Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
การรักษา

เพชรสังฆาตคืออะไร สรรพคุณ วิธีใช้ วิธีรับประทาน และข้อควรระวัง

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 23 พ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
เพชรสังฆาตคืออะไร สรรพคุณ วิธีใช้ วิธีรับประทาน และข้อควรระวัง

กระแสการใช้ยาสมุนไพรแผนโบราณมักจะมีมาอย่างสม่ำเสมอ และพบว่ายาสมุนไพรบางชนิดก็สามารถใช้แทนยาแผนปัจจุบันได้ ซึ่งให้การรักษาโรคที่เป็นผลน่าพึงพอใจ ช่วยลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ โดยหนึ่งในสมุนไพรที่ทางภาครัฐให้การสนับสนุนนั้นก็คือ “เพชรสังฆาต” สมุนไพรชื่อแปลกแต่สรรพคุณกลับไม่ธรรมดาเลยสักนิด

เพชรสังฆาตคืออะไร

เพชรสังฆาตหรือสันชะควด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cissus Guadrangularis L. เป็นสมุนไพรประเภทไม้เลื้อยจัดอยู่ในวงศ์องุ่น ลำต้นมีลักษณะเป็นปล้องสี่เหลี่ยมและเป็นข้อต่อกัน แต่ละข้อยาว 6 – 10 ซม. สีเขียวอ่อน มีมือยึดเกาะ ใบเป็นใบเดี่ยวที่มีโคนมนปลายเว้า ขอบใบหยักเรียบมัน ดอกสีแดง สามารถใช้ปลูกเป็นไม้ประดับและยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรแผนโบราณ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
บรรเทาอาการท้องผูก ด้วยการ Detox สวนล้างลำไส้

ล้างเศษอาหารที่เกาะติดผนังลำไส้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด ใช้เวลา 30-60 นาที

Istock 617748054

สรรพคุณของเพชรสังฆาต

เพชรสังฆาตมีสรรพคุณเด่นในการใช้เป็นยาแก้โรคริดสีดวงทวารหนัก ด้วยการนำส่วนต่างๆ คือราก ลำต้น ใบ และเถามาใช้ โดยสามารถรักษาโรคต่างๆ ดังนี้

  • ช่วยแก้ท้องอืดและท้องเฟ้อ แก้อาการจุกเสียด ขับลมในลำไส้
  • รักษาโรคริดสีดวงทวาร เพราะเพชรสังฆาตอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักหดตัวลง ลดอาการเลือดดำคั่งและทำให้ไหลเวียนสะดวก
  • บำรุงกระดูก ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูกพร้อมกับลดอาการบวมหรืออักเสบ เมื่อเปรียบเทียบกับการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อรักษาความหนาแน่นของกระดูกแล้ว พบว่าเพชรสังฆาตให้ผลดีกับความหนาแน่นของมวลกระดูกและความแข็งแรงได้มากกว่า
  • ช่วยระบายท้อง เพชรสังฆาตมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีอาการท้องผูกเป็นอย่างมาก
  • รักษาโรคอื่นๆ ช่วยลดน้ำหนัก ใช้หยอดหูแก้น้ำหนวกไหล แก้เลือดเสียในสตรี ทำให้เจริญอาหาร ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ใช้เป็นยาพอกกระดูกหัก อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ด้วย

ปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ยืนยันถึงสรรพคุณของเพชรสังฆาตแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูง สามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารได้ผลดีเทียบเท่ายาแผนปัจจุบัน และได้รับการบรรจุขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติอีกด้วย โดยมีการใช้แทนยาแผนปัจจุบันในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์สำหรับแพทย์แผนโบราณ โดยนำชิ้นส่วนต่างๆ มาใช้รักษาโรคดังนี้

  • ราก ช่วยรักษากระดูกที่แตกหัก ทำให้กระดูกสมานติดกันง่ายขึ้น
  • ต้น แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้หูน้ำหนวก ช่วยให้เจริญอาหาร และขับน้ำเหลือง
  • ใบ ขับน้ำเหลืองเสีย สมานกระดูกที่หักให้ติดกันได้ไวขึ้น
  • เถา แก้จุกเสียด ขับลมในลำไส้ บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือกระดูกซ้น

วิธีใช้และวิธีรับประทาน

สำหรับการรักษาโรคริดสีดวงทวารนั้น ในตัวยาทั้งหมด 400 มก. ซึ่งประกอบไปด้วยเพชรสังฆาตและตัวยาชนิดอื่นๆ แคปซูลละ 250 มก. ให้รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร หากนำเถามากินสดๆ ควรหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วให้นำกล้วยสุกมาหุ้ม จากนั้นจึงค่อยๆ กลืนและห้ามเคี้ยว

ข้อควรระวังในการใช้เพชรสังฆาตเป็นยาสมุนไพร

  • เพชรสังฆาตมีสารแคลเซียมออกซาเลท (Calcium Oxalate) ดังนั้นการรับประทานแบบสดๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในเยื่อบุปากหรือคอได้ เพราะฉะนั้นควรรับประทานชนิดแคปซูลจะดีกว่า
  • เด็กและสตรีมีครรภ์รวมทั้งหญิงที่กำลังให้นมบุตรไม่ควรรับประทาน
  • บางรายอาจมีอาการท้องผูก ท้องเสีย ท้องอืด และอาเจียน ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่กำหนดอย่างเหมาะสม
  • บางโรคที่รักษาได้ก็ยังไม่มีการระบุหรือผลวิจัยเป็นหลักฐานที่แน่ชัด ดังนั้นการรับประทานเพชรสังฆาตจึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ หรือหากมีโรคประจำตัวก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์เพชรสังฆาตมีอะไรบ้าง 

การใช้เพชรสังฆาตในปัจจุบันได้ถูกแปรรูปให้มีลักษณะเป็นแคปซูล ซึ่งอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและสะดวกต่อการรับประทาน โดยสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน ร้านขายยาสมุนไพรทั่วไป หรือสั่งซื้อตามร้านออนไลน์ก็ได้

การรับประทานเพชรสังฆาตหรือสมุนไพรใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของต้นสดๆ หรือผ่านกระบวนการผลิตในโรงงาน จำเป็นที่จะต้องรักษาความสะอาดทุกขั้นตอนโดยปราศจากสิ่งปลอมปน หากเป็นไปได้ก็ควรเลือกแหล่งผลิตที่ไม่มีสารตกค้างปนเปื้อน เพื่อผู้บริโภคจะได้ความปลอดภัยอย่างแท้จริงนั่นเอง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป