Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
อายุเยอะก็สุขภาพดีได้

เคราติน (Keratin) คืออะไร?

ไขข้อกระจ่าง ความหมายและประโยชน์ของเคราติน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,294,259 คน

เคราติน (Keratin) คืออะไร?

ความหมายของเคราติน

เคราติน (Keratin) คือ เส้นใยผิวหนังชนิดหนึ่งที่อยู่บริเวณหนังกำพร้าของคนเรา เป็นเซลล์ที่ผิวหนังสร้างขึ้นจากเซลล์เยื่อบุผิวหนังและอัดแน่นเป็นแผ่นบางใสในชั้นนอกสุดซึ่งเรียกว่า "หนังขี้ไคล" 

เคราตินสามารถพบได้ทั่วไปในสัตว์ต่างๆ ที่บริเวณผิวหนัง ขน และเล็บ เนื่องจากสิ่งมีชีวิตที่มีผิวหนังและมีขน จำเป็นต้องอาศัยเคราตินปกหุ้มเพื่อป้องกันสารต่างๆ และสร้างความแข็งแรงให้กับผิวหนัง ขนและเล็บ

โฆษณาจาก HonestDocs
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer

ประโยชน์ของเคราติน

  • ช่วยป้องกันการดูดซึมของสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกายที่อาจมากเกินไป 
  • ลดอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet) 
  • ป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิวหนัง
  • เป็นสารอาหารหลักสำหรับกระบวนการงอกใหม่ของเส้นผม
  • สร้างความยืดหยุ่นให้กับเซลล์ชั้นผิวหนัง

เคราตินเล็บ

เล็บของคนเราและสัตว์ต่างๆ จัดเป็นเคราตินชนิดแข็ง มีหน้าที่ป้องกันอันตรายต่อนิ้วส่วนปลาย เนื่องจากปลายนิ้วเป็นบริเวณที่รับความรู้สึกได้ดีและเร็ว

เคราตินผม

เคราตินเป็นส่วนประกอบโดยตรงของเส้นผม หากซูมเข้าไปใกล้ๆ เส้นผม จะเห็นการเรียงตัวกันคล้ายๆ หน่อไม้ซ้อนๆ กันไป หรือมีลักษณะคล้ายเกล็ดปลา 

หากการเรียงตัวของเคราตินมีความผิดปกติ จะส่งผลให้เส้นผมเสียหายง่าย ขาดง่ายหรือทำให้เส้นผมแข็งกระด้าง เพราะเคราตินมีหน้าที่หลักคือ การควบคุมสารต่างๆ เข้าสู่ภายในเซลล์เส้นผม ดังนั้น สินค้าบำรุงผมหลายยี่ห้อ ทั้งแชมพูและครีมนวดผม จึงมีการผสมเคราตินอยู่ด้วย และวิธีการที่ทำให้เคราตินเข้าสู่เส้นผมได้ดีนั้น คือ การเปิดเกร็ดผมด้วยความร้อน เช่น การอบไอน้ำ เป็นต้น

น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวในเคราติน

แผ่นบางใสของหนังขึ้ไคลจะมีรูขนาดเล็ก เพื่อให้น้ำมันเข้ามาหล่อเลี้ยงผิว ซึ่งน้ำมันนี้เกิดจากเซลล์ผิวหนังหรือจากต่อมไขมันของร่างกาย โดยน้ำมันจะออกมาเคลือบผิวชั้นขี้ไคลอีกชั้น 

ผิวแต่ละบุคคลจะสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวให้เหมาะสมแตกต่างกันไปตามลักษณะผิว สำหรับคนที่ผิวหนังปกติ การชะล้างทำความสะอาดร่างกายที่บ่อยเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้า ล้างมือหรืออาบน้ำจะทำให้ผิวแห้งและเกิดอาการคันได้

อาหารสำหรับบำรุงเคราติน

หากคุณไม่อยากให้เส้นผมของตนเองแตกแห้ง ชี้ฟูไม่เป็นทรง หรือมีผิวแห้ง แตก หรือลอกจนเป็นขุยและมีเล็บที่ไม่แข็งแรง คุณจึงควรหาสารอาหารมาบำรุงและสร้างเคราตินในร่างกายให้เพียงพอ ซึ่งสารอาหารประเภทที่สามารถช่วยให้ร่างกายของคุณสร้างเคราตินขึ้นมาได้มากก็คือ สารอาหารประเภทโปรตีน เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
ทำรีเทนเนอร์วันนี้ ลดสูงสุด 50% ถึงวันที่ 17 ก.ย. นี้เท่านั้น

จองคิววันนี้ได้เลย คลีนิกดีมีคุณภาพ ไม่ต้องรอหมอนาน เริ่มต้นเพียง 600 บาท เท่านั้น

Internal ad retainer
  • ไข่
  • เนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา หมู ไก่ 
  • โยเกิร์ต
  • นม

แต่หากคุณเป็นคนที่ทานสังสวิรัติ หรือไม่ชอบรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ คุณสามารถหาแหล่งโปรตีนได้จากตัวอย่างอาหารต่อไปนี้

  • ถั่ว เช่น อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ วอลนัท ถั่วแดง
  • ควินัว
  • ฟักทอง
  • กะหล่ำดอก
  • เห็ด 
  • ขนมปังโฮลเกรน (Whole grain)

นอกจากนี้เคล็บลับที่จะช่วยให้คุณสามารถรักษาเคราตินในร่างกายไว้ได้ก็คือ หลีกเลี่ยงการดัดผม ทำสีผม หรือยืดผมเป็นเวลานานๆ หรือบ่อยครั้งเกินไป เพราะจะเป็นการทำให้เคราตินธรรมชาติบนหนังศีรษะละลายหายไปหมด 

หากคุณมีเส้นใยเคราตินในร่างกายที่เพียงพอ สุขภาพผิวและผมที่ดีก็ย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม รวมไปถึงความแข็งแรงของผิวหนัง เล็บและเส้นผมที่เคราตินจะช่วยปกป้องให้ 3 ส่วนสำคัญในร่างกายเหล่านี้มีความคงทนมากขึ้น และยังทำให้รูปลักษณ์ของคุณดูดี มีผิวหนังที่นุ่ม ชุ่มชื้นและสามารถจัดแต่งทรงผมได้ตามแต่ใจต้องการอีกด้วย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล
ดูในแอป