การดูแลอาหาร

พยาธิใบไม้ตับ ภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในอาหาร

พยาธิใบไม้ตับ อีกตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งที่คุณมองไม่เห็น
เผยแพร่ครั้งแรก 4 มิ.ย. 2020 อัปเดตล่าสุด 14 มิ.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
พยาธิใบไม้ตับ ภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในอาหาร

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • พยาธิใบไม้ตับ คือ หนอนพยาธิที่มักพบได้ในอาหารที่มีส่วนประกอบเป็นปลาน้ำจืด ปรุงไม่สุก หรือดิบ พบมากในอาหารพื้นถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาปิ้ง
  • วงจรพยาธิใบไม้ตับมักเกี่ยวข้องกับอวัยวะท่อน้ำดี และถุงน้ำดีซึ่งอยู่ในตับ จนทำให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี
  • อาการของโรคพยาธิใบไม้ตับจะไม่แสดงออกมาจนกว่าจำนวนพยาธิมาการสะสมมากขึ้น ส่วนวิธีรักษา คือ รับประทานยาฆ่าพยาธิ ซึ่งหากไม่รับรักษา ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะตับวายจนเสียชีวิตได้
  • โรคมะเร็งท่อน้ำดี เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีดินประสิวประกอบมาก หรือเกิดจากการรับประทานยาฆ่าพยาธิใบไม้ตับอย่างต่อเนื่องมากเกินไป วิธีรักษามักเป็นการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก หรือตัดตับทิ้ง
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจมะเร็งทั่วไป

พยาธิ คือ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์และสัตว์ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคร้ายต่างๆ แก่มนุษย์และสัตว์ที่มันอาศัยอยู่

พยาธิ มีหลายชนิด สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ชอนไชเข้าทางผิวหนัง หรือปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงให้สุกด้วยความร้อน แล้วเมื่อมีผู้รับประทานอาหารนั้นเข้าไป ก็รับเอาพยาธิเข้าไปด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1300 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

173

พยาธิใบไม้ตับ เป็นหนึ่งในชนิดของพยาธิที่พบได้บ่อยในอาหาร และเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วย

พยาธิใบไม้ตับคืออะไร?

พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) คือ หนอนพยาธิที่มีรูปร่างแบนคล้ายใบไม้ แต่ส่วนหัวกับท้ายลำตัวเรียว ความยาวประมาณ5-10 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 1-2 มิลลิเมตร มีสีส้มแสดคล้ายกับสีเลือดจาง

พยาธิใบไม้ตับมีระบบสืบพันธุ์ทั้งเพศผู้และเพศเมียในตัวเดียว มีอายุขัยประมาณ 20 ปี พบได้มากในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แถบตะวันออกเฉียงเหนือ แถบภาคเหนือของไทย และประเทศลาว

วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ตับ

วงจรชีวิตพยาธิใบไม้ตับจะเกี่ยวข้องกับอวัยวะของคนด้วย ซึ่งได้แก่ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดีที่อยู่ในตับ โดยพยาธิใบไม้ตับที่โตเต็มที่มักจะอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีในตับคน สุนัข หรือแมว

เมื่อพยาธิใบไม้ตับผสมพันธุ์แล้วออกไข่ ไข่ของพยาธิชนิดนี้ก็จะปะปนไปกับน้ำดี แล้วไหลลงไปสู่ลำไส้เล็ก จากนั้นก็จะถูกขับออกจากร่างกายผ่านอุจจาระ

หลังจากไข่พยาธิถูกขับออกจากอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำ หอยน้ำจืดขนาดเล็กก็จะกินไข่พยาธิเข้าไป ซึ่งนับเป็นพาหะชั้นที่ 1 ระหว่างนั้นไข่พยาธิก็จะเจริญเติบโตอยู่ในหอยประมาณ 6-8 สัปดาห์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1300 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

173

หลังจากนั้นตัวอ่อนพยาธิก็จะว่ายน้ำออกจากหอยแล้วไชเข้าไปใต้เกล็ดปลาน้ำจืด เช่น ปลาขาว ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาขาวนา ปลาซิว แล้วใช้ระยะเวลาติดต่ออยู่ในเนื้อปลาประมาณ 4 สัปดาห์

เมื่อปลาที่มีพยาธิตัวอ่อนเจริญเติบโตอยู่ถูกจับเพื่อนำไปรับประทาน และไม่ผ่านการปรุงอาหารที่ทำให้สุก ตัวอ่อนพยาธิในระยะติดต่อก็จะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ สุนัข หรือแมว ผ่านน้ำย่อยในกระเพาะอาหารแล้วเข้าสู่ระบบท่อน้ำดี ไปเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัยในร่างกายมนุษย์ สุนัข หรือแมว ในที่สุด

อาหารที่มักพบพยาธิใบไม้ตับ

อาหารที่พบพยาธิใบไม้ตับได้แก่อาหารที่มีส่วนประกอบของปลาน้ำจืด ซึ่งทำแบบดิบๆ หรือปรุงไม่สุก ทำให้ตัวอ่อนพยาธิยังไม่ตายและยังปนเปื้อนอยู่

มักพบมากในอาหารพื้นถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาร้า แจ่วบอง ปลาปิ้ง ส้มตำใส่ปลาร้า 

ซึ่งนอกเหนือจากพยาธิใบไม้ตับแล้ว อาหารประเภทที่กล่าวไปข้างต้นยังพบสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ใช้วิธีหมักดองหรือเนื้อสัตว์ผสมดินประสิว เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม แหนม หมูส้ม กุนเชียง ปลาเค็ม

โรคที่มักเกิดจากโรคพยาธิใบไม้ตับ

พยาธิใบไม้ตับมักก่อให้เกิดโรคหลักๆ อยู่ 2 โรค ได้แก่ โรคพยาธิใบไม้ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 1300 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

173

1. โรคพยาธิใบไม้ตับ (Liver fluke)

เกิดจากพยาธิใบไม้ตับได้เข้าเจริญเติบโตอยู่ในท่อน้ำดีและถุงน้ำดี จนเกิดอาการอุดตันและอักเสบ รวมถึงกัดกินเนื้อเยื่อตับ ทำให้เกิดแผลและมีอาการเลือดออก ปล่อยสารพิษซึ่งขัดขวางการสร้างเม็ดเลือดแดง

ผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ออกมาในช่วงแรก แต่เมื่อจำนวนพยาธิที่สะสมอยู่มีมากขึ้นก็จะเกิดอาการดังนี้

  • ท้องอืด
  • ท้องเฟ้อ
  • ท้องเสีย
  • แน่นท้อง
  • เจ็บชายโครงขวา
  • ตัวเหลือง
  • ตาเหลือง
  • มีไข้ต่ำ หรืออาจไข้สูงจนถึงขั้นหนาวสั่น

หลังจากนั้นเมื่อจำนวนพยาธิมากขึ้น และไปอุดตันท่อน้ำดีในตับ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องด้านบน ผอมลง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาจมีภาวะตับวายเนื่องมาจากเสียหายหนักมาก และอาจถึงแก่ชีวิตได้

วิธีวินิจฉัยและรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับ

แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้โดยการตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ หรืออาจตรวจทางรังสีวินิจฉัย ตรวจทางวิทยาภูมิคุ้มกันร่วมด้วย

หลังจากพบว่าเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ แพทย์จะรักษาโดยให้รับประทานยาฆ่าพยาธิใบไม้ตับก่อน โดยตัวยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคนี้มากที่สุด คือ ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel)

อย่างไรก็ตาม นอกจากการรับประทานยา ผู้ป่วยจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินประกอบด้วย โดยให้งดรับประทานปลาดิบที่เสี่ยงมีพยาธิใบไม้ตับอาศัยอยู่

โรคพยาธิใบไม้ตับสามารถลุกลามทำให้เกิดเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ โรคมะเร็งชนิดนี้จึงเป็นโรคมะเร็งอีกชนิดที่มักเกิดขึ้นหากร่างกายของคุณมีพยาธิใบไม้ตับมากเกินไป

2. โรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma)

โรคมะเร็งท่อน้ำดี เป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากเซลล์บริเวณเยื่อบุทางเดินน้ำดีแบ่งตัวผิดปกติ ทั้งยังสามารถลุกลามไปที่อวัยวะใกล้เคียงได้ เช่น ตับอ่อน ลำไส้เล็ก เส้นเลือดแดงที่เลี้ยงตับ เส้นเลือดดำที่เลี้ยงตับ

โรคมะเร็งท่อน้ำดีถือเป็นโรคมะเร็งอันดับต้นๆ ที่ผู้คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยมักเป็นกัน และยังพบในผู้ป่วยชายมากกว่าผู้หญิง

โรคมะเร็งท่อน้ำดีเกิดขึ้นได้จาก 2 ปัจจัยซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับพยาธิใบไม้ตับทั้งสิ้น

  1. เกิดจากการรับประทานยาฆ่าพยาธิใบไม้ตับอย่างต่อเนื่อง เมื่อพยาธิใบไม้ตับตายในปริมาณมากๆ เซลล์บุท่อน้ำดีก็จะตายไปด้วย ทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานผิดปกติ และพัฒนาเป็นโรคมะเร็ง
  2. เกิดจากสารไนโตรซามีนซึ่งแฝงอยู่ในอาหารประเทศที่ใช้ดินประสิวประกอบด้วย เช่น แหนม กุนเชียง ปลาร้า ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง

โรคมะเร็งท่อน้ำดีแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่ โรคมะเร็งท่อน้ำดีในตับ โรคมะเร็งท่อน้ำดีนอกตับ

2.1 โรคมะเร็งท่อน้ำดีในตับ (peripheral cholangiocarcinoma)

เป็นประเภทของโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่มักถูกเข้าใจผิดว่า เป็นโรคมะเร็งตับ เพราะผู้ป่วยจะมีอาการตับโต เนื่องจากเซลล์มะเร็งไปเจริญเติบโตบริเวณเยื่อบุ่อน้ำดีในตับ แล้วขยายตัวออกไป

นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะยังมีอาการไม่สบายท้อง ปวดตัว โดยเฉพาะบริเวณหลังกับไหล่ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด คลื่นไส้อาเจียน

2.2 โรคมะเร็งท่อน้ำในดีนอกตับ (Extrahepatic cholangiocarcinoma)

มักเกิดบริเวณท่อทางเดินน้ำดีใกล้กับตับ (Porta hepatis) ข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจเกิดบริเวณท่อน้ำดีตับร่วม (Common hepatic bile duct)

ผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีนอกตับมักจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง โอกาสรอดชีวิตค่อนข้างน้อย เนื่องจากมักตรวจพบโรคเมื่อโรคมะเร็งลุกลามไปถึงขั้นร้ายแรงแล้ว อีกทั้งความซับซ้อนของโรคมะเร็งท่อน้ำดีนอกตับยังซับซ้อนกว่าประเภทในตับด้วย

วิธีวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดี

วิธีวินิจฉัยโรคมะเร็งท่อน้ำดีสามารถทำได้หลายวิธี โดยเริ่มจากการซักประวัติสุขภาพผู้ป่วยก่อน อาจมีการตรวจเลือดว่า เป็นดีซ่านหรือไม่ จากนั้นอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น

  • การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรืออัลตราซาวด์ (Ultrasound)
  • การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI Scan (Magnetic Resonance Imaging)
  • การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan (Computerised Tomography)
  • การตรวจดูค่าการทำงานของตับ (Liver function test)
  • การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker)

ผู้ป่วยโรคพยาธิใบไม้ตับ คือ กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุด ทางที่ดี หากคุณเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับแล้ว ก็ควรเข้ารับการตรวจโรคมะเร็งท่อน้ำดีไว้ด้วย

ส่วนผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเริ่มต้นแล้ว ก็ควรตรวจอัลตราซาวด์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อดูความคืบหน้าของอาการโรค

วิธีรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี

วิธีรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีให้หายขาดได้ คือ การผ่าตัดเอาเนื้องอกออกให้หมด จากนั้นแพทย์จะติดตามผลการรักษาผ่านการอัลตราซาวด์ หรือทำ CT Scan ทุกๆ 3 เดือน

ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถตัดเนื้องอกออกได้ทั้งหมด แพทย์อาจพิจารณาให้ตัดเนื้องอกออกบางส่วน หรือรักษาแบบประคับประคอง การใช้เคมีบำบัดร่วมกับรังสีบำบัด

โรคมะเร็งท่อน้ำดีมีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับการทำงานของตับเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยบางรายอาจถูกพิจารณาให้ผ่าตัดเปลี่ยนตับ หรือตัดตับทิ้ง หากมีอาการเหลืองมาก

วิธีป้องกันพยาธิใบไม้ตับ

คุณสามารถป้องกันไม่ให้พยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกายได้ ผ่านการปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาดเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง มีสารก่อมะเร็ง ใส่ดินประสิว
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดที่มีเกล็ดแบบดิบ หรือปรุงไม่สุก
  • ดูแลสุขอนามัยร่างกายให้สะอาด ขับถ่ายในห้องน้ำที่สะอาดเท่านั้น
  • งดบริโภคแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่

ทางที่ดี เพื่อให้คุณมีความสุขกับการรับประทานอาหารควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่แข็งแรง จึงควรไปตรวจสุขภาพกับแพทย์เป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ให้มากที่สุด

เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจมะเร็งทั่วไป จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชันเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
ศูนย์เภสัชสนเทศ โรงพยาบาลลำพูน, พยาธิใบไม้ตับก่อมะเร็งท่อน้ำดี (http://www.lpnh.go.th/newlp/wp-content/uploads/2013/10/DIS-News-13-2559.pdf), 2 พฤษภาคม 2559.
โยพนา หาญชนะ คณะทำงานบริหารสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุรินทร์, โรคพยาธิใบไม้ตับ และมะเร็งท่อน้ำดี (https://kbphpp.nationalhealth.or.th/bitstream/handle/123456789/3157/2015031718-Surin-Cholangiocarcinoma(PowerPoint).pdf?sequence=1).
ผศ.นพ.โกศล รุ่งเรืองชัย, พยาธิใบไม้ตับ...ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี (https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=779), 11 พฤศจิภายน 2553.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
ท้องเสียตอนมีประจำเดือน ไข้ทับระดู สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน
ท้องเสียตอนมีประจำเดือน ไข้ทับระดู สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน

รู้จักอาการ และผลกระทบของไข้ทับฤดู พร้อมตอบข้อสงสัยที่คนมักถามต่างๆ

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear)
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear)

มะเร็งปากมดลูกพบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย แต่เป็นมะเร็งที่มีวิธีสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 80%

ตรวจมะเร็ง ตรวจคัดกรองมะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคร้ายที่มากับความเงียบ
ตรวจมะเร็ง ตรวจคัดกรองมะเร็ง ลดความเสี่ยงโรคร้ายที่มากับความเงียบ

ป้องกันมะเร็งด้วยการปรับพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ดี แต่หากได้ตรวจคัดกรองมะเร็ง หรือตรวจมะเร็ง ด้วยจะยิ่งมั่นใจกว่า