ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 5, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)เป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บหน้าอกบ่อยๆ  และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้เสียชีวิตได้  อาจจัดประเภทเป็นแบบเฉียบพลัน (ระยะสั้น) หรือแบบเรื้อรัง (ระยะยาว)

ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)คือการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจหรือ ถุงที่ล้อมรอบหัวใจและทำหน้าที่ยึดหัวใจให้อยู่ในตำแหน่งคงที่ อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)  อาการที่เกิดขึ้นจะเจ็บมากเหมือนโดนมีดแทง  จะเหมือนอาการปวดจากภาวะหัวใจวาย (heart attack)

ความชุกของโรค

อัตราการเกิดภาวะหัวใจวาย (heart attack) ในคนทั่วไปยังไม่ชัดเจนนัก

อ้างอิงจากThe Lancet:

ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)ที่มีอาการปวดบริเวณทรวงอกที่ไม่ใช่เกิดจากภาวะหัวใจวาย (non-heart attack chest pain)มีอัตราสูงถึง 5% ของผู้ป่วยแผนกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ มีหลักฐานพบว่าภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis) ตรวจพบได้ถึง 1 % ของการชันสูตรศพทั่วไป ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าภาวะอักเสบชนิดนี้อาจเกิดได้ในคนทั่วไปโดยยังไม่มีอาการที่สังเกตเห็นได้

อ้างอิงจากNational Heart, Lung and Blood Institute (NHLBI):

  • ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(pericarditis) อาจเกิดขึ้นได้ในชายและหญิงทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนมากจะเกิดในผู้ชายอายุ 20-50 ปี  
  • 15-30% ของผู้ที่รับการรักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(pericarditis) อาจมีการเกิดซ้ำในหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนต่อมา

สาเหตุของการเกิด

ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนที่ทำให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(pericarditis) ทั้งแบบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง

อ้างอิงจาก The Lancet>> ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)เกิดโดยไม่ทราบสาเหตุสูงถึง 30% ผู้ป่วยที่มีภาวะโรคนี้

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดที่สามารถระบุได้ของภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)มีดังนี้

  • coxsackie viruses
  • influenza
  • HIV
  • Bacteria
  • เชื้อรา(fungi)
  • Parasites
  • อื่นๆเช่นเชื้อวัณโรค(tuberculosis)

สาเหตุอื่น ๆ ของภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)รวมถึง:

  • ความผิดปกติของภูมิต้านทานเช่น โรคภูมแพ้ตนเอง(lupus), ภาวะผิวหนังแข็ง(scleroderma) และโรคข้ออักเสบ(rheumatoid arthritis)
  • มะเร็งรวมถึงโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia)
  • วัณโรค (Tuberculosis)
  • ไตวาย (Kidney failure)
  • การบาดเจ็บจากบาดแผลและการฉายรังสี (Traumatic and radiation)
  • การบาดเจ็บจากการรักษา(therapy-based injuries)
  • การรักษาด้วยยาชนิดต่างๆเช่นยารักษาอาการชัก (anti-seizure) ,ยาทำให้เลือดเจือจาง(blood-thinning), ยาควบคุมการเต้นผิดปกติของหัวใจ(anti-arrhythmia medications)

ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)หลังเกิดภาวะหัวใจวาย (Heart Attack)

อาการบวมและการอักเสบจะเกิดขึ้นหลังภาวะหัวใจวายภายในเวลาหนึ่งถึงสามวันจากกระบวนการกำจัดเนื้อเยื่อที่เสียของร่างกาย  โรคภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)อาจพัฒนาขึ้นหลังจากมีภาวะหัวใจวายหรืออาการบาดเจ็บหัวใจอื่น ๆ  โดยใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการพัฒนาโรค โรคภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis) อาจเรียกอีกชื่อว่า Dressler's syndrome หรือ post cardiac injury syndrome หรือ postcardiotomy pericarditis. มีคนคิดว่าโรคนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับภูมิต้านทานตนเองโดยระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติจะทำลายเนื้อเยื่อหัวใจที่ปกติ อาการเจ็บหน้าอกและเป็นไข้เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดของ Dressler's syndrome

ภาวะแทรกซ้อน

โรคภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

  • ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)
  • ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและหดตัวเรื้อรัง(chronic constrictive pericarditis) 

ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)ถือเป็นกรณีฉุกเฉินทางการแพทย์และหากไม่ได้รับการรักษาก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว พัฒนาการโรคเกิดขึ้นเมื่อมีของเหลวถูกสร้างมากไประหว่างกล้ามเนื้อหัวใจ(myocardium) และเยื่อหุ้มหัวใจ(pericardium)ทำให้เกิดความดันในหัวใจไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ

ภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)ทำให้เกิดอาการต่างๆรวมถึง:

  • อาการวิตกกังวล
  • ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจและมีอาการเจ็บหน้าอก
  • วิงเวียนศีรษะและเป็นลม
  • อาการบวมที่ท้อง
  • ง่วงซึม
  • ชีพจรอ่อน

ในคนที่เป็นภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและหดตัวเรื้อรัง(chronic constrictive pericarditis)อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา ภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(pericarditis)อาจทำให้เกิดเนื้อเยื่อชนิด scar-like(fibrous) ทำให้ถุงหุ้มหัวใจมีลักษณะ หนาและแข็ง ทำให้การคลายตัวของกล้ามเนื้อหัวใจและการสูบฉีดเลือดมีปัญหา  ทั้งยังทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หายใจลำบากและอาการบวมที่ท้องและแขนขาส่วนปลาย

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่