org/10.1111/bjd.12536

Mayuree Kanlayavattanakul Nattaya Lourith Skin hyperpigmentation treatment using herbs: A review of clinical evidences Journal of Cosmetic and Laser Therapy Volume 20, 2018 - Issue 2 Pages 123-131

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ลดรอยสิว ยาลดสิว vs เลเซอร์สิว วิธีไหนตอบโจทย์เราที่สุด?
ลดรอยสิว ยาลดสิว vs เลเซอร์สิว วิธีไหนตอบโจทย์เราที่สุด?

สารพัดวิธีลดรอยสิว ทายา ยากิน เลเซอร์สิว หากคุณเลือกไม่ถูก เรารวบรวมข้อมูลและเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละวิธีมาให้แล้ว