การดูแลอาหารเมื่อเป็นโรคเกาท์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 20, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

อาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้โรคเกาท์กำเริบได้ 

เกาท์เป็นโรคข้ออักเสบที่ทำให้เกิดอาการปวด โดยเกิดจากการมีกรดยูริคอยู่มากเกินไปในกระแสเลือด กรดยูริคเป็นของฌสียที่เกิดจากการย่อยอาหารบางชนิด สารนี้จะถูกกรองที่ไตก่อนจะขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ

การที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ปกติเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งสำหรับการเป็นโรคเกาท์ เนื่องจากคนอ้วนมักมีกรดยูริคในกระแสเลือดมาก การคุมอาหารเพื่อลดน้ำหนักจึงมักเป็นวิธีหนึ่งเพื่อรักษาโรคเกาท์

หลักการหลักๆ ของการเลือกทานอาหารเพื่อรักษาโรคเกาท์ส่วนใหญ่มักเหมือนกับอาหารการทานอาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ ทั่วไป เช่น

  • ควรลดปริมาณแคลอรีที่รับประทาน
  • เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ไม่แปรรูปเช่นผลไม้ ผัก หรือธัญพืช
  • จำกัดการรับประทานเครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาลและมีรสหวาน
  • จำกัดการรับประทานเครื่องในสัตว์ (เช่นไต ตับ หรือ ตับอ่อน)
  • ลดการรับประทานไขมันชนิดอิ่มตัว

อาหารที่มีสาร purine สูงก็สามารถเพิ่มระดับของกรดยูริคส่วนเกินในเลือดได้เช่นกัน โดยผู้ป่วยโรคเกาท์บางคนพบว่า การเลิกรับประทานอาหารที่มีสาร purine สูงนั้นได้ผล อาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้โรคเกาท์กำเริบได้ในบางคน ผู้ป่วยโรคเกาท์บางคนต้องมีการใช้ยาเพื่อช่วยควบคุมโรคแม้ว่าจะสามารถควบคุมอาหารได้อย่างดีก็ตาม

งานวิจัยแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวสามารถลดระดับของกรดยูริคลงได้ประมาณ 15% ซึ่งหากคุณเป็นโรคเกาท์ ก็ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องเลิกรับประทานอาหารที่มีสาร purine สูงทุกชนิด จากการศึกษาพบว่าผักที่มีสาร purine สูงไม่ได้กระตุ้นให้เกิดโรคเกาท์ และอาหารกลุ่มนี้บางชนิดยังเป็นแหล่งโปรตีนไม่ติดมันที่ดีสำหรับรายการอาหารของคุณ

ผักที่มีสาร Purine สูงที่เหมาะกับการรวมเข้าในรายการอาหาร ประกอบด้วย ถั่วต่าง ๆ ผักโขม เห็ด ข้าวโอ๊ต ดอกกะหล่ำ และบรอคโคลี่

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเป็นโรคเกาท์

อาหารที่มีสาร purine สูงเหล่านี้ อาจกระตุ้นให้โรคเกาท์กำเริบได้ในบางคน ได้แก่ เนื้อสีแดง เครื่องใน และอาหารทะเลบางชนิด

นอกจากนี้ สิ่งอื่น ๆ ที่คุณควรหลีกเลี่ยงหากเป็นโรคเกาท์ประกอบด้วย แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นสารให้ความหวาน และผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเชื่อมที่มีน้ำตาลฟรุคโตสในปริมาณสูง

อาหารเสริมสำหรับโรคเกาท์

มีบางคนแนะนำให้รับประทานวิตามินซีเสริมในผู้ป่วยโรคเกาท์ ซึ่งจากการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าการรับประทานวิตามินซีวันละ 500 มิลลิกรัมจะมีผลช่วยลดระดับกรดยูริกได้เล็กน้อย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถช่วยลดการกำเริบของโรคได้อย่างไร

น้ำเชอร์รี่กับโรคเกาท์

เชอร์รี่และน้ำเชอร์รี่เป็นอาหารที่เชื่อกันว่าสามารถช่วยรักษาโรคเกาท์ได้ แต่งานวิจัยที่สนับสนุนเรื่องประโยชน์ของเชอร์รี่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

ในปี 2005 องค์การอาหารและยาให้ออกประกาศเตือนผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเชอร์รี่หลายบริษัทเนื่องจากมีการโฆษณาเกี่ยวกับประโยชน์ด้านสุขภาพที่เกินจริง เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อนี้มาจากการที่เชอร์รี่มีสารเคมีชนิดหนึ่งที่ชื่อ anthocyanins ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดการอักเสบได้ และเชอร์รี่ยังอาจจะส่งผลดีต่อระดับกรดยูริคอีกด้วย

โดยมีการศึกษาผู้ป่วยโรคเกาท์ชิ้นหนึ่งที่พบว่าการรับประทานเชอร์รี่มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของการกำเริบของโรคเกาท์  โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับยาที่ใช้รักษาโรคเกาท์ แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังต้องการงานวิจัยสนับสนุนเพิ่มเติม ก่อนการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานเชอร์รี่และน้ำเชอร์รี่สำหรับโรคเกาท์ต่อไป

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่