หูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,224,186 คน

เกี่ยวกับภาวะหูชั้นในอักเสบ

ภาวะหูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis) คือการติดเชื้อในหูชั้นใน (Labyrinth) ซึ่งเป็นโครงสร้างบอบบางอยู่ลึกในหู จนส่งผลต่อการได้ยินและการทรงตัว

ความรู้เบื้องต้นเรื่องหูชั้นใน (Labyrinth)

  • หูชั้นในคืออะไร หูชั้นใน (Labyrinth) คือส่วนที่อยู่ชั้นในสุดของหู โดยชั้นนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญสองส่วน ได้แก่
    • คอเคลีย (Cochlea) ส่วนทำหน้าที่ส่งเสียงไปยังสมอง และมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการได้ยิน
    • ระบบทรงตัว (Vestibular System) ลักษณะเป็นท่อมากมายที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งช่วยในเรื่องสมดุลร่างกายหรือการทรงตัว
  • หูชั้นในทำงานอย่างไรท่อต่างๆ ที่เต็มไปด้วยของเหลวในหูชั้นในถูกเรียกว่า “ระบบทรงตัว (Vestibular System)” ของเหลวเหล่านี้จะไหลไปมาขณะที่คุณขยับศีรษะ เพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับระยะทาง ความเร็ว และทิศทางที่ศีรษะของคุณกำลังเคลื่อนไป ไปยังสมอง กระบวนการนี้ทำให้ร่างกายปรับสมดุลได้อย่างเหมาะสม ระบบทรงตัวจะทำหน้าที่คล้ายเครื่องกระจายเสียง ที่หูด้านซ้ายและด้านขวาจะส่งสัญญาณแตกต่างกันไปยังสมอง หากหูข้างหนึ่งเกิดการติดเชื้อ สัญญาณของหูข้างนั้นจะทำงานไม่ผสานกับอีกข้าง และทำให้สมองสับสน เกิดเป็นอาการวิงเวียนและทรงตัวไม่อยู่นั่นเอง

อาการและสัญญาณของภาวะหูชั้นในอักเสบ

อาการทั่วไปของภาวะหูชั้นในอักเสบ ได้แก่ วิงเวียน เกิดภาวะสูญเสียการได้ยิน อาจแค่ได้ยินน้อยลงจนถึงไม่ได้ยินเลย เวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) หรือเกิดความรู้สึกราวกับคุณหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบตัวกำลังขยับอยู่

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

อาการอื่นๆ จากภาวะหูชั้นในอักเสบมีดังนี้

  • รู้สึกถึงแรงดันภายในหู โดยอาจรู้สึกที่หูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • ได้ยินเสียงอื้อหรือเสียงฮัมในหู โดยอาจรู้สึกที่หูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • มีของเหลวหรือหนองไหลออกจากหู โดยอาจรู้สึกที่หูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
  • ปวดหู
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • มีไข้สูงกว่า 38 ํC ขึ้นไป
  • การมองเห็นเปลี่ยน เช่น เห็นภาพเบลอหรือเห็นภาพซ้อน
  • ปวดศีรษะเล็กน้อย

อาการเหล่านี้มีระดับตั้งแต่เบาบางไปจนถึงรุนแรงมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายมีความรู้สึกว่าไม่สามารถยืนตัวตรงได้ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่กระตุ้นให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้น ได้แก่ เหน็ดเหนื่อย หรือป่วยไข้ไม่สบาย อยู่ในที่มืด แออัด อยู่ในห้องขนาดเล็ก เดินมาก เป็นประจำเดือน (ในเพศหญิง)

ควรไปพบแพทย์หากคุณมีอาการข้างต้น โดยควรเลี่ยงการขับรถ ใช้เครื่องจักรหนักต่างๆ หรือทำงานในที่สูงหาก

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะหูชั้นในอักเสบ

ภาวะหูชั้นในอักเสบจากแบคทีเรียมีผลทำให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการได้ยินถาวรสูงมาก โดยเฉพาะหากเกิดกับเด็กที่กำลังป่วยเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)

ด้วยเหตุนี้เอง จึงควรมีการทดสอบการได้ยินกับผู้ป่วยที่มีภาวะหูชั้นในอักเสบจากแบคทีเรีย

ภาวะสูญเสียการได้ยินรุนแรงจากโรคหูชั้นในอักเสบจากแบคทีเรียสามารถรักษาได้ด้วยการปลูกถ่ายคอเคลีย (Cochlear Implant) ซึ่งเป็นการผ่าตัดฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กใต้ผิวหนังข้างหลังหู

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะหูชั้นในอักเสบหลายรายจะประสบกับอาการที่เกี่ยวกับการทรงตัว โดยไม่มีอาการเกี่ยวข้องกับการได้ยิน ภาวะนี้มักจะเรียกว่า “ภาวะเส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ” (Vestibular Neuronitis) แทนที่จะเป็นภาวะหูชั้นในอักเสบ

ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจำนวนไม่มากนักประสบอาการวิงเวียนและเวียนศีรษะบ้านหมุนนานหลายเดือนหรือหลายปี ภาวะเช่นนี้จะเรียกว่า “ภาวะหูชั้นในอักเสบเรื้อรัง (Chronic Labyrinthitis)”

