Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
โรคติดต่อ

เริมคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,017,516 คน

เริมคืออะไร?

เริมและสิวที่ริมฝีปากนั้นอาจจะมีลักษณะคล้ายๆ กันได้ และมักจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว แต่ทั้ง 2 ภาวะนี้นั้นก็มีความแตกต่างในเรื่องของสาเหตุและวิธีการรักษา

เริมคืออะไร?

เริมนั้นเป็นตุ่มน้ำที่มักจะเกิดเป็นกลุ่มๆ บริเวณขอบของริมฝีปากล่าง อาจจะมีอาการแสบ คันที่บริเวณดังกล่าวก่อนที่จะเกิดตุ่มน้ำขึ้นในบริเวณดังกล่าว ต่อมาตุ่มน้ำนั้นก็จะแตก กลายเป็นสะเก็ดก่อนจะหายไปในเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์

เริมนั้นมักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส herpes simplex virus ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สายพันธุ์ก็คือ HSV-1 และ HSV-2 HSV-1 นั้นมักจะทำให้เกิดโรคเริมที่ริมฝีปากในขณะที่ HSV-2 นั้นมักจะทำใหเกิดแผลที่อวัยวะเพศ แต่ทั้ง 2 สายพันธุ์นั้นก็สามารถทำให้เกิดแผลได้ทั้ง 2 ตำแหน่งหากได้รับเชื้อเช่นกัน

เชื้อไวรัสชนิดนี้นั้นติดต่อได้ง่ายมาก โดยติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังโดยตรง ตัวอย่างเช่น

  • การจูบ
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยใช้ปาก
  • ใช้มีดโกนร่วมกัน
  • ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน
  • ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารร่วมกัน

หากคุณมีเชื้อไวรัส คุณสามารถแพร่เชื้อได้แม้ว่าคุณจะไม่มีอาการ แต่เชื้อนั้นจะติดต่อได้ง่ายขึ้นในขณะที่มีอาการ

ไม่ใช่ทุกคนที่มีเชื้อ HSV-1 นั้นจะเป็นโรคเริมตลอดเวลา คุณอาจจะมีอาการครั้งหนึ่งหลังติดเชื้อครั้งแรก แต่เชื้อไวรัสนั้นจะยังคงอยู่แบบหลบซ่อนในร่างกายตลอดไป ผู้ป่วยคนอื่นอาจจะมีอาการเป็นประจำซึ่งอาจจะถูกกระตุ้นได้โดย

  • อาการเจ็บป่วยหรือมีไข้
  • ความเครียด
  • การมีประจำเดือน
  • การโดนแสงแดด
  • การได้รับการบาดเจ็บ
  • นอนไม่พอ
  • ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

วิธีการรักษาโรคเริม

เริมนั้นมักจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษาภายในเวลา 2-4 สัปดาห์ แต่ก็มีบางวิธีที่สามารถช่วยให้หายได้เร็วขึ้น

แพทย์อาจจะสั่งจ่ายยาฆ่าเชื้อไวรัสซึ่งมีทั้งแบบกินและแบบทา ยาในแบบกินนั้นจะช่วยลดเวลาที่มีอาการในขณะที่ยาทานั้นจะช่วยลดความรุนแรงของอาการ

ยาฆ่าเชื้อไวรัสแบบกินประกอบด้วย

  • Acyclovir (Zovirax)
  • Valacyclovir (Valtrex)
  • Famciclovir (Famvir)

ยาแบบทาที่ใช้ลดอาการประกอบด้วย

  • Penciclovir (Denavir)
  • Acyclovir (Zovirax ointment)
  • Docosanol (Abreva)

การรักษาอื่นที่สามารถทำได้ที่บ้านเช่นการประคบเย็น การป้องกันริมฝีปากจากแสงแดดและการทาครีมที่มีสาร lidocaine หรือ benzocaine เพื่อลดอาการปวด

สิวคืออะไร

สิวนั้นเป็นตุ่มแดงเจ็บขนาดเล็กที่มีหัวสีขาว สีดำ หรืออาจจะไม่มีหัวเลย สิวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ที่ใบหน้า ซึ่งรวมถึงขอบของริมฝีปากหรือตำแหน่งใดในร่างกายก็ได้

สิวนั้นเกิดจากการที่รูขุมขนนั้นเกิดการอุดตันจากน้ำมันหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว น้ำมันนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังและขน เวลาที่มีการสะสมน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วมากกว่าปกติก็จะทำให้รูขุมขนอุดตันและทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต และทำให้เกิดสิว

คุณควรบีบสิวหรือไม่

มีหลายสิ่งที่ทำให้สิวของคุณแย่ลง หากในครอบครัวของคุณนั้นมีประวัติเป็นสิว คุณก็จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นสิวเพิ่มขึ้น

  • การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดก่อนเข้านอนอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน
  • ผลิตภัณฑ์จากนมอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ซึ่งรวมถึงชอกโกแลตและคาร์โบไฮเดรตด้วย
  • การใช้ยาเช่น corticosteroids สามารถทำให้สิวแย่ลงได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์นั้นสามารถทำให้เกิดสิวได้
  • สิวในผู้หญิงนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างที่มีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
  • ความเครียดสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้

วิธีการรักษาสิว

คุณสามารถรักษาสิวที่ไม่รุนแรงถึงรุนแรงปานกลางได้ด้วยการใช้สบู่และครีมและวิธีต่อไปนี้

  • ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยสบู่ที่อ่อนโยน
  • สระผมเวลาที่ผมมัน หากผมที่ยาวนั้นสัมผัสกับใบหน้า มันอาจจะทำให้เกิดสิวได้
  • ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีน้ำมันเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดรูขุมขนอุดตัน
  • ล้างเครื่องสำอางก่อนเข้านอน
  • อย่าใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีความมัน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำเป็นหลักแทน
  • น้ำมันจากต้นชาในรูปแบบเจลนั้นอาจจะช่วยรักษาสิวได้
  • ครีมและโลชั่นที่มีส่วนประกอบของสังกะสีนั้นสามารถช่วยลดปริมาณสิวได้
  • หากคุณมีสิวรุนแรง ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง

คุณควรจะสามารถแยกเริมและสิวออกจากกันได้จากวิธีการที่เกิดตุ่มและความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น

เริมนั้นมักจะขึ้นที่ส่วนหนึ่งของริมฝีปากส่วนล่างในแต่ละครั้ง บางครั้งอาจจะเกิดที่ริมฝีปากบนได้ ในขณะที่สิวนั้นสามารถเกิดที่ใดก็ได้บนริมฝีปากหรือใบหน้า

สิวนั้นอาจจะเจ็บเวลาสัมผัส แต่เริมนั้นจะทำให้คัน เจ็บ หรือแสบได้ สิวนั้นมักจะมีหัวสีดำ หรือสีขาวเพียงอย่างเดียว ในขณะที่เริมนั้นมักจะประกอบขึ้นมาจากตุ่มน้ำเล็กๆ หลายๆ ตุ่มรวมอยู่ด้วยกัน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป