วัคซีนโรคหัดคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 88,164 คน

ผู้ที่ได้รับวัคซีนโรคหัดแม้เพียงเข็มเดียวมากกว่า 95% จะมีภูมิต้านทานต่อโรคนี้

ในช่วงก่อนปี 1963 มีประชาชนติดโรคหัดมากถึง 3-4 ล้านคนต่อปีในสหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (Centers for Disease Control and Prevention – CDC) และในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตประมาณ 400-500 คน ต้องนอนโรงพยาบาล 48,000 คน เกิดไข้สมองอักเสบ 4,000 คนในสหรัฐอเมริกาจากการติดเชื้อหัด ในปี 1963 ได้มีการพัฒนาวัคซีนโรคหัดขึ้นมา ทำให้อัตราการติดเชื้อค่อยๆ ลดลง โดยในระหว่างปี 2000-2013 มีรายงานผู้ติดเชื้อหัดเพียง 37-220 รายต่อปีในสหรัฐอเมริกา และส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อภายนอกประเทศ อ้างอิงจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) วัคซีนโรคหัดยังช่วยลดการติดเชื้อและอัตราการตายในประเทศอื่นๆ เช่นกัน แม้ว่าในปัจจุบันองค์การอนามัยโลกยังจัดให้โรคหัดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิตมากที่สุด แต่องค์การอนามัยโลกก็คาดการณ์ว่าวัคซีนโรคหัดนี้ช่วยป้องกันการเสียชีวิตระหว่างปี 2000-2013 แล้วกว่า 15.6 ล้านคน

วัคซีนโรคหัดคืออะไร?

วัคซีนโรคหัดเป็นวัคซีนที่มีเชื้อหัดที่ยังมีชีวิตอยู่แต่อ่อนแอลง ซึ่งสามารถแบ่งตัวในคนทั่วไปได้เหมือนเชื้อหัดปกติทั่วไป วัคซีนจะทำงานโดยการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้หลั่งภูมิคุ้มกันออกมาต่อสู้เชื้อที่อ่อนแอลงเหล่านี้ ซึ่งภูมิคุ้มกันที่หลังออกมานี้สามารถป้องกันการติดเชื้อหัดตัวเต็มได้หากมีการติดเชื้อในอนาคต ในปี 1971 มีการนำวัคซีนโรคหัดมารวมกับวัคซีนคางทูมและหัดเยอรมัน เกิดเป็นวัคซีน MMR (measles-mumps-rubella) และในปี 2005 วัคซีน MMR นี้ได้มีการนำมารวมกับวัคซีนอีสุกอีใส เกิดเป็นวัคซีน MMRV ปัจจุบันในสหรัฐอเมริกาไม่มีการผลิตวัคซีนแยกของวัคซีนเหล่านี้อีกแล้ว วัคซีน MMR จะฉีดเข้าที่ไขมันใต้ผิวหนังจำนวน 2 ครั้ง การฉีดครั้งแรกสามารถกระตุ้นภูมิของหัดและหัดเยอรมันได้ในผู้ฉีดมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ (วัคซีนคางทูมมีประสิทธิภาพน้อยกว่า) อ้างอิงจากหน่วยงานความร่วมมือด้านภูมิคุ้มกัน (Immunization Action Coalition)  การฉีดครั้งที่ 2 จะช่วยให้ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการฉีดครั้งแรกได้ดีพอ สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่ม และจะเป็นการช่วยส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีภูมิแล้ว แต่พบว่ามีบางคนที่ยังไม่สามารถสร้างภูมิได้แม้จะฉีดครบ 2 เข็มแล้วก็ตาม

ใครควรเข้ารับการฉีดวัคซีน?

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค (CDC) แนะนำให้เด็กทุกคนฉีดวัคซีน MMR เข็มแรกควรให้ระหว่างอายุ 12-15 เดือน และแนะนำให้ฉีดเข็มที่สองระหว่างอายุ 4-6 ปี หรือสามารถฉีดในช่วงใดก็ได้หลังจากการฉีดเข็มแรกไปแล้ว 28 วัน

ในผู้ใหญ่ อาจไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนนี้หากคุณ

  • เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อนตอนเด็ก ไม่ว่าจะเป็นแบบ MMR 2 เข็ม หรือ MMR เข็มแรก และวัคซีนโรคหัดเป็นเข็มที่ 2
  • เกิดก่อนปี 1957 ( คุณน่าจะเคยติดเชื้อนี้ตอนที่เป็นเด็กแล้วและขณะนี้มีภูมิคุ้มกันต่อโรค)
  • มีผลการตรวจเลือดที่แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อหัด คางทูม และหัดเยอรมัน
  • เป็นผู้หญิงที่เกิดก่อนปี 1957 และมั่นใจว่าจะไม่มีบุตรอีก เคยได้รับวัคซีนโรคหัดเยอรมัน หรือมีผลตรวจเลือดพบภูมิต่อโรคหัดเยอรมัน

หากคุณเคยได้รับ วัคซีน MMR แค่ 1 เข็ม และมีความเสี่ยงต่ำที่จะมีการติดเชื้อไวรัส คุณอาจไม่ต้องฉีดเข็มที่ 2 ก็ได้

อย่างไรก็ตาม คุณควรได้รับวัคซีน MMR 2 เข็มหากคุณ

  • เคยได้รับวัคซีนชนิดเชื้อตาย ซึ่งใช้ระหว่างปี 1963-1967
  • เคยได้รับวัคซีนชนิดโรคคางทูมชนิดเชื้อตายก่อนปี 1979 และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง
  • เป็นผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
  • นักเรียนหลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
  • วางแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือเดินทางด้วยเรือสำราญ
  • เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์อื่นๆ
  • อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการระบาดของโรค

คุณไม่ควรได้รับวัคซีน MMR หากกำลังตั้งครรภ์, มีประวัติแพ้วัคซีนเข็มแรก หรือมีระดับภูมิคุ้มกันที่ต่ำมาก เช่นจากการติดเชื้อ HIV/AIDS, มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคและการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ

ผลข้างเคียงของวัคซีน

ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าวัคซีน MMR หรือ MMRV จะทำให้เกิดภาวะออทิสติก

รายงานผลข้างเคียงที่พบได้จากการฉีดวัคซีน MMR ประกอบด้วย

  • ไข้
  • ผื่นเล็กน้อย
  • ปวดข้อ
  • เกล็ดเลือดต่ำชั่วคราว
  • มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณแก้ม คอ หรือใต้ขากรรไกรโต
  • ชักจากการมีไข้สูง

ผลข้างเคียงอื่นๆ จากวัคซีนที่พบได้น้อยประกอบด้วย

  • สูญเสียการได้ยินถาวร
  • มีอาการชัก และระดับการรู้สึกตัวลดลงเป็นเวลานาน
  • สมองถูกทำลาย

อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงเหล่านี้พบได้น้อยมากขนาดที่นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการได้รับวัคซีนจริงหรือไม่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่