การรักษาโรคกระดูกพรุน


การรักษาโรคกระดูกพรุนที่ใช้กันมากที่สุดคือการใช้ยาในกลุ่ม Bisphosphonates

ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุนมักไม่อาการแสดงใด ๆ แต่หากเป็นโรคกระดูกพรุน จะทำให้เกิดความเสี่ยงของกระดูกหักเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษา วารสาร Journal of Bone and Mineral Research ในปี 2006 ได้ระบุว่า มีผู้ป่วยที่เกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนประมาณ 2 ล้านคนต่อปีในสหรัฐอเมริกา

และถึงแม้ว่าจะไม่มีการรักษาโรคนี้ให้หายขาด แต่มีการรักษาหลายวิธีที่จะช่วยชะลออัตราการสลายของกระดูกจากโรค และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก

การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตในโรคกระดูกพรุน

การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย ถือเป็นการรักษาหลักของโรคกระดูกพรุน เนื่องจากแคลเซียมและวิตามิน D เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อความแข็งแรงของกระดูกโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุทั้ง 2 ชนิดในปริมาณที่สูงจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักได้

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (นม ชีส และโยเกิร์ต) เป็นแหล่งของแคลเซียมที่ดีที่สุด นอกจากนี้ ผักใบเขียวและอาหารอื่นๆ ก็มีแคลเซียมเป็นส่วนประกอบเช่นกัน รวมไปถึงอาหารหลายชนิด เช่น ธัญพืช ขนมปังและน้ำผลไม้อาจมีการเติมแคลเซียมเข้าไปในอาหารด้วย

วิตามิน D มักไม่พบในอาหารทั่วไป แต่สามารถพบได้ในปลาที่มีไขมัน เช่นปลา Mackerel ปลาแซลมอน และปลาทูน่า แต่อย่างไรก็ตามคนส่วนมากมักได้รับวิตามินเพียงพอจากการรับประทานเสริมและการถูกแสงแดด

การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing) และการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสามารถช่วยสร้างและทำให้ความหนาแน่นของกระดูกคงที่ได้

ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักที่ให้ผลดีมากเช่น การเต้นรำ การวิ่ง และกระโดดเชือก แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายชนิดนี้เมื่อคุณมีกระดูกหักแล้วหรือมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน จึงอาจเลือกใช้การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักที่เบาลงมาเช่นการเดินเร็ว (เดินบนสายพานหรือพื้นถนน), ออกกำลังกายกับเครื่องหรือการเดินขึ้นขั้นบันได

นอกจากนี้ยังควรเลือกออกกำลังกายที่เน้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่นการยกน้ำหนัก หรือการใช้ยาง Elastic

การย่อ Squats โดยไม่เพิ่มน้ำหนักเป็นก็เป็นการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของต้นขาที่ดีอย่างหนึ่ง และมีความเหมาะสมเพราะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดกระดูกสะโพกหักได้

นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนอาหารและการออกกำลังกายแล้ว คุณควรหลีกเลี่ยงหรือเลิกสูบบุหรี่ และจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยาที่ใช้รักษาโรคกระดูกพรุน

ยาในกลุ่ม Bisphosphonates เป็นยาที่ใช้มากที่สุดในการรักษาโรคกระดูกพรุน ซึ่งจะออกฤทธิ์ช่วยชะลอการสลายกระดูกโดยการทำลายเซลล์ที่ทำให้เกิดการสลายของกระดูก

ยาในกลุ่มนี้ประกอบด้วย

  • Fosamax (Alendronate)
  • Actonel (Risedronate)
  • Boniva (Ibandronate)
  • Reclast (Zoledronic acid)

ยาแต่ละตัวสามารถใช้ได้ในหญิงหมดประจำเดือนและผู้ชาย ยกเว้นยา Boniva

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรับประทานยา มีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง เช่น อาการทางระบบทางเดินอาหาร (คลื่นไส้ แสบร้อนที่หน้าอก ปวดท้อง), ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกและปวดข้อได้ และยากลุ่มนี้ในรูปแบบฉีดเข้าเส้นเลือดดำอาจทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดได้

ผลข้างเคียงที่พบได้ไม่บ่อย คือการสลายของกระดูกขากรรไกร

ยากลุ่มอื่นที่อาจใช้รักษาโรคกระดูกพรุน ประกอบด้วย

  • Fortical and Miacalcin (Calcitonin-salmon)
  • Prolia (Denosumab)
  • Forteo (Teriparatide parathyroid hormone)
  • Evista (Raloxifene)

ยา Fortical, Miacalcin และ Evista สามารถใช้ได้ในหญิงวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น ในขณะที่ Prolia และ Forte สามารถใช้ได้ในผู้ชายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักสูงได้

การใช้ฮอร์โมนทดแทนในการรักษาโรคกระดูกพรุน

การใช้ฮอร์โมน Estrogen ทดแทนอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้หญิง แต่การรักษานี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะจะทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ มะเร็งเต้านม และการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำเพิ่มขึ้น (อ้างอิงจากข้อมูลในวารสาร American Family Physician ปี 2009)

นักวิจัยเสนอว่าการรักษาโดยใช้ฮอร์โมน Estrogen ทดแทนนั้นสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหักที่สะโพกและกระดูกสันหลังได้เล็กน้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก็ไม่มีความคุ้มค่ามากนัก

องค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration – FDA) แนะนำให้ใช้การรักษาดังกล่าวในปริมาณที่ต่ำที่สุดและในเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

โรคกระดูกคอเสื่อมทับเส้น ทำอย่างไรจะรักษาได้หายขาดค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อายุเท่าไรคะ มีโอกาสเป็นโรคกระดูกเสื่อม
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่