การรักษาโรคจิตเภท

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 30, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ผู้ป่วยโรคจิตเภทสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติหากได้รับการรักษา

การรักษาโรคจิตเภทมุ่งเน้นเพื่อลดหรือกำจัดอาการแสดงของโรคเช่นการเห็นภาพหลอน, การหลงผิด หรือการพูดที่ไม่เป็นแบบแผน อย่างไรก็ตามโรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดในปัจจุบัน

ผู้ป่วยส่วนมากมักต้องการการใช้ยาและการทำจิตบำบัดควบคู่กัน  แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในครั้งแรกเพื่อช่วยควบคุมอาการ และผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการควบคุมอาการของโรคได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นก็ยังพบว่าในผู้ป่วยบางคนสามารถควบคุมอาการได้ยากกว่าคนอื่น

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคจิตเภท

ยาในกลุ่ม Antipsychotic เป็นยาที่ใช้รักษาโรคจิตเวช ยากลุ่มนี้มักใช้ลดอาการเห็นภาพหลอน การหลงผิด หรือปัญหาด้านการคิด โดยยาออกฤทธิ์โดยการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสารเคมีภายในสมอง

โดยปัจจุบันยาในกลุ่มนี้มีหลายตัว โดยแบ่งเป็นกลุ่ม First Generation และ Second-Generation

ยาในกลุ่ม First-Generation เป็นยาที่พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1950 และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเรื่องการเคลื่อนไหวหรือการหดเกร็งกล้ามเนื้อได้

ยากลุ่ม Second-Generation ถูกพัฒนาขึ้นทีหลังและไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการเคลื่อนไหวมากเท่ายากลุ่มแรก  แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ เช่นน้ำหนักเพิ่มได้

ยาในกลุ่ม First-Generation ที่ใช้บ่อยเช่น

  • Haldol (Haloperidol)
  • Thorazine (Chlorpromazine)
  • Etrafon and Trilafon (Perphenazine)
  • Prolixin (Fluphenazine)

ยาในกลุ่ม Second-Generation ที่ใช้บ่อยประกอบด้วย

  • Risperdal (Risperidone)
  • Abilify (Aripiprazole)
  • Clozaril (Clozapine)
  • Seroquel (Quetiapine)

ยาที่พัฒนาขึ้นมาทีหลังไม่ได้หมายความว่าเป็นยาที่ดีกว่าเสมอไป และยาทั้งสองกลุ่มสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ทั้งคู่ ผู้ป่วยแต่ละคนมักมีการตอบสนองต่อยาจิตเวชที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงอาจจะต้องมีการทดลองใช้ยาหลายตัวก่อนที่จะพบยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

ผลข้างเคียงของยาจิตเวช

ยาจิตเวชทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • การเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การกระตุกการสั่น หรือกล้ามเนื้อหดเกร็ง (พบในยากลุ่มเก่าได้มากกว่า)
  • น้ำหนักเพิ่ม (พบในยากลุ่มใหม่มากกว่า)
  • ง่วงนอน
  • มึนงง
  • กระวนกระวาย
  • ปากแห้ง
  • ท้องผูก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มองเห็นภาพไม่ชัด
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ชัก
  • เม็ดเลือดขาวมีปริมาณลดลง
  • ไม่มีอารมณ์ทางเพศ

ยาจิตเวชยังมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นได้รุนแรงอีกด้วย ดังนั้นควรนำยาที่ใช้อยู่ทุกตัว รวมทั้งยาที่ซื้อรับประทานเอง อาหารเสริม ยาที่ใช้เพื่อความบันเทิงหรือยาที่ผิดกฎหมาย มาปรึกษาแพทย์ก่อนการเริ่มยาจิตเวช

การรักษาโดยไม่ใช่ยา

นอกเหนือจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำการรักษาวิธีอื่นเพื่อช่วยในการควบคุมอาการของโรคจิตเภทในชีวิตประจำวัน

โดยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารจิตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (The American Journal of Psychiatry) ในปี 2015 ที่พบว่าการรักษาด้วยความร่วมมือของทีมรักษาและการใช้ยาจิตเวชในปริมาณน้อยทำให้ผลการรักษาในผู้ป่วยจิตเวชดีขึ้น

วิธีการรักษาเหล่านี้ประกอบด้วย

Cognitive Behavioral Therapy: เป็นการรักษาโดยนักจิตบำบัดเพื่อช่วยเรื่องความคิดและพฤติกรรม นักจิตบำบัดอาจสอนเกี่ยวกับการตรวจสอบว่าความคิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และช่วยแนะนำวิธีการเมินเฉยต่อเสียงที่ได้ยิน

Self-Help Groups: คือการที่ผู้ป่วยที่มีอาการลักษณะเดียวกันมาพบและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ซึ่งปกติแล้วนักจิตบำบัดจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

Family Therapy: คือการพบนักจิตบำบัดพร้อมกับครอบครัว ครอบครัวควรทราบเกี่ยวกับโรคจิตเภทที่เป็นอยู่มากที่สุด นักจิตบำบัดจะช่วยครอบครัวของคุณเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขหรือการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

Rehabilitation: การบำบัดนี้รวมถึงการแนะนำอาชีพ การจัดการเรื่องเงินและการฝึกการสื่อสาร โดยจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับทักษะที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคจิตเภทสามารถทำงานได้ดีขึ้นภายในสิ่งแวดล้อมของตน

การบำบัดการใช้สารเสพติด: ในผู้ป่วยบางคนที่เป็นโรคจิตเภทอาจมีอาการติดสารเสพติดร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการดีขึ้นเมื่อมีการบำบัดการใช้สารเสพติดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคจิตเภท

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่