มะเร็งและโรคร้าย

โรคกรดไหลย้อน (GERD) โรคทางเดินอาหารเรื้อรัง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 609939572 m

โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง โดยเกิดขึ้นเมื่อกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับเข้าไปที่หลอดอาหาร ซึ่งกรดจะทำให้เกิดความระคายเคืองต่อเยื่อบุของหลอดอาหาร และจะทำให้เกิดอาการต่างๆ ของโรคกรดไหลย้อนขึ้น

สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นจากความผิดปกติของหูรูดที่กั้นระหว่างกระเพาะอาหารกับหลอดอาหาร โดยปกติเมื่อมีการกลืนอาหารเกิดขึ้น กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่างจะคลายตัว ซึ่งจะช่วยให้อาหารและน้ำสามารถเคลื่อนไปยังกระเพาะอาหารได้ เมื่อการกลืนเสร็จสิ้น หูรูดดังกล่าวก็จะหดรัดตัวเพื่อป้องกันการย้อนกลับของอาหาร

แต่ถ้าหูรูดดังกล่าวคลายตัวอย่างผิดปกติ ก็จะทำให้กรดในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับขึ้นไปที่หลอดอาหาร ซึ่งเป็นเป็นสาเหตุของอาการแสบร้อนกลางอก และในบางครั้งอาการเหล่านี้ยังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วยได้

นอกจากนี้กรดจากกระเพาะอาหารส่งผลทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบ (esophagitis) ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานและไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น เลือดออกในหลอดอาหาร และอาจทำให้เกิดมะเร็งที่หลอดอาหารได้

โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ได้แก่ โรคอ้วน การตั้งครรภ์ การสูบบุหรี่ โรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคเบาหวาน รวมถึงความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

อาการของโรคกรดไหลย้อน

ผู้ป่วยที่มีภาวะของโรคกรดไหลย้อน ส่วนใหญ่มักจะมีความรู้สึกแสบร้อนที่กลางอก บางครั้งอาการแสบร้อนอาจจะกระจายไปยังลำคอ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกถึงรสเปรี้ยวในช่องปาก สำหรับอาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ในผู้ป่วย ได้แก่ กลืนลำบาก อาการไอแห้ง มีเสียงแหบหรือเจ็บคอ และอาจมีความรู้สึกถึงก้อนเนื้อภายในลำคอ

การรักษาและการป้องกับโรคกรดไหลย้อน

ยาลดกรด ได้แก่ ยาที่มีองค์ประกอบของอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ (aluminium hydroxide) และแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (magnesium hydroxide) ซึ่งยาเหล่านี้จะลดความเป็นกรดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้อาการแสบร้อนกลางอกดีขึ้น แต่การใช้ยาในกลุ่มนี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่ให้ผลการรักษาที่ดีนัก และการใช้ยาในกลุ่มนี้ที่มากเกินไป จะทำให้เกิดอาการข้างเคียงขึ้นได้ เช่น อาการท้องผูก หรือท้องเสีย

ยาที่ลดการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งได้แก่ ไซเมทิดีน (cimetidine) ฟาโมทิดีน (famotidine) นิซาทิดีน (nizatidine) และรานิทิดีน (ranitidine) ยาในกลุ่มนี้อาจไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการได้อย่างรวดเร็ว แต่จะช่วยลดการผลิตกรดได้ยาวนานนานถึง 12 ชั่วโมง

ยาที่ป้องกันการผลิตกรดและรักษาหลอดอาหาร ยาในกลุ่มนี้สามารถยับยั้งการหลั่งกรดได้ยาวนาน จึงช่วยทำให้เนื้อเยื่อที่เสียหายของหลอดอาหารสามารถฟื้นฟูให้กลับมาปกติได้ดังเดิม ยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ แลนโซพราโซล (lansoprazole) และโอมีพราโซล (omeprazole)

นอกจากนี้ผู้ป่วยสามารถบรรเทาและป้องกันโรคกรดไหลย้อน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ไม่รับประทานอาหารที่มีรสจัด ไม่นอนหลังรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการแสบร้อนกลางอกโดยเฉพาะในเวลากลางคืน อาจนอนโดยการหนุนหมอนสูงก็จะช่วยบรรเทาอาการได้

โรคกรดไหลย้อน (GERD) เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของหูรูดที่ส่วนล่างของหลอดอาหาร ส่งผลทำให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมา ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ โดยโรคกรดไหลย้อนสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยา ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่