โรคเบาหวาน

ฮอร์โมนอินซูลินหรือฮอร์โมนความอ้วน คืออะไร มีหน้าที่อย่างไรบ้าง?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
ฮอร์โมนอินซูลินหรือฮอร์โมนความอ้วน คืออะไร มีหน้าที่อย่างไรบ้าง?

สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือในกลุ่มผู้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ก็คงจะรู้จักกับ "อินซูลิน" กันอยู่บ้าง ในฐานะฮอร์โมนชนิดหนึ่งของร่างกาย ซึ่งทำหน้าที่ในการเผาผลาญน้ำตาลที่เราได้รับจากการรับประทานอาหาร ถ้าหากร่างกายหลั่งอินซูลินน้อย หรือไม่มีการหลั่งอินซูลิน ก็จะทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาล ที่จะคงค้างอยู่ในกระแสเลือด รวมทั้งเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน ทำให้เกิดการอ้วน และเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงตามมา

ถ้าหากเกิดภาวะนี้ขึ้นเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสที่จะทำให้เป็นโรคเบาหวานที่อาจเป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น เราจึงได้รวบรวมเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับอินซูลินมาให้ทำความรู้จักกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจกลไกในการทำงานของมัน รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอินซูลิน

ฮอร์โมนอินซูลิน คืออะไร ทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความอ้วน?

ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกายที่มีการสร้างขึ้นจากกลุ่มเซลล์ในตับอ่อนที่ชื่อ islets of Langerhans อินซูลินมีหน้าที่สำคัญคือ ควบคุมกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย โดยจะทำหน้าที่ในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรูปของพลังงานเข้าไปสู่กล้ามเนื้อและเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย พร้อมกันนี้อินซูลินยังทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ต่าง ๆ มีการดูดไขมัน ไกลโคเจน และโปรตีนไว้ที่บริเวณตับ เพื่อที่จะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานสำรอง ในกรณีที่เราไม่ได้รับพลังงานเพิ่มติดต่อกันเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบว่า อินซูลินยังมีประโยชน์อีกมากมายต่อร่างกายคนเรา นอกเหนือไปจากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล นั่นก็คือ

  • ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์ และลดการสลายตัวของโปรตีน
  • ช่วยเพิ่มการสังเคราะห์ไขมัน
  • ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ก่อนวัยอันควร ทำให้เซลล์เสื่อมช้าลงกว่าปกติ
  • กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตดียิ่งขึ้น
  • ช่วยลดการขับโซเดียมออกจากไตในปริมาณที่มากเกินไป

ถ้าหากร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้นที่บริเวณตับอ่อน เช่น เป็นโรคตับอ่อนอักเสบ ก็จะส่งผลกระทบกับการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นกับระบบเผาผลาญ และส่งผลให้อ้วนเป็นอย่างมากในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้จึงอินซูลินจึงมีชื่อเรียกสั้น ๆ อีกชื่อว่าเป็น “ฮอร์โมนแห่งความอ้วน”

อาการของผู้ที่ไม่มีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน หรือมีการหลั่งอินซูลินน้อยกว่าจำเป็น จะเกิดโรคใดได้บ้าง ?

ปกติแล้ว ถ้าหากร่างกายขาดอินซูลิน หรือมีการหลั่งอินซูลินน้อย จะทำให้เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ทั้งที่กินอาหารตามปกติ
  • ปวดปัสสาวะบ่อย และจะปวดบ่อยมากในช่วงเวลากลางคืน
  • มีอาการกระหายน้ำ แต่ปากกลับแห้งเกือบตลอดเวลา
  • รู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจหอบสั้น คล้ายกับคนเป็นโรคหอบ
  • สมหายใจมีกลิ่นออกหวาน ๆ คล้ายกับผลไม้
  • มีอาการสับสน หลงลืม จำอะไรไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน
  • ท้องเสีย ท้องร่วง ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน โดยในบางคนอาจมีอาการรุนแรงมากจนอาจช็อคได้เลยทีเดียว
  • ถ้าเกิดแผลจะพบว่าแผลหายช้ากว่าปกติ แม้จะเป็นแผลเล็กๆ ก็ตาม

อาการเหล่านี้ ถือได้เป็นอาการระยะเบื้องต้นของโรคเบาหวานนั่นเอง หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ก็อาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงกว่านี้ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคไต รวมไปถึงปัญหาการมองไม่เห็น เนื่องจากเกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา เพราะฉะนั้น เมื่อพบอาการผิดปกติเกิดขึ้นจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

การที่ร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อย เกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายสามารถผลิตอินซูลินได้น้อย มักจะเกิดปัญหากับตับอ่อน ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการผลิตฮอร์โมนอินซูลินโดยตรง โดยอาจจะเกิดจากการอักเสบ หรือเกิดจากการติดเชื้อ ขณะเดียวกันหากเป็นผู้ป่วยภาวะไทรอยด์เป็นพิษ ก็มีโอกาสที่จะมีการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินในปริมาณที่น้อยกว่าปกติได้เช่นกัน

เมื่อใดที่ร่างกายจำเป็นต้องรับฮอร์โมนอินซูลินจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย?

อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน เป็นผู้ป่วยภาวะไทรอยด์เป็นพิษ รวมถึงเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง (มากกว่า 100 mg/dL) ย่อมจำเป็นที่จะต้องได้รับอินซูลินเข้าสู่ร่างกายอย่างเร่งด่วน เพื่อเข้าไปลดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อยับยั้งอาการที่อาจจะรุนแรงกว่าเดิม

สำหรับฮอร์โมนอินซูลินที่เอามาใช้ในการทดแทนนั้น แพทย์ได้นำมาจาก 2 แหล่ง คือจากการตัดต่อทางพันธุวิศวกรรม (MGO) และการสกัดออกมาจากตับอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างหมูและวัว แต่ทั้งนี้แพทย์มักจะนิยมใช้อินซูลินแบบแรกมากกว่า เนื่องจากมีความเหมือนกับอินซูลินของมนุษย์มาก และไม่ค่อยก่อให้เกิดการแพ้เท่าไรนัก โดยวิธีการนำอินซูลินจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย จะใช้วิธีการ “ฉีด” เข้าไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ในอดีตเคยมีการนำอินซูลินเข้าสู่ร่างกายด้วยการให้รับประทานมาก่อน แต่ปรากฏว่าถูกน้ำย่อยต่าง ๆ ในทางเดินอาหารทำลายไปจนหมดสิ้น จึงต้องฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังแทน เพื่อให้สามารถรับประโยชน์จากอินซูลินภายนอกได้สูงที่สุด

ร่างกายของมนุษย์ มีกลไกต่าง ๆ ที่มหัศจรรย์อยู่มากมาย รวมทั้งฮอร์โมนทุกชนิดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงควรดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เมื่อใดก็ตามที่พบความผิดปกติขึ้น (รวมถึงปัญหาขาดฮอร์โมนอินซูลิน) ก็ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อที่จะได้หาวิธีรักษาที่ถูกต้องต่อไป 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่