การรักษาโรคลายม์ (Lyme)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 4, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 799,606 คน

แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคลายม์ แต่มียาปฏิชีวนะหลายตัวที่สามารถรักษาโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเวลาผ่านไปถ้าไม่ได้รักษาโรคลายม์สามารถก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ที่สำคัญมากมาย ทั้งปวดประสาท โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และปัญหาทางการรับรู้และระบบประสาทและสมอง เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจำเป็นต้องได้รับการรักษาและการวินิจฉัยโดยเร็วที่สุดก่อนที่อาการแสดงของโรคลายม์จะรุนแรงขึ้น

ยาปฏิชีวนะสำหรับโรคลายม์

โดยทั่วไปแล้ว โรคลายม์รักษาได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งชนิดของยาปฏิชีวนะจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่คุณเป็น

หลังจากที่คุณได้นำเห็บชนิด Deer tick ออกอย่างต่ำ 36 ชั่วโมงแล้ว (นี่คือระยะเวลาที่เห็บจะส่งผ่านเชื้อ B. burgdorferi มีเวลา 72 ที่แพทย์ประจำตัวของคุณอาจจ่ายยาปฏิชีวนะ Doxycycline เพื่อป้องกันการเกิดโรคลายม์ ถ้าเป็นโรคลายม์ระยะที่ 1 (เฉพาะแห่ง) หรือระยะที่ 2 (เริ่มแพร่กระจาย) พร้อมผื่นที่เป็นรอยบวมแดง แต่ไม่มีอาการแสดงอื่น ๆ แพทย์ประจำตัวของคุณมักจะทำการรักษาด้วยการจ่ายยาปฏิชีวนะในรูปแบบเม็ด Doxycycline, Amoxicillin, หรือ Cefuroxime เป็นระยะเวลา 14-21 วัน

แต่ถ้าคุณเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือโรคเกี่ยวกับเส้นประสาทตั้งแต่เพิ่งเริ่มเป็นโรคลายม์ การรักษาของคุณจำเป็นต้องให้ยา Ceftriaxone ผ่านทางหลอดเลือดดำเป็นระยะเวลา 14 วัน ระยะที่ 3 ของโรคลายม์ (แพร่กระจายไปแล้ว) จะรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหลาย ๆ ตัวเช่นกัน

  • สำหรับโรคลายม์ที่ทำให้เป็นโรคข้ออักเสบ ให้รับประทานยา Doxycycline, Amoxicillin, หรือ Cefuroxime เป็นระยะเวลา 28 วัน (อาจจะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะอีกชุดซึ่งขึ้นอยู่กับความรุนแรงแรงความต่อเนื่องของอาการของโรค)
  • สำหรับโรคลายม์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท (โรคลายม์ตอนปลายที่เกี่ยวข้องกันระบบประสาท) ต้องให้ยา Ceftriaxone หรือ Penicillin ผ่านทางหลอดเลือดดำประมาณ 2-4 สัปดาห์

กลุ่มอาการ Post-Treatment Lyme Disease Syndrome (PTLDS)

หลังจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะสำหรับโรคลายม์แล้ว บางคนยังคงมีอาการเหนื่อยล้า อาการปวด หรือ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้ออยู่เรื่อย ๆ ซึ่งอาจกินระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือนหรือนานกว่านั้น สภาวะนี้เรียกว่ากลุ่มอาการ Post-Treatment Lyme Disease Syndrome (PTLDS) บางครั้งอาจเรียกว่าโรคลายม์เรื้อรัง

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการ PTLDS แต่นักวิทยาศาสตร์คิดว่ามันอาจเป็นปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน เมื่อส่วนที่เหลือของแบคทีเรียกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้ระบบคุ้มกันจู่โจมเซลล์ที่มีสุขภาพดี

สภาวะนี้อาจเป็นผลของความเสียหายของสารตกค้างต่อเนื้อเยื่อในร่างกายจากโรคลาย์ จากรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และยังไม่มีการรักษาที่ได้รับการรับรองสำหรับกลุ่มอาการ PTLDS นอกจากการบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจง แต่ผู้ที่มีสภาวะนี้โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 

ยาทางเลือก Bismacine

ยา Bismacine และมีชื่อเรียกว่า Chromacine เช่นกัน เป็นยาทางเลือกที่บางคนใช้ในการรักษาโรคลายม์ แต่คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ออกโรงเตือนว่าประชาคนไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ยาฉีดตัวนี้เพราะมีรายงานการรักษาตัวในโรงพยาบาลและรายงานการเสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายจากผู้ใช้ยานี้ นอกจากนั้น FDA ยังกล่าวอีกว่ายา Bismacine มีปริมาณของ Bismuth ในระดับสูงซึ่งสามารถทำให้หัวใจวายหรือไตวายได้

วัคซีนสำหรับโรคลายม์

วัคซีนสำหรับโรคลายม์เคยมีในสหรัฐอเมริกา แต่ผู้ผลิตเลิกผลิตในปี 2002 จากที่มียอดขายน้อย มีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดการตัดสินใจเลิกผลิตวัคซีนตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็น

  • เกิดการฟ้องร้องไปที่ศาล
  • ต้นทุนของวัคซีน
  • มีการสนับสนุนจากทางฝ่ายสาธารณะน้อยเพราะมีกลุ่มต่อต้านการใช้วัคซีน
  • ความกังวลว่าวัคซีนอาจทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ
  • ความยุ่งยากในการกำหนดตารางการฉีดวัคซีน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคยังกล่าวอีกว่า ตัววัคซีนลดประสิทธิภาพลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่ได้รับการป้องกันจากโรคลายม์วันนี้หากคุณได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อตอนที่มันยังมีอยู่

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่