การรักษาโรคจิตเภท

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 17, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ผู้ป่วยโรคจิตเภทสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติหากได้รับการรักษา

การรักษาโรคจิตเภทมุ่งเน้นเพื่อลดหรือกำจัดอาการแสดงของโรคเช่นการเห็นภาพหลอน, การหลงผิด หรือการพูดที่ไม่เป็นแบบแผน อย่างไรก็ตามโรคนี้ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดในปัจจุบัน

ผู้ป่วยส่วนมากมักต้องการการใช้ยาและการทำจิตบำบัดควบคู่กัน  แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในครั้งแรกเพื่อช่วยควบคุมอาการ และผู้ป่วยสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการควบคุมอาการของโรคได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นก็ยังพบว่าในผู้ป่วยบางคนสามารถควบคุมอาการได้ยากกว่าคนอื่น

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคจิตเภท

ยาในกลุ่ม Antipsychotic เป็นยาที่ใช้รักษาโรคจิตเวช ยากลุ่มนี้มักใช้ลดอาการเห็นภาพหลอน การหลงผิด หรือปัญหาด้านการคิด โดยยาออกฤทธิ์โดยการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสารเคมีภายในสมอง

โดยปัจจุบันยาในกลุ่มนี้มีหลายตัว โดยแบ่งเป็นกลุ่ม First Generation และ Second-Generation

ยาในกลุ่ม First-Generation เป็นยาที่พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1950 และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเรื่องการเคลื่อนไหวหรือการหดเกร็งกล้ามเนื้อได้

ยากลุ่ม Second-Generation ถูกพัฒนาขึ้นทีหลังและไม่มีผลข้างเคียงเรื่องการเคลื่อนไหวมากเท่ายากลุ่มแรก  แต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ เช่นน้ำหนักเพิ่มได้

ยาในกลุ่ม First-Generation ที่ใช้บ่อยเช่น

  • Haldol (Haloperidol)
  • Thorazine (Chlorpromazine)
  • Etrafon and Trilafon (Perphenazine)
  • Prolixin (Fluphenazine)

ยาในกลุ่ม Second-Generation ที่ใช้บ่อยประกอบด้วย

  • Risperdal (Risperidone)
  • Abilify (Aripiprazole)
  • Clozaril (Clozapine)
  • Seroquel (Quetiapine)

ยาที่พัฒนาขึ้นมาทีหลังไม่ได้หมายความว่าเป็นยาที่ดีกว่าเสมอไป และยาทั้งสองกลุ่มสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ทั้งคู่ ผู้ป่วยแต่ละคนมักมีการตอบสนองต่อยาจิตเวชที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงอาจจะต้องมีการทดลองใช้ยาหลายตัวก่อนที่จะพบยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

ผลข้างเคียงของยาจิตเวช

ยาจิตเวชทั้งกลุ่มเก่าและกลุ่มใหม่สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • การเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การกระตุกการสั่น หรือกล้ามเนื้อหดเกร็ง (พบในยากลุ่มเก่าได้มากกว่า)
  • น้ำหนักเพิ่ม (พบในยากลุ่มใหม่มากกว่า)
  • ง่วงนอน
  • มึนงง
  • กระวนกระวาย
  • ปากแห้ง
  • ท้องผูก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มองเห็นภาพไม่ชัด
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ชัก
  • เม็ดเลือดขาวมีปริมาณลดลง
  • ไม่มีอารมณ์ทางเพศ

ยาจิตเวชยังมีปฏิกิริยากับยาตัวอื่นได้รุนแรงอีกด้วย ดังนั้นควรนำยาที่ใช้อยู่ทุกตัว รวมทั้งยาที่ซื้อรับประทานเอง อาหารเสริม ยาที่ใช้เพื่อความบันเทิงหรือยาที่ผิดกฎหมาย มาปรึกษาแพทย์ก่อนการเริ่มยาจิตเวช

การรักษาโดยไม่ใช่ยา

นอกเหนือจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำการรักษาวิธีอื่นเพื่อช่วยในการควบคุมอาการของโรคจิตเภทในชีวิตประจำวัน

โดยมีการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารจิตแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (The American Journal of Psychiatry) ในปี 2015 ที่พบว่าการรักษาด้วยความร่วมมือของทีมรักษาและการใช้ยาจิตเวชในปริมาณน้อยทำให้ผลการรักษาในผู้ป่วยจิตเวชดีขึ้น

วิธีการรักษาเหล่านี้ประกอบด้วย

Cognitive Behavioral Therapy: เป็นการรักษาโดยนักจิตบำบัดเพื่อช่วยเรื่องความคิดและพฤติกรรม นักจิตบำบัดอาจสอนเกี่ยวกับการตรวจสอบว่าความคิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และช่วยแนะนำวิธีการเมินเฉยต่อเสียงที่ได้ยิน

Self-Help Groups: คือการที่ผู้ป่วยที่มีอาการลักษณะเดียวกันมาพบและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ซึ่งปกติแล้วนักจิตบำบัดจะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

Family Therapy: คือการพบนักจิตบำบัดพร้อมกับครอบครัว ครอบครัวควรทราบเกี่ยวกับโรคจิตเภทที่เป็นอยู่มากที่สุด นักจิตบำบัดจะช่วยครอบครัวของคุณเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขหรือการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

Rehabilitation: การบำบัดนี้รวมถึงการแนะนำอาชีพ การจัดการเรื่องเงินและการฝึกการสื่อสาร โดยจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับทักษะที่จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคจิตเภทสามารถทำงานได้ดีขึ้นภายในสิ่งแวดล้อมของตน

การบำบัดการใช้สารเสพติด: ในผู้ป่วยบางคนที่เป็นโรคจิตเภทอาจมีอาการติดสารเสพติดร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการดีขึ้นเมื่อมีการบำบัดการใช้สารเสพติดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรคจิตเภท

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่