ทารกแรกเกิด

ECMO (extracorporeal life support) คืออะไร ?

ECMO หมายถึง การค้ำจุนชีวิตสำหรับผู้ที่ป่วยหนัก ผ่านการพัฒนามาอย่างมาก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
ECMO (extracorporeal life support) คืออะไร ?

แม้ว่าเราจะยังห่างไกลจากระบบช่วยค้ำจุนชีวิตอย่างของดาร์กเวเดอร์ แต่ ECMO หรือ extracorporeal life support ก็ได้รับการพัฒนามาอย่างมากในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้

เดิมทีการรักษาดังกล่าวใช้เพื่อช่วยเด็กทารก แต่จำนวนของผู้ใหญ่ที่ได้รับการใช้ ECMO ก็กำลังเพิ่มขึ้น และศูนย์ ECMO ก็กำลังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลก

อ้างอิงจากองค์กรช่วยชีวิตด้วย ECMO (Extracorporeal Life Support Organization -ELSO) ซึ่งยังคงค้างค่าใช้จ่ายสำหรับ ECMO อยู่ โดยตั้งแต่ปี 1990 มีการใช้ECMO เพื่อช่วยเหลือคน 58,842 คนทั่วโลกและเพิ่มขึ้นทุกปี

ถึงแม้ว่ากว่าครึ่งของผู้ป่วยเหล่านั้นจะเป็นเด็กทารกที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจ แต่ก็มี 10,426 รายที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีทั้งปัญหาของระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต หรือจำเป็นต้องฟื้นคืนการทำงานของปอด

ECMO คืออะไร ?

ECMO (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ extracorporeal life support หรือ ECLS) เป็นวิธีหนึ่งในการช่วยชีวิตระยะสั้นในผู้ที่มีความเจ็บป่วยร้ายแรง (เช่น การทำงานของปอดหรือหัวใจล้มเหลว) ECMO จะเติมออกซิเจนในเลือดและนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา และยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือด (ความดันโลหิต) ได้อีกด้วย ECMO เป็นเครื่องปอดและหัวใจเทียม (cardiopulmonary bypass)ชนิดไม่เต็มรูปแบบและใช้นอกห้องผ่าตัด ส่วนเครื่องปอดและหัวใจเทียมชนิดเต็มรูปแบบ (heart-lung machines) จะใช้ระหว่างการผ่าตัดเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ECMO ใช้เพื่อลดภาระงานของปอดและหัวใจเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งในทางทฤษฎีแล้วจะช่วยส่งเสริมการรักษาตัวและใช้ในผู้ป่วยที่หากได้รับการรักษาฉุกเฉินแล้วจะมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น และใครก็ตามที่อาจจะเสียชีวิตได้หากไม่ได้ใช้ ECMO

ย้อนกลับไปในปี 1944 นักวิจัยพบว่าเลือดที่ผ่านแผ่นเนื้อเยื่อที่ยอมให้สารผ่านได้เพียงบางส่วน (semipermeable membrane) จะได้รับออกซิเจน การสังเกตดังกล่าวกลายเป็นพื้นฐานของเครื่องปอดและหัวใจเทียม โดยในช่วงแรก เครื่องปอดและหัวใจเทียมต้องใช้แผ่นผลิตออกซิเจน ซึ่งจะทำให้เลือดสัมผัสกับอากาศโดยตรง ผลข้างเคียงของเครื่องปอดและหัวใจรุ่นแรกนี้คือ เกิดการแตกของเม็ดเลือด (hemolysis) ซึ่งทำให้จำกัดการใช้ประโยชน์จากเครื่องได้มากสุดเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ในปี 1956 การพัฒนาแผ่นเนื้อเยื่อผลิตออกซิเจน (membrane oxygenator) ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และเป็นพื้นฐานของการใช้ ECMO ที่ยาวนานมากขึ้น

ส่วนประกอบของเครื่อง ECMO โดยทั่วไปมีดังนี้

  • heat exchanger เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
  • membrane oxygenator แผ่นเยื่อผลิตออกซิเจน
  • roller or centrifugal pump ปั๊ม
  • circuit tubing
  • catheters ที่จำเพาะ  (VV ECMO ส่งเลือดกลับเข้าสู่ระบบหลอดเลือดดำผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ superior vena cava หรือหัวใจห้องบนขวา (right atrium) และ VA ECMO ส่งเลือดกลับเข้าสู่ระบบหลอดเลือดแดงผ่านทางเส้นเลือดแดงใหญ่ aorta หรือ common carotid artery)

ในบางกรณีจะมีวงจรขนานที่มีปั๊มและเครื่องผลิตออกซิเจนอีกชุดเพื่อช่วยในการให้ออกซิเจนและการนำเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออก อัตราการไหลจะถูกปรับโดยขึ้นอยู่กับระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วย ได้แก่ ความดันโลหิต ความเป็นกรดด่าง การทำงานของอวัยวะปลายทาง และสถานะของเลือดในหลอดเลือดดำ โดยจะมีแต่ VA ECMO เท่านั้นที่ช่วยค้ำจุนระบบการไหลเวียนโลหิตหรือความดันโลหิต และสุดท้าย ถึงแม้ว่าเครื่องหัวใจและปอดเทียมชนิดเต็มรูปแบบจะใช้ในห้องผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ แต่ ECMO จะใช้ภายใต้การระงับความรู้สึกเฉพาะที่

