Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ตรวจสุขภาพ

การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคืออะไร?
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 297,796 คน

การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

การทำเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เป็นการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นวิทยุสร้างภาพของอวัยวะภายในร่างกาย เพื่อให้แพทย์สามารถมองเห็นอันตรายหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับส่วนต่างๆ ในร่างกายได้ การตรวจนี้ไม่ใช่หัตถการที่เป้นอันตราย และไม่ได้มีการใช้รังสีเอกซ์แต่อย่างใด

เตรียมตัวอย่างไรก่อนการมาตรวจ MRI

ก่อนการตรวจ MRI ควรเตรียมตัวดังต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ตามปกติ หรืออาจต้องงดน้ำงดอาหารก่อนการตรวจอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ประเภทของการตรวจ
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีเหล็กหรือซิป และควรสวมเสื้อผ่าหน้าแบบกระดุม เผื่อต้องมีการเปลี่ยนชุดก่อนตรวจ
  • ถอดเครื่องประดับออกทั้งหมด โดยเฉพาะตุ้มหูเหล็ก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระเป๋าเสื้อและกางเกงไม่มีสิ่งของใดๆ และอย่าลืมถอดกิ๊บติดผมทั้งหมดออกจากผม
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีอาการกลัวที่แคบ เนื่องจากแพทย์อาจพิจารณาให้ยานอนหลับเพื่อช่วยให้สามารถเข้ารับการตรวจได้
  • แพทย์อาจฉีดสารทึบรังสีเข้าทางเส้นเลือดดำ เพื่อให้สามารถเห็นภาพจากการตรวจได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมแจ้งแพทย์ หากมีอาการแพ้ต่อสารทึบรังสีใดๆ หรือหากมีโรคเกี่ยวกับไตและตับ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีวัสดุที่ทำจากเหล็กอยู่ภายในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ สะเก็ดระเบิด เหล็ก และวัสดุเทียมต่างๆ

ขั้นตอนการตรวจ MRI

ส่วนใหญ๋แล้วห้องตรวจ MRI มักจะมีอุณหภูมิต่ำ เพื่อให้เครื่องกำเนิดแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม ระหว่างการตรวจ MRI ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนโต๊ะแคบๆ ภายในอุโมงค์ขนาดใหญ่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่เทคนิคจะทำการเดินเครื่อง MRI จากห้องที่อยู่ใกล้เคียง ระหว่างนี้ผู้เข้ารับการตรวจสามารถพูดคุยได้ผ่านทางไมโครโฟน ซึ่งบางคนอาจจะได้รับที่อุดหูเพื่อช่วยลดเสียงการทำงานของเครื่องที่ค่อนข้างดัง การตรวจนี้มักใช้เวลาระหว่าง 45-90 นาที

ระหว่างการตรวจ สนามแม่เหล็กของเครื่อง MRI จะผลักให้อนุภาคโปรตอนภายในไฮโดรเจนภายในร่างกายมาเรียงตัวกัน ก่อนที่จะปล่อยคลื่นวิทยุออกมาทำให้โปรตอนเหล่านั้นหลุดออกจากแถว และเมื่อปิดคลื่นวิทยุลง โปรตอนก็จะกลับมาเรียงแถวเหมือนเดิมพร้อมกับส่งสัญญาณเป็นคลื่นวิทยุออกมา คลื่นเหล่านี้จะถูกส่งไปยังตัวรับ ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะการสร้างภาพของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย ภาพที่เกิดจาก MRI อาจจะเป็นทั้งภาพตัดขวางเป็นส่วนๆ หรือเป็นภาพ 3 มิติก็ได้

ใครบ้างที่จำเป็นต้องตรวจ MRI ?

ผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจ MRI มักจะเป็นผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้

  • มีเนื้องอกหรือความผิดปกติภายในตับ ตับอ่อน ม้าม ไต มดลูกและรังไข่ในผู้หญิง หรือต่อมลูกหมากและอัณฑะในผู้ชาย
  • หลอดเลือดโป่งพอง เส้นเลือดสมองตีบ ไขสันหลังถูกทำลาย หรือความผิดปกติเกี่ยวกับตาและหูชั้นใน
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับข้อ เช่น ข้ออักเสบ การติดเชื้อที่กระดูก ปัญหาเกี่ยวกับข้อที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือการทำลายตัวเองซ้ำๆ หรือความผิดปกติของหมอนรองกระดูกที่กระดูกสันหลัง
  • สุขภาพของหัวใจ ตั้งแต่ขนาด การทำงานของห้องหัวใจแต่ละห้อง การอักเสบหรือการอุดตันภายในเส้นเลือดหัวใจ หรือเพื่อประเมินการทำลายที่เกิดขึ้นภายหลังจากภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรือโรคหัวใจ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่