เบาหวาน

Dyslipidemia คืออะไร? ข้อมูล อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และป้องกัน

ความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด สามารถรักษาและป้องกันได้ โดยทั่วไปมักไม่มีอาการ แต่หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรงถึงแก่ชีวิต
เผยแพร่ครั้งแรก 3 เม.ย. 2020 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
Dyslipidemia คืออะไร? ข้อมูล อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และป้องกัน

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • Dyslipidemia คือภาวะที่มีไขมันในเลือดผิดปกติ ไม่ว่าจะสูงเกินไปหรือต่ำเกินไปก็ตาม
  • ระดับที่เข้าข่ายผิดปกติ ได้แก่ ระดับไขมันดี (HDL-C) น้อยกว่า 40 mg/dl ในผู้ชาย และน้อยกว่า 50 mg/dl ในผู้หญิง ระดับไขมันร้าย (LDL-C) มากกว่า 160 mg/dl ในผู้ชาย และมากกว่า 50 mg/dl ในผู้หญิง
  • สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ Dyslipidemia มีหลายสาเหตุ เช่น คอเลสเตอรอลสูงจากภาวะไทรอยด์ในเลือดต่ำ โรคไต หรือไตรกลีเซอไรด์สูงจาก โรคเบาหวาน โรคอ้วน การดื่มสุรา
  • อาการที่สังเกตได้หากมีภาวะนี้ได้แก่ หนังตา ข้อศอก หัวเข่ามีปื้นสีเหลือง อาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บปวดเวลายืน เดิน
  • สามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่เพิ่มความเสี่ยง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดบุหรี่และสุรา แต่หากมีอาการที่เสี่ยงต่อภาวะนี้ ควรตรวจเบาหวานเพื่อหาทางรักษาต่อไป (ดูแพ็กเกจตรวจเบาหวานได้ที่นี่)

ในสถานการณ์ที่ประชากรในประเทศไทยมีอายุขัยสูงขึ้นและมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงขึ้น รวมถึงไม่ค่อยออกกำลังกาย จนกระทั่งประสบปัญหาโรคอ้วน ภาวะ Dyslipidemia จึงเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและพบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ว่าภาวะ Dyslipidemia นี้จะดูไม่ใช่ภาวะที่ร้ายแรง แต่ก็นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

Dyslipidemia คืออะไร?

Dyslipidemia หมายถึงภาวะที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ไม่ว่าจะสูงหรือต่ำเกินไป ขึ้นกับชนิดของไขมันดังนี้

  • Total Cholesterol (TC) คอเลสเตอรอลในเลือดมากกว่า 200 mg/dl
  • High-density lipoprotein cholesterol (HDL-C) คอเลสเตอรอลตัวดีน้อยกว่า 40 mg/dl ในผู้ชาย หรือน้อยกว่า 50 mg/dl ในผู้หญิง
  • Low-density lipoprotein cholesterol (LDL-C) คอเลสเตอรอลตัวร้ายมากกว่า 160 mg/dl
  • Hypertriglyceridemia: Triglyceride (TG) ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 mg/dl

Dyslipidemia เกิดจากอะไร?

สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้

1. ชนิดปฐมภูมิ (Primary หรือ Familial dyslipidemia)

ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากพันธุกรรมที่ผิดปกติของยีนที่ควบคุมการสร้างและเผาผลาญไขมัน โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้คือ Polygenic hypercholesterolemia และ Familial combined hyperlipidemia (FH)

2. ชนิดทุติยภูมิ (Secondary dyslipidemia)

เกิดจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โรคทางกาย ยาบางชนิด รวมถึงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น

  • สาเหตุที่ทำให้คอเลสเตอรอลสูง ได้แก่ ภาวะไทรอยด์ในเลือดต่ำ ภาวะน้ำดีคั่ง โรคไต ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิดที่มีโปรเจสโตเจน (Progestogen) เป็นส่วนประกอบ และยาลดระดับความดันกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide) เป็นต้น
  • สาเหตุที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคอ้วน ไตวาย การดื่มสุรา อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (แป้งและน้ำตาล) การตั้งครรภ์ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta-blocker ยาลดระดับความดันกลุ่มไทอะไซด์ (Thizaide) ยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid) ยารักษาสิวที่มาจากอนุพันธ์ของวิตามินเอ และ ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิดที่มีเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ เป็นต้น
  • สาเหตุที่ทำให้ HDL-C ต่ำ ได้แก่ โรคอ้วน โรคเบาหวาน การไม่ออกกำลังกาย ยาสเตียรอยด์ที่มีผลในการสร้างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ยาเม็ดคุมกำเนิดบางชนิดที่มีโปรเจสโตเจน (Progestogen) ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta-blocker เป็นต้น
  • สาเหตุที่ทำให้ LDL-C สูง ได้แก่ อาหารต่างๆ ที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ หมูสามชั้น เนยเหลว เนยเทียมแข็ง เนื้อสัตว์ที่มีมันมาก ไส้กรอก และ/หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ไข่แดง

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อระดับไขมันในเลือด

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อระดับไขมันในเลือด มีดังนี้

  1. อายุ ระดับไขมันในเลือดจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น
  2. เพศ ระดับของไตรกลีเซอไรด์ขึ้นกับเพศโดยตรงมากกว่าระดับของคอเลสเตอรอล โดยพบว่าเพศชายมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงกว่าเพศหญิงในทุกอายุ โดยเฉพาะคนช่วงอายุ 20-39 ปี คนละเพศ จะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ต่างกันประมาณ 40% เลยทีเดียว แต่ระดับความต่างจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ส่วนระดับคอเลสเตอรอลจะต่างกันไม่มาก โดยช่วงวัยหนุ่มสาว ค่าคอเลสเตอรอลในเพศชายจะสูงกว่าในเพศหญิง จนถึงวัย 40-50 ปี เพศหญิงจึงจะมีระดับคอเลสเตอรอลที่สูงกว่าแทน
  3. การออกกำลังกาย ส่งผลต่อการเพิ่มระดับ HDL-C ลดระดับคอเลสเตอรอล และยังช่วยลดน้ำหนักตัวด้วย
  4. บุหรี่ การสูบบุหรี่ส่งผลให้ระดับ HDL-C ลดลงได้มากกว่า 15% และการเลิกบุหรี่สามารถทำให้ระดับ HDL-C กลับมาเป็นปกติได้
  5. พันธุกรรม ภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูงจากกรรมพันธุ์ เป็นผลจากยีนที่ควบคุมการสร้างและเผาผลาญ LDL-C ผิดปกติ
  6. แอลกอฮอล์ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ปริมาณมากส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มสูงขึ้น
  7. ความเครียด ส่งผลให้ระดับการเผาผลาญเพิ่มสูงขึ้น แต่ร่างกายไม่สามารถนำ LDL-C ไปใช้ได้ ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดจึงสูงขึ้น
  8. ความอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักเกินจะมีระดับ LDL-C และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง

นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ความเจ็บป่วยบางอย่างที่ส่งผลต่อกระบวนการสร้างและนำไขมันในเลือดไปใช้ รวมถึงความผิดพลาดทางห้องปฎิบัติการก็ทำให้ผลระดับไขมันในเลือดออกมาผิดปกติได้เช่นกัน จึงควรตรวจซ้ำในอีก 2-3 สัปดาห์

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

Dyslipidemia มีอาการอย่างไร?

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติมักจะไม่มีอาการแสดง แต่ในบางกรณีโดยเฉพาะกลุ่มที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ อาจจะพบอาการดังต่อไปนี้

  • มีปื้นสีเหลืองที่หนังตา ข้อศอก หัวเข่า และฝ่ามือ
  • เอ็นร้อยหวายหนาขึ้นกว่าปกติ
  • มีเส้นวงสีขาวระหว่างขอบตาดำกับตาขาว

ในรายที่โรครุนแรงขึ้นจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน อาจพบอาการต่างๆ ดังนี้

  • ปวดขา โดนเฉพาะเวลายืนหรือเดิน
  • เจ็บแน่นหน้าอก อาการปวดอาจร้าวไปกรามหรือไหล่ซ้าย
  • หายใจหอบเหนื่อย
  • แสบร้อนกลางอก
  • เหงื่อแตก ใจสั่น
  • หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ

Dyslipidemia อันตรายหรือไม่ อย่างไร?

ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในระยะเริ่มต้นไม่ได้อันตรายมาก แต่สิ่งที่อันตรายคือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะตามมาหากไม่ทำการรักษา และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตจากภาวะหัวใจขาดเลือด หรือเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต จากภาวะสมองขาดเลือดได้

วิธีการรักษา Dyslipidemia เป็นอย่างไร?

แนวทางการรักษา Dyslipidemia มีดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

  • หยุดสูบบุหรี่
  • ลดน้ำหนักในอยู่ในเกณฑ์
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นระยะเวลา 30-45 นาที โดยต้องให้หัวใจเต้นประมาณ 0.7 x (220- อายุ) ครั้งต่อนาที
  • งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มความเสี่ยง

2. ใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด

  • ยาลดระดับ Total Cholesterol และ LDL-C เป็นหลัก ได้แก่ ยากลุ่มสเตติน (Statins) เช่น Simvastatin, Atorvastatin, Rosuvastatin) ยากลุ่มอีเซทิไมบ์ (Ezetimibe) ยากลุ่มคอเลสไทรามีน (Cholestyramine) โดยเริ่มให้จากกลุ่มสเตตินเป็นกลุ่มแรก
  • ยาลดระดับไตรกลีเซอไรด์เป็นหลัก ได้แก่ ไฟเบรต (Fibrates) กรดนิโคตินิก (Nicotinic acid) หากระดับ TG มากกว่า 500 mg/dl จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ให้เริ่มยากลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก

วิธีป้องกัน Dyslipidemia

วิธีป้องกัน Dyslipidemia ได้แก่

  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นมพร่องