อาการและการวินิจฉัยโรคจิตเภท

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 10, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 657,027 คน

โรคจิตเภทสามารถทำให้เกิดภาพหลอน การหลงผิดและพฤติกรรมที่ไม่ปกติได้

โรคจิตเภทเป็นความผิดปกติทางสมองที่รุนแรงซึ่งส่งผลต่อความคิด ความรู้สึกและการกระทำ อาการของโรคนี้อาจรุนแรงหรือถึงขั้นเป็นบุคคลไร้ความสามารถได้ แต่อาการหลายอย่างสามารถควบคุมได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม

อาการและอาการแสดง

อาการของโรคจิตเภทมีความหลากหลาย ขึ้นกับชนิด ความรุนแรง และสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยอาการเหล่านี้มักเริ่มปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึงช่วงอายุ 30 ตอนต้น

ผู้ป่วยโรคจิตเภทมักมีอาการทางจิต ซึ่งส่งผลต่อเพื่อนและครอบครัว แพทย์มักเรียกอาการเหล่านี้ว่า Positive Symptoms ซึ่งอาการในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

Hallucinations: คือการที่ผู้ป่วยมองเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น หรือรู้สึกในสิ่งที่ไม่มีจริง การได้ยินเสียงหลอนเป็น Hallucination ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยโรคจิตเภท นอกจากนั้นอาจรู้สึกว่ามีนิ้วมาแตะตัวแม้ว่าตอนนั้นจะไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ก็ตาม

Delusions: คือการมีความเชื่อที่มักจะแปลกประหลาดและไม่เป็นจริง ผู้ป่วยโรคจิตเภทอาจมี Paranoid Delusion ซึ่งคือการเชื่อว่ามีผู้อื่นต้องการทำร้าย สอดแนม หรือวางแผนทำร้ายตน

ความคิดและการพูดไม่เป็นแบบแผน: ผู้ป่วยโรคจิตเภทอาจมีปัญหาในการจัดการความคิดที่เป็นระบบ พวกเขาอาจพูดข้ามไปข้ามมาซึ่งยากต่อการเข้าใจ

มีการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ผิดปกติ: ผู้ป่วยโรคจิตเภทอาจมีอาการวิตกกังวลและมีการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ

อาการของโรคจิตเภทอื่น ๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Negative Symptoms ประกอบด้วย

  • พูดน้อยแม้ว่าจะมีการบังคับให้พูด
  • ไม่แสดงอารมณ์ระหว่างพูด (สีหน้าไม่เปลี่ยน เสียงราบเรียบ)
  • ไม่มีความสุขในการทำกิจวัตรประจำวัน
  • จดจ่อกับสิ่งใดยาก
  • ไม่สามารถใช้ข้อมูลมาช่วยตัดสินใจ

ผู้ป่วยอาจเข้าสู่ระยะที่ไม่เคลื่อนไหวเลย ไม่ตอบสนองต่อผู้อื่น เหมือนตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง ซึ่งระยะนี้เรียกว่า Catatonia

การวินิจฉัยโรคจิตเภท

ไม่มีการทดสอบใดเพียงชนิดเดียวที่สามารถใช้วินิจฉัยโรคนี้ได้ แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรคจิตเภทจากการตัดสาเหตุทางกายอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้

 ซึ่งวิธีการในการตรวจวินิจฉัยประกอบด้วย

การประเมินทางจิตวิทยา: แพทย์หรือนักจิตวิทยาจะถามคำถามเกี่ยวกับความคิด อารมณ์ การหลงผิด การเห็นภาพหลอน และการใช้สารเสพติด

การตรวจทางการแพทย์: ทำการเจาะเลือดเพื่อช่วยตัดโรคอื่นๆ ที่ทำให้เกิดอาการเดียวกัน นอกจากนี้การตรวจเลือดยังเป็นการตรวจเบื้องต้นถึงการรับประทานแอลกอฮอล์หรือยาต่าง ๆ ที่สามารถทำให้เกิดอาการได้

แพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจทางภาพวินิจฉัยของสมอง เช่นการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

แพทย์มักต้องทำการตรวจและประเมินหลายครั้งก่อนที่จะสามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้ โดยการวินิจฉัยโรคจะต้องประกอบด้วยอาการแสดงที่มีอยู่นานกว่า 6 เดือน และมีอาการอย่างน้อย 2 อาการที่เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลามากกว่า 1 เดือน ซึ่งอาการนี้ต้องเป็นการหลงผิด การเห็นภาพหลอนหรือการพูดที่ไม่เป็นแบบแผน

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่