ผู้ที่ใช้ ECMO มักเป็นผู้ที่ป่วยมาก และไม่ใช่ทุกคนที่รอดมาได้

ในปี 2013 ทาง ELSO รายงานว่ามีเพียง 72% ของผู้ที่ใช้ ECMO ที่รอดชีวิต โดยสถิติดังกล่าวส่วนใหญ่ขึ้นกับเด็กทารกที่มีการบาดเจ็บของปอดในระดับจำกัด (สังเกตว่าเด็กทารกมีปอดที่ยังใหม่ และมักใช้ ECMO ได้โดยที่ไม่มีโรคร่วม หรือมีความเสียหายของปอดอย่างที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่) ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่า 72% ของผู้ที่ใช้ ECMO จะรอดชีวิต แต่ก็มีเพียง 60% เท่านั้นที่มีชีวิตรอดจนได้กลับบ้านหรือได้รับการส่งตัวไปรักษาต่อ และเช่นเดียวกัน สถิตินี้ก็มาจากทารกเป็นหลัก หากดูโดยเจาะจงแล้ว มีเพียง 56% ของผู้ใหญ่ที่มีปัญหาของระบบทางเดินหายใจที่อยู่รอดจนได้กลับบ้านหรือส่งตัวไปรักษาต่อ

ผลข้างเคียงของ ECMO มีทั้งการมีเลือดออกภายในและภายนอกร่างกายอย่างรุนแรง การติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือด (thrombosis-การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดซึ่งทำให้ถึงแก่ชีวิตได้) และปั๊มล้มเหลว โดยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด ส่วนประกอบของ ECMO จะถูกเคลือบไว้ด้วย heparin ซึ่งทำให้เลือดจางลง

เมื่อใดที่จะใช้ ECMO ?

ต่อไปนี้เป็นบางกรณีที่จะใช้ ECMO ในทารก

  • ภาวะความดันในหลอดเลือดปอดสูงคงที่ (persistent pulmonary hypertension of the newborn-PPHN)
  • ภาวะสำลักขี้เทาในเด็กทารก (meconium aspiration syndrome)
  • ปอดติดเชื้อหรือการติดเชื้อที่รุนแรงอื่น ๆ
  • ภาวะไส้เลื่อนกระบังลมตั้งแต่แรกเกิด (congenital diaphragmatic hernia)
  • โรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด (congenital heart disease)

และต่อไปนี้คือกรณีที่จะใช้ ECMO ในเด็กที่โตขึ้น

  • หลังการผ่าตัดซ่อมแซมหัวใจ
  • ปอดติดเชื้อจากการสำลัก
  • ปอดติดเชื้อ
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การได้รับสารพิษ
  • การจมน้ำ
  • ภาวะหอบหืดรุนแรง

การใช้ ECMO กำลังมีบทบาทมากขึ้นในการรักษาผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานรองรับการใช้ทั่วไปเพียงเล็กน้อย (หมายความว่าเรายังต้องการการศึกษาทดลองขนาดใหญ่เพื่อที่จะสร้างแนวทางการรักษาที่เป็นสากล) รายงานผู้ป่วย (case report) การศึกษาชนิดจากผลไปหาเหตุ (retrospective study) และอื่น ๆ กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เห็นว่า ECMO อาจมีประโยชน์ในภาวะหลากหลาย และถึงแม้ว่าจะยังไม่มีข้อห้ามที่ชัดเจนสำหรับการใช้งาน แต่ก็มีข้อห้ามในบางกรณี ซึ่งมีความเห็นที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ เช่น กรณีที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ (การกดภูมิคุ้มกัน) ความเสี่ยงในการมีเลือดออกรุนแรง (ความบกพร่องของการแข็งตัวเลือดอย่างมาก) อายุมาก และการมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน

ต่อไปนี้เป็นกรณีที่จะใช้ ECMO ในผู้ใหญ่

  • หัวใจหยุดเต้นจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดแดงในปอด
  • หัวใจล้มเหลว
  • ระบบการหายใจล้มเหลวจาก ARDS หรือไวรัส H1N1

อีกสองอย่างเกี่ยวกับข้อมูลของ ECMO สำหรับผู้ใหญ่ ข้อแรก ECMO ไม่เหมือนกับเครื่องช่วยหายใจ โดยหลีกเลี่ยงการทำอันตรายต่อปอด (barotrauma) หรือปอดแฟบ (atelectasis) ข้อสอง การศึกษาแบบ meta analysis (การศึกษาแบบวิเคราะห์) แสดงให้เห็นว่า ECMO อาจไม่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่รับการปลูกถ่ายหัวใจ ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อไวรัสของกล้ามเนื้อหัวใจ (viral cardiomyopathy) และผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามปกติ

สรุปแล้ว ECMO อาจเป็นการรักษาที่คุณไม่มีโอกาสได้สัมผัสในชีวิตของคุณหรือคนที่คุณรัก ซึ่งนับเป็นเรื่องดีเพราะ ECMO เป็นการรักษาสำหรับผู้ที่ป่วยหนัก อย่างไรก็ตาม ECMO แสดงให้เห็นถึงความหวังในการช่วยผู้คนอีกมากมาย ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่สามารถสร้างระบบการค้ำจุนร่างกายได้ 2 เท่าเหมือนชุดของดาร์ธเวเดอร์ก็ตาม แต่เราก็กำลังมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้นเกี่ยวกับการช่วยค้ำจุนชีวิตในระยะสั้น

จำตอนที่ลุคถอดหน้ากากของดาร์ธเวเดอร์ได้หรือเปล่า (“แต่คุณจะตายนะ ! ”)? พอมาถึงตอนนี้ในมหากาพย์ไตรภาค ฉันก็รู้สึกเห็นใจดาร์ธเวเดอร์ขึ้นมาเหมือนกัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบ (Chorioamnionitis)
ภาวะถุงน้ำคร่ำอักเสบ (Chorioamnionitis)

ภาวะติดเชื้อในมดลูกจัดเป็นภาวะที่รุนแรง