การรักษาเชื้ออีโคไล

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 80,879 คน

ยาปฏิชีวนะปลอดภัยสำหรับการรักษาการติดเชื้ออีโคไล(E. Coli)หรือไม่?

การรักษาการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้ประกอบด้วยการนานพักและดื่มน้ำมากๆเพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปจากอาการถ่ายเหลวและอาเจียน  ส่วนยาปฏิชีวนะไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากเป็นการเพิ่มความเสี่ยงถึงสามเท่าที่จะเกิดกลุ่มอาการเม็ดเลือกแดงแตก-ยูรีเมีย(hemolytic uremic syndrome) หรือย่อว่าเอชยูเอส(HUS) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากสารพิษชิก้าท๊อกซิน(shiga toxin) ไปทำลายเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด(เกล็ดเลือดช่วยให้เลือดแข็งตัว) ยิ่งกว่านั้นยังทำให้เกิดไตวายได้ตามบทความในปี 2012 ของวราสารด้านสารพิษ สำหรับยาลดการเคลื่อนตัวของลำไส้(antimotility)หรือยาแก้ท้องเสียก็เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเอชยูเอสเช่นกันตามบทความในปี 2011 ของวารสารโรคติดเชื้อทางคลินิก(the journal Clinical Infectious Diseases) อย่างไรก็ตามยาปฏิชีวนะและยาลดการเคลื่อนตัวของลำไส้อาจมีประโยชน์ในเชื้ออีโคไลชนิดอื่น เช่น  เอนเทอโรท็อกซิเจนนิก อีโคไล(enterotoxigenic E. coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียจากการท่องเที่ยว(traveler's diarrhea) ถ้าหากไม่มีอาการรุนแรง เช่น อุจจาระมีเลือดปน หรือปวดท้องรุนแรง แพทย์บางท่านเชื่อว่ายังสามารถใช้ยาลดการเคลื่อนตัวของลำไส้ได้

การรักษากลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก-ยูรีเมีย(Hemolytic Uremic Syndrome)หรือเอชยูเอส(HUS)

ตามบทความในวารสารด้านสารพิษระบุว่า ประมาณ 5-15% ของการติดเชื้ออีโคไลชนิดเอสเทค(STEC)จะเกิดภาวะที่อันตรายถึงชีวิตคือกลุ่มอาการเอชยูเอส(HUS)ตามมาซึ่งพบบ่อยในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ในผู้ป่วยเอชยูเอสจะมีอาการแรกเริ่มคล้ายกับการติดเชื้ออีโคไลในลำไส้ ได้แก่ อาเจียน อ่อนเพลีย ถ่ายเป็นเลือด หากไม่รักษาเอชยูเอสจะทำให้เกิดอาการทางผิวหนังหลายอย่างคือ จ้ำเลือด จุดเลือดออก(สีแดงหรือม่วง) ผิวซีด และดีซ่าน อาการอื่นๆของเอชยูเอสได้แก่ ปัสสาวะลดลงและชักได้ ดังนั้นเอชยูเอสจึงต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนคือ

  • การให้สารน้ำและเกลือแร่ทดแทน
  • การให้เลือด(ช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ตามปกติ)
  • ล้างไตชั่วคราวเพื่อช่วยไตทำงานกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย

หากไตได้รับความเสียหายถาวร จำเป็นต้องกินอาหารโปรตีนต่ำและกินยากลุ่มยับยั้งการเปลี่ยนเอนไซม์แองจิโอเทนซิน(angiotensin-converting enzyme inhibitors) ซึ่งช่วยลดความดันโลหิตป้องกันไม่ให้ไตเสียหายมากขึ้น และอาจจำเป็นต้องล้างไตในระยะยามหรือเปลี่ยนถ่ายไต

การรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

เชื้ออีโคไลบางสายพันธุ์จะอาศัยในทางเดินอาหารของคนเป็นปกติซึ่งไม่ก่อโรค แต่ทำให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้ถ้าเชื้อนี้มีทางเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะ แพทย์มักรักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะด้วยยาปฏิชีวนะซึ่งมีหลากหลายชยนิด เช่น ยาซิโปรฟล๊อกซาซิน(ciprofloxacin) มีชื่อการค้าว่าซิโปร(cipro) และยาไตรเมโทพริม-ซัลฟาเมท๊อกซาโซล(trimethoprim-sulfamethoxazole) มีชื่อการค้าว่าแบคทริม(Bactrim) อย่างไรก็ตามมีเชื้ออีโคไลบางสายพันธุ์ที่เรียกว่า “เอ็กเทน-สเปกตรัม เบต้า-แลกแตมเมส”(extended-spectrum beta-lactamase) หรือย่อว่า อีเอสบีเอล(ESBL) เป็นเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่ที่นำมารักษา และปัจจุบันมียาปฏิชีวนะบางกลุ่มเท่านั้นซึ่งเป็นยากินที่ใช้รักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะจากเชื้ออีโคไล อีเอสบีเอลได้ เช่น ยาฟอสโฟมัยซิน(fosfomycin) มีชื่อการค้าว่า โมนูรัล(Monural) และยาไนโตรฟูแรนตอยน์(nitrofurantoin) มีชื่อการค้าว่า แมคโครบิด(Macrobid)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่