การรักษาโรคเกาท์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 10, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

การรักษาโรคเกาท์มีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบให้ได้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

โรคเกาท์มีทางเลือกในการรักษาหลายวิธี แพทย์จะเป็นผู้ช่วยในการหาสูตรที่เหมาะสมสำหรับคุณ ซึ่งหากคุณมีประวัติเป็นโรคเกาท์ จำเป็นที่จะต้องมียาที่ถูกต้องอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาเพื่อใช้ในกรณีที่มีการกำเริบของโรค โดยการรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยลดอาการปวดและความรุนแรงของการกำเริบได้

ยาที่ใช้รักษาโรคเกาท์

มียาหลายชนิดที่สามารถใช้รักษาโรคเกาท์เมื่อเกิดการกำเริบ และส่วนใหญ่เป็นยาแก้อักเสบ ซึ่งจะช่วยลดอาการปวด บวม และลดการอักเสบ

ยาแก้อักเสบชนิดที่ใช้บ่อยในโรคเกาท์ ประกอบด้วย

Nonsteroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs): ยาในกลุ่มนี้บางตัวต้องใช้ใบสั่งยาแต่ที่เหลือสามารถซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป มักใช้สำหรับรักษาโรคเกาท์ประกอบด้วย Advil หรือ Motrin (ibuprofen), Aleve (naproxen), Indocin (indomethacin), และ celebrex (celecoxib)

Colchicine: แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาตัวนี้หากใช้ยา NSAIDs แล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยสามารถใช้รักษาเมื่อมีอาการกำเริบ หรือรับประทานทุกวันเพื่อลดความถี่ของการเกิดอาการกำเริบ ผลข้างเคียงของยาตัวนี้ประกอบด้วยท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน และปวดมวนท้อง

Corticosteroids: ยากลุ่มนี้สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบรับประทานหรือใช้ฉีดเข้าข้อ

ตัวอย่างยาที่มักใช้บ่อยในโรคเกาท์ ประกอบด้วย Deltasone (prednisone), Omnipred หรือ Millipred (prednisolone) และ Medrol หรือ Solu-Medrol (methylprednisolone)

ยารักษาโรคเกาท์บางตัวสามารถลดระดับกรดยูริคในกระแสเลือดได้ แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มนี้ระยะยาวหากคุณมีการกำเริบของโรคเกาท์

ตัวอย่างยาที่สามารถลดระดับกรดยูริคได้ประกอบด้วย

  • Probalan (probenecid)
  • Cozaar (losartan)
  • Aloprim หรือ Zyloprim (allopurinol)
  • Uloric (febuxostat)
  • Zurampic (lesinurad)
  • Krystexxa (pegloticase)

การรักษาโรคเกาท์อย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง

การใช้ยาถือเป็นวิธีการรักษาอาการของโรคเกาท์ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุด แต่มีพฤติกรรมหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้เอง และควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดกำเริบซ้ำในอนาคต

กิจกรรม และพฤติกรรมที่จะมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเกาท์ คือ

จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลให้ความหวาน: หากรับประทานเครื่องดื่มเหล่านี้มากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงในการกำเริบของโรค

รักษาน้ำหนักของร่างกาย: ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีภาวะอ้วน มักจะมีระดับกรดยูริคในกระแสเลือดที่สูงกว่า การลดน้ำหนักจึงอาจช่วยลดระดับกรดยูริคในกระแสเลือด และลดความเสี่ยงในการเกิดอาการกำเริบในอนาคต

หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ: อาหารบางอย่างเช่นเนื้อแดง เครื่องในและอาหารทะเลบางชนิดมีสาร purine สูง ซึ่งอาจกระตุ้นให้มีการกำเริบของโรคเกาท์ได้ในผู้ป่วยบางคน

รับประทานวิตามินซีเสริม: มีหลักฐานบางอย่างที่ระบุว่าวิตามินซีอาจช่วยลดระดับกรดยูริคได้ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสามารถลดอาการของโรคได้อย่างไร

ดื่มกาแฟ: กาแฟอาจช่วยลดระดับกรดยูริคในเลือดได้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่