มะเร็งและโรคร้าย

นิ่วในถุงน้ำดีคืออะไร และรักษาได้อย่างไร?

เผยแพร่ครั้งแรก 12 ส.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
นิ่วในถุงน้ำดีคืออะไร และรักษาได้อย่างไร?

นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) คือการเกิดก้อนนิ่วจากการตกผลึกของสารต่างๆ ภายในถุงน้ำดี ซึ่งก้อนนิ่วอาจมีขนาดใหญ่หรือเล็ก และอาจมีหลายก้อนก็ได้ ถุงน้ำดีเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องใกล้กับตับ และมีหน้าที่เก็บน้ำดีซึ่งมีส่วนสำคัญในการย่อยอาหาร การเกิดนิ่วในถุงน้ำดีจึงอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้อง และทำให้การทำงานของถุงน้ำดีผิดปกติได้

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี

หากก้อนนิ่วมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ แต่หากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่หรือมีจำนวนมาก จนทำให้ท่อน้ำดีอุดตัน ก็อาจส่งผลให้มีอาการผิดปกติได้ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02
  • ปวดท้องด้านขวาบนอย่างรุนแรง อาจปวดร้าวไปถึงหลัง สะบักขวา และหน้าอก
  • คลื่นไส้ อาเจียน พะอืดพะอม
  • อาจมีอาการอาหารไม่ย่อย จุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อได้

หากนิ่วในถุงน้ำดีไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ ท่อน้ำดีอักเสบ และตับอ่อนอักเสบ ซึ่งจะแสดงอาการที่เด่นชัดขึ้น เช่น

สาเหตุของนิ่วในถุงน้ำดี

ก้อนนิ่วในถุงน้ำดีนั้นเกิดจากการตกผลึกของสารประกอบในน้ำดี 2 ชนิด ได้แก่ คอเลสเตอรอล และบิลิรูบิน นิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล (cholesterol gallstones) จะพบได้บ่อยกว่า และมีลักษณะเป็นก้อนสีขาว เหลือง หรือเขียว ในขณะที่นิ่วที่เกิดจากบิลิรูบิน (pigment gallstones) จะมีสีน้ำตาลหรือดำ ดังนั้น ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี จึงได้แก่

  • ภาวะที่น้ำดีมีคอเลสเตอรอลมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดจากร่างกายมีคอเลสเตอรอลสูง ตับจึงขับคอเลสเตอรอลออกมาในน้ำดีมาก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือกล้ามเนื้อถุงน้ำดีไม่สามารถบีบตัวนำคอเลสเตอรอลออกมาได้ ทำให้มีคอเลสเตอรอลตกค้างอยู่
  • ภาวะที่น้ำดีมีบิลิรูบินมากเกินไป อาจเกิดจากโรคที่ทำให้ตับสร้างบิลิรูบินมาก เช่น โรคตับแข็ง โรคตับอักเสบ หรือเกิดจากการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก เช่น ในภาวะโลหิตจาง หรือโรค G6PD เป็นต้น
  • ภาวะที่น้ำดีมีความเข้มข้นมาก ทำให้คอเลสเตอรอลและบิลิรูบิน มีโอกาสตกตะกอนและรวมตัวกับสารอื่นๆ ในน้ำดีกลายเป็นก้อนนิ่วได้สูง

การรักษานิ่วในถุงน้ำดี

หากก้อนนิ่วมีขนาดเล็กมาก และไม่มีอาการผิดปกติ ก็อาจไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากก้อนนิ่วมีแนวโน้มจะขนาดใหญ่ขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก็ต้องรักษาตามแนวทางดังนี้

  • ใช้ยาสลายนิ่ว

หากก้อนนิ่วมีขนาดไม่ใหญ่มาก และเป็นนิ่วที่เกิดจากคอเลสเตอรอล แพทย์มักให้ยาที่มีฤทธิ์ละลายก้อนนิ่ว ซึ่งได้แก่ ยา Chenodiol และยา Ursodiol แต่ยาดังกล่าวก็อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย คืออาการท้องเสียที่ไม่รุนแรง

  • ผ่าตัดเอาก้อนนิ่วออก

การผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้รักษานิ่วในถุงน้ำดีที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และในกรณีที่ก้อนนิ่วไปอุดตันท่อน้ำดี หรือเกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบ การผ่าตัดอาจใช้วิธี ผ่าแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่แพทย์นิยมใช้ เนื่องจากประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แผลมีขนาดเล็กลง ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด และลดเวลาพักฟื้นได้มาก แต่หากก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่มาก และเกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบรุนแรง ก็จำเป็นต้อง ผ่าแบบเปิดหน้าท้อง (Open Cholecystectomy) ร่วมกับการส่องกล้องเพื่อหาก้อนนิ่วในท่อน้ำดี ซึ่งวิธีนี้จะทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่ และต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ปัจจุบันโรงพยาบาลจะทำการผ่าตัดแบบส่องกล้องเป็นหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับโรงพยาบาลรัฐฯ จะอยู่ที่ 30,000 - 50,000 บาท ส่วนโรงพยาบาลเอกชน ราคาจะสูงกว่า คือประมาณ 70,000 – 1xx,xxx บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล ระยะเวลาการพักฟื้นที่โรงพยาบาล และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งเราสามารถใช้สิทธิ์บัตรทอง ประกันสังคม และประกันสุขภาพ สำหรับค่ารักษาพยาบาลในส่วนของการผ่าตัดได้ (ไม่รวมค่าห้องพิเศษ)

การพักฟื้นหลังผ่าตัด ในกรณีที่ผ่าตัดแบบส่องกล้อง แผลจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก จึงอาจจำเป็นต้องนอนพักที่โรงพยาบาล 2-3 คืน จากนั้นก็กลับมาพักฟื้นที่บ้านอีก 2-3 สัปดาห์ ก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย

การป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี

  • ควบคุมน้ำหนัก และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลั่งคอเลสเตอรอลในน้ำดีมากเกินไป 
  • หากต้องการลดน้ำหนัก ควรลดอย่างถูกวิธีและค่อยเป็นค่อยไป เพราะการที่น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้ตับหลั่งคอเลสเตอรอลในน้ำดีมากกว่าปกติ

44 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Gallstones - Treatment. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/gallstones/treatment/)
7 Natural Remedies to Relieve Gallbladder Pain. Healthline. (https://www.healthline.com/health/gallbladder-pain-relief)
How to Get Rid of Gallstones Naturally: 9 Treatments to Try. Healthline. (https://www.healthline.com/health/how-to-get-rid-of-gallstones)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม