การผ่าตัดรักษาโรคอวนคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 10, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

การผ่าตัดรักษาโรคอวน (Bariatric Surgery) มีหลายประเภท และแต่ละประเภทมีทั้งประโยชน์และโทษ อาจเกิดความเสี่ยงหลายๆอย่าง เป็นวิธีการผ่าตัดสำหรับคนอ้วนเพื่อให้ได้น้ำหนักที่ลดลง

เป็นทางเลือกหลังสำหรับคนอ้วนที่ใช้วิธีลดน้ำหนักโดยการอดอาหารและการออกกำลังกายแล้วไม่ได้ผล และสุขภาพอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะงดอาหารต่อไป การผ่าตัดรักษาโรคอวน (Bariatric Surgery) แบ่งเป็นหลายประเภทตามลักษณะที่แตกต่างกันของการผ่าตัด แต่เป้าหมายโดยรวมคือลดการกินอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการลดน้ำหนัก

การผ่าตัดรักษาโรคอวน (Bariatric Surgery) เหมาะกับใครบ้าง?

  • สำหรับคนอ้วนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 40
  • สำหรับคนอ้วนที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 และมีปัญหาสุขภาพรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนเช่นโรคหัวใจ(heart disease)  โรคเบาหวานชนิดที่ 2( type 2 diabetes) หรือภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (sleep apnea)
  • สำหรับคนอ้วนที่มีค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 ขึ้นไปและปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงที่สัมพันธ์กับโรคอ้วน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้ห่วงรัดกระเพาะอาหารที่ปรับขนาดได้ (LAGB) สำหรับการผ่าตัดลดน้ำหนัก (more on LAGB below)

นอกจากความต้องการด้านลดน้ำหนักแล้วผู้ป่วยที่ควรรับการผ่าตัดด้วยวิธี bariatric surgery ควรมีลักษณะดังนี้:

  • ไม่สามารถลดน้ำหนักโดยการงดอาหารและออกกำลังกายได้
  • ต้องการลดน้ำหนักและมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี (healthy lifestyle)โดยตระหนักถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและความเสี่ยงของการผ่าตัด

ประเภทของการผ่าตัดลดความอ้วน (bariatric surgery)ที่พบบ่อยที่สุด:

Roux-en-Y Gastric Bypass : ในการผ่าตัดวิธีนี้หลักการคือจำกัดจำนวนอาหารที่กิน และเปลี่ยนแปลงวิธีที่ดูดซึมอาหาร ศัลยแพทย์จะแบ่งส่วนบนของกระเพาะอาหารให้เล็กลงเหมือนกระเป๋าขนาดเท่าวอลนัทซึ่งสามารถเก็บอาหารได้เพียง 1 ออนซ์ (ปกติกระเพาะอาหารสามารถเก็บอาหารได้ 3 pints) ถัดไปศัลยแพทย์จะเย็บลำไส้ให้ต่อกับกระเป๋า(กระเพาะ)ขนาดเท่าวอลนัทนี้ ทำให้อาหารไม่ผ่านกระเพาะ จึงทานอาหารได้น้อยและรู้สึกอิ่มเร็ว เป็นการเปลี่ยนวิธีดูดซึมอาหาร Laparoscopic adjustable gastric banding (LAGB): เป็นการนำห่วงรัดที่ปรับได้ไปรัดกระเพาะอาหารส่วนบนเพื่อลดปริมาณการทานอาหารต่อครั้งลง 

Biliopancreatic diversion with duodenal switch (BPDS-DS): การผ่าตัดนี้ทำงานได้สามวิธีคือ

  • เอาส่วนกระเพาะอาหารออกเพื่อให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินอาหารน้อยลง
  • จัดการให้อาหารอยู่ห่างจากลำไส้เล็กส่วนใหญ่เพื่อให้ร่างกายของดูดซึมอาหารได้น้อยลง
  • ทำให้น้ำดี (สารที่ตับผลิตเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร(bile))ย่อยอาหารและดูดซับพลังงานลดลง

Sleeve Gastrectomy เป็นการลดขนาดของกระเพาะอาหาร ตัดกระเพาะอาหารให้เล็กลง  ทำให้ฮอร์โมนghrelin(ฮอร์โมนที่บอกคุณว่าคุณหิว)ลดลง ทำให้ไม่รู้สึกหิว (ทานนิดเดียวจะรู้สึกอิ่มไว)  การทำ Sleeve gastrectomy อาจทำเพียงอย่างเดียวหรือเป็นส่วนแรกของ BPDS-DS อาหารที่รับประทานหลังการผ่าตัดลดความอ้วน Bariatric Surgery Diet หลังการผ่าตัดลดความอ้วน Bariatric Surgery Diet ไม่ว่าแบบไหนคุณจะต้องควบคุมอาหารที่กินอย่างเข้มงวดเพราะ

  • ช่วยให้กระเพาะอาหารหายเร็วขึ้นจากการผ่าตัด
  • ช่วยให้คุณปรับตัวให้รับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง
  • ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
  • ลดน้ำหนักลงได้

แต่เนื่องจากร่างกายของคุณกินอาหารน้อยลงและดูดซับสารอาหารน้อยลงอาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้ จึงแนะนำให้กินอาหารดังนี้:

  • โปรตีน 60 ถึง 120 กรัมต่อวัน
  • วิตามินรวมและแร่ธาตุทุกวัน
  • แคลเซียมและวิตามินดี
  • วิตามินอื่นๆเช่น บี 12 หรือเหล็กถ้าจำเป็น
  • หลังการผ่าตัดใหม่ๆคุณจะได้รับอนุญาตให้ดื่มของเหลวใส 2 ถึง 3 ออนซ์ต่อครั้งก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นของเหลวชนิดอื่น ๆ

ของเหลวเหล่านี้คือ:

  • นม (หางนมหรือนม1%)
  • น้ำซุป (Broth)
  • น้ำเปล่าไม่หวาน
  • ชาหรือกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน
  • เจลาตินที่ปราศจากน้ำตาลหรือแยม

หลังจากที่คุณเริ่มชินกับของเหลวมากขึ้น คุณสามารถเพิ่มอาหารที่บดละเอียดผสมกับน้ำ น้ำซุปหรือนมไขมันต่ำในอาหารของคุณ

อาหารที่สามารถมาบดผสมใส่ซุปได้แก่:

  • เนื้อบดไร้มัน
  • ถั่ว
  • ปลา
  • ไข่
  • ผลไม้อ่อนและผักที่ปรุงสุก
  • ชีส

หลังจากผ่านไป 2-3 สัปดาห์ คุณสามารถเริ่มรับประทานอาหารประเภทอ่อนนุ่ม ได้แก่ เนื้อบดหรือเนื้อละเอียด ผลไม้สดกระป๋อง (ไม่มีเมล็ดหรือเปลือก) และผักสุกที่ไม่มีเปลือกแข็ง หลังจากผ่านไปประมาณแปดสัปดาห์คุณสามารถเปลี่ยนไปรับประทานอาหารที่เป็นของแข็ง ทานอาหารมื้อเล็กๆและดีต่อสุขภาพ

ความเสี่ยงของ Bariatric Surgery

เช่นเดียวกับการผ่าตัดอื่นๆ Bariatric Surgeryมีความเสี่ยงและอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ดังนี้

  • การติดเชื้อ
  • เลือดออกผิดปกติ
  • Dumping syndrome อาการมึนงง เหงื่อออก อ่อนเพลีย และหน้าซีด  ที่เกิดภายหลังรับประทานอาหาร
  • นิ่ว
  • ไส้เลื่อน(Hernias)
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ
  • ลำไส้อุดตัน
  • ภาวะทุพโภชนาการ(ขาดสารอาหาร)
  • กระเพาะอาหารเป็นแผลหรือทะลุ
  • แผลพุพอง
  • ความตาย (เกิดน้อย)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่