อาการจากภาวะนี้มักจะไม่รุนแรงเหมือนตอนเริ่มมีภาวะนี้ครั้งแรก กระนั้น แม้จะเป็นอาการวิงเวียนที่ไม่รุนแรงก็นับว่าส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การทำงาน และกิจวัตรอื่นๆ อยู่ดี

สาเหตุของภาวะหูชั้นในอักเสบ

หูชั้นในสามารถอักเสบได้จากสาเหตุต่อไปนี้

  • การติดเชื้อไวรัส : ผู้ป่วยภาวะหูชั้นในอักเสบเกือบครึ่งถูกคาดว่าเกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสที่หน้าอก จมูก ปาก และหลอดลม เช่น เกิดจากหวัดทั่วไปหรือไข้หวัดใหญ่ลามไปยังหูชั้นใน เป็นต้น
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย : กรณีนี้จะเกิดได้ยากกว่าการติดเชื้อไวรัส แต่หากเกิดแล้วอาการจะรุนแรงกว่า เชื้อแบคทีเรียสามารถเข้าสู่หูชั้นในได้ หากชั้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่คั่นหูชั้นกลางกับหูชั้นในเกิดความเสียหาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อที่หูชั้นกลาง หรือมีภาวะหูชั้นกลางอักเสบ หรือจากการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง (ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ) นอกจากนี้หากมีการบาดเจ็บที่ศีรษะ ก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่หูชั้นในได้เช่นกัน
  • มีปัญหาที่ระบบภูมิคุ้มกัน : ภาวะหูชั้นในอักเสบมักเกิดกับผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Condition) หมายถึง ภาวะต่างๆ ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเข้าใจผิด แล้วเข้าโจมตีเนื้อเยื่อสุขภาพดี แทนที่จะไปทำลายการติดเชื้อ

ผู้มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหูชั้นในอักเสบ

ภาวะหูชั้นในอักเสบ ส่วนมากจะเกิดแก่ผู้ใหญ่อายุ 30-60 ปี และมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ส่วนสาเหตุการเกิดภาวะหูชั้นในอักเสบในเด็กนั้นมักจะเป็นสาเหตุอื่นๆ ส่วนเด็กเล็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปีจะมีความอ่อนไหวต่อภาวะหูชั้นในอักเสบจากแบคทีเรียมาก

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

ควรติดต่อแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายในสามสัปดาห์ โดยคุณอาจต้องเข้าพบผู้เชี่ยวชาญด้านหู จมูก และลำคอ (ENT) เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโรคเพิ่มเติม และหากเกิดอาการเหล่านี้ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทันที

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad
  • สับสนทางจิต
  • พูดจาติดอ่าง
  • เห็นภาพซ้อน
  • ร่างกายส่วนหนึ่งอ่อนแรงหรือชา
  • ท่าทางการเดินเปลี่ยน

วิธีการวินิจฉัยภาวะหูชั้นในอักเสบ

ความจริงแล้ว มีภาวะมากมายที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียนและบ้านหมุน (Vertigo) แพทย์จึงจะต้องวินิจฉัยภาวะหูชั้นในอักเสบจากอาการต่างๆ ประวัติการรักษา และการตรวจร่างกาย ประกอบกัน โดยดำเนินการทดสอบดังต่อไปนี้

  • ให้ผู้ป่วยขยับศีรษะและหูของตน เพื่อหาสัญญาณของการอักเสบและติดเชื้อ
  • ทดสอบการได้ยิน เนื่องจากภาวะหูชั้นในอักเสบมักจะทำให้คุณสูญเสียการได้ยินได้
  • ตรวจตา เพื่อมองหาอาการตากระตุก ที่เป็นสัญญาณว่าระบบทรงตัวของคุณทำงานผิดปกติ

ขณะนี้ยังไม่มีวิธีทดสอบที่น่าเชื่อถือพอ ที่จะจำแนกว่าภาวะหูชั้นในอักเสบนั้นมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย แพทย์มักทำการสันนิษฐานขั้นต้นว่าภาวะหูชั้นในอักเสบเกิดจากเชื้อไวรัสไว้ก่อน (เพราะพบได้มากที่สุด) นอกจากว่าคนไข้จะมีอาการบ่งชี้ที่ชัดเจนมาก เช่น

  • เป็นภาวะหูชั้นในอักเสบในเด็กอายุน้อยมากๆ
  • เป็นผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อแบคทีเรียอยู่
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และสูญเสียการได้ยินทั้งหมด

โดยมาก การทดสอบมักจะทำเท่าที่กล่าวไปข้างต้น แต่ในกรณีที่มีอาการสับสนทางจิต พูดติดอ่าง ร่างกายด้านหนึ่งเป็นอัมพาตหรือ่อนแรง ซึ่งบ่งชี้ว่าจะประสบกับภาวะที่ร้ายแรงกว่าอย่างโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคหลอดเลือดสมอง ฯลฯ ก็อาจมีการทดสอบเพิ่มเติม ดังนี้

  • การเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) : เป็นการเก็บตัวอย่างของเหลวจากไขสันหลังเพื่อมองหาการติดเชื้อ
  • การสแกนคอมพิวเตอร์ (Computerised Tomography Scan (CT Scan))
  • การสแกนคลื่นสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging Scan (MRI Scan))
  • การตรวจเลือด

การรักษาภาวะหูชั้นในอักเสบ

ส่วนมากภาวะหูชั้นในอักเสบจะหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ การรักษามักจะเป็นการจัดให้ผู้ป่วยนอนบนเตียง ร่วมกับการใช้ยาเพื่อให้ผู้ป่วยรับมือกับอาการต่างๆ ง่ายขึ้น หรืออาจมียาอื่นๆ เพื่อช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อต้นเหตุ ดังนี้

  • ช่วงที่เป็นระยะแรก ควรนอนบนเตียงเพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆ หลังจากนั้นไม่กี่วันอาการจะทุเลาลงได้เอง จนอาการวิงเวียนเกือบจะหายไป ระหว่างนั้นให้ปฏิบัติดังนี้
    • นอนนิ่งๆ ในท่าสบาย โดยท่าที่ดีที่สุดคือท่าตะแคง
    • เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
    • เลี่ยงการจ้องมองแสงจ้า
    • พยายามลดเสียงโดยรอบและสิ่งอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดความเครียดขึ้น
    • ดื่มน้ำมากๆ โดยใช้วิธีจิบทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง และควรดื่มน้ำเปล่าเพื่อเลี่ยงการเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydrated)
  • หากมีอาการรุนแรงเป็นพิเศษ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับยาได้ ตัวยาที่มักใช้เพื่อรักษาภาวะนี้ได้แก่
    • ยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) : เป็นยาออกฤทธิ์ลดกิจกรรมภายในระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สมองตอบสนองต่อสัญญาณที่ผิดปรกติจากระบบการทรงตัวน้อยลง
      อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ใช้ยาเบนโซไดอะซีปีนในระยะยาว เนื่องจากอาจทำให้ติดยาได้
    • กลุ่มยาต้านอาเจียน (Antiemetic) : มีการใช้ยาเม็ดโพรคลอเพอราซีน 5 mg (Prochlorperazine 5 mg) เพื่อรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนและวิงเวียน ยาตัวนี้ได้รับการพิจารณาว่าใช้เป็นยารักษาแทนยาเบนโซไดอะซีปีนได้ คนส่วนมากสามารถกินยานี้ได้ โดยผลข้างเคียงที่พบได้ไม่บ่อยนัก ได้แก่ ตัวสั่น ร่างกายและใบหน้ามีการขยับอย่างผิดปกติ ง่วงนอน นอกจากนี้มียาโพรคลอเพอราซีน 3 mg ใช้ด้วยวิธีวางยาไว้ระหว่างเหงือกกับกระพุ้งแก้ม
    • เมื่ออาการของคุณมีความรุนแรง ตัวอย่างยาได้แก่ เพรดนิโซโลน (Prednisolone)
    • ยาปฏิชีวนะ : หากภาวะหูชั้นในอักเสบของคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะมา ซึ่งจะได้ยาตัวใดขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการติดเชื้อนั้นๆ อาจเป็นได้ทั้งยาปฏิชีวนะแบบเม็ดหรือแคปซูลสำหรับรับประทาน หรือยาปฏิชีวนะแบบฉีดเพื่อฉีดเข้าเส้นเลือด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใช้ยาตัวใด ควรศึกษาข้อมูลฉลากยาของผลิตภัณฑ์ยาที่ใช้เพื่อทำความเข้าใจถึงผลข้างเคียงต่างๆ ทั้งหมด

ผู้ป่วยจำนวนไม่มากที่มีอาการจากภาวะนี้ยาวนานหลายเดือน หรืออาจเป็นปีๆ ซึ่งกรณีเช่นนี้จำต้องมีการรักษาที่ความเข้มข้นขึ้น หรือที่เรียกว่า “การบำบัดฟื้นฟูการทรงตัว (Vestibular Rehabilitation Therapy (VRT))” ซึ่งเป็นการรักษาที่จะพยายามให้คุณใช้งานสมองและระบบประสาทเพื่อชดเชยสัญญาณผิดปรกติที่มาจากระบบทรงตัว

VRT มักดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลจากนักกายภาพบำบัด โดยมีการบริหารส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลดังนี้

  • ประสานการเคลื่อนไหวของดวงตาและมือ
  • จำลองอาการวิงเวียนเพื่อให้สมองคุ้นชิน และเพื่อลดการจับสัญญาณผิดปรกติจากระบบทรงตัว
  • ปรับสมดุลและความสามารถในการเดินของคุณ
  • เพิ่มความแข็งแรงและกำลังวังชาของคุณ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักกายภาพบำบัดทุกคนจะผ่านการฝึกฝน VRT มาก่อน ดังนั้นหากต้องบำบัดด้วยวิธีนี้ ควรหาบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการบำบัดประเภทนี้โดยเฉพาะ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
หูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)
หูชั้นในอักเสบ (Labyrinthitis)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่