อาการของเชื้ออีโคไล

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 845,766 คน

อาการของการติดเชื้ออีโคไลอาจแตกต่างออกไปในเด็ก

เชื้ออีโคไลเป็นที่รู้จักกันอย่างดีว่าเป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคลำไส้ติดเชื้อจากอาหาร(เช่น อาหารเป็นพิษ) แต่เชื้อพาโธเจนิก อีโคไล(pathogenic E. coli )ยังทำให้เกิดโรคอื่นๆได้ด้วย โดยธรรมชาติแล้ว อาการขึ้นอยู่กับการติดเชื้ออีโคไลเป็นชนิดใด

การติดเชื้ออีโคไลนอกลำไส้

เชื้ออีโคไลเป็นสาเหตุกว่า 85% ของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะตามรายงานในปี 2012 ของวารสารโรคระบาดติดเชื้อ(journal Emerging Infectious Diseases ) การติดเชื้อเกิดขึ้นเมื่อเชื้ออีโคไลซึ่งปกติอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่เข้าสู่ทางเดินปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะไม่จำเป็นต้องมีอาการเสมอไปแต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้

  • ปัสสาวะแสบ
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • ปัสสาวะบ่อยแต่ออกมาปริมาณน้อย
  • ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ มีสีขุ่น หรือมีเลือดปน
  • ไข้หรือหนาวสั่น
  • ปวดบั้นเอว ปวดท้อง ปวดสะโพก หรือปวดสีข้าง
  • ปวดท้องน้อยในผู้หญิงหรือปวดถ่ายในผู้ชาย

ตามรายงานของมูลนิธิวิจัยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบระบุว่า เชื้ออีโคไลสายพันธุ์เควัน(K1)เป็นสาเหตุของเยื่อหุ้มสมองอักเสบในทารกประมาณ 20% โดยทารกจะติดเชื้ออีโคไลสายพันธุ์เควันได้ขณะเกิดหรือติดได้จากในบ้านหรือโรงพยาบาล ถ้าทารกเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจะมีอาการอย่างน้อยหนึ่งอาการต่อไปนี้

  • กระสับกระส่าย
  • หายใจลำบาก
  • ถ่ายเหลว
  • ผิวหนังเย็นหรืออุ่นผิดปกติ
  • ดูดนมยาก
  • เซื่องซึม หรือไม่ค่อยขยับ
  • กระหม่อมหน้าปูด(frontanelle)

ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค(Centers for Disease Control and Prevention)หรือซีดีซี(CDC)ระบุว่า เชื้อเสตรปโตค็อกคัส นิวโมนิเอ(Streptococcus pneumoniae) เป็นสาเหตุบ่อยที่สุดของปอดอักเสบ แต่เชื้ออีโคไลก็สามารถทำให้เกิดปอดอักเสบได้ ซึ่งอาการส่วนใหญ่ของปอดอักเสบได้แก่

  • ไข้
  • หนาวสั่น
  • ไอมีเสมหะ
  • หายใจไม่อิ่ม
  • เจ็บหน้าอกจากอาการไอหรือหายใจหอบลึก

การติดเชื้ออีโคไลในลำไส้

มีเชื้ออีโคไลหลายสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษตามรายงานของสำนักจุลชีววิทยาของอเมริกา(American Academy of Microbiology) โดยเชื้อเอนเทอโรท็อกซิเจนิก อีโคไล(Enterotoxigenic E. coli) จะใช้รยางค์ที่ลักษณะคล้ายเส้นผมเกาะติดกับลำไส้และโจมตีร่างกายด้วยสารพิษซึ่งทำให้ถ่ายเหลวแต่ไม่มีไข้ เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ยังทำให้เกิดโรคอุจจาร่วงจากการเดินทาง(traveller's diarrhea)อีกด้วย ส่วนเชื้อเอนเทอโรอินเวซีฟ อีโคไล(Enteroinvasive E. coli) จะจู่โจมเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ทำให้ถ่ายเหลวและมีไข้ ส่วนเชื้อเอนเทอโรพาโธเจนิก อีโคไล(Enteropathogenic E. coli,) เป็นสาเหตุของท้องเสียในเด็กทารกในประเทศกำลังพัฒนาทำให้ถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือมีเลือดปนหลังจากเชื้อยึดเกาะกับเซลล์ลำไส้ด้วยโปรตีนชนิดพิเศษ และเชื้อเอนเทอโรแอกกรีเกทีฟ อีโคไล(enteroaggregative E. coli ) จะกระจุกตัวอยู่บนเซลล์เยื่อบุลำไส้และใช้พิษทำให้เกิดท้องเสียเป็นเวลานานโดยเฉพาะในเด็ก ส่วนเชื้ออีโคไลที่สร้างพิษชิก้า(Shiga toxin-producing E. coli ) หรือเอสเทค(STEC) เป็นชนิดที่ได้ยินบ่อยที่สุดในข่าวเนื่องจากมีการระบาด การติดเชื้อเอสเทคในลำไส้ซึ่งเกิดจากเชื้อที่ปกติอยู่ในปศุสัตว์เข้าสู่คนผ่านทางการปนเปื้อนอุจจาระสัตว์ในอาหารที่คนกินทำให้เกิดอาการ

คนส่วนใหญ่มักหายจากเชื้อเอสเทคประมาณหนึ่งสัปดาห์ แต่บางคนโดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น กลุ่มอาการเม็ดเลือดแดงแตก-ยูรีเมีย(hemolytic uremic syndrome) หรือย่อว่าเอชยูเอส(HUS) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิตจากไตวาย

  • อาการแรกๆของเอชยูเอสได้แก่
  • อุจจาระมีเลือดปน (มักมีอาการท้องเสีย)
  • อาเจียน
  • ไม่มีแรง และ เซื่องซึม
  • กระสับกระส่าย
  • ไข้

มีเป็นมากขึ้นจะมีอาการ

  • จ้ำเลือด และมีจุดเลือดออกที่ผิว
  • ปัสสาวะออกน้อย
  • ผิวซีด
  • ดีซ่าน
  • ชัก (พบได้น้อย)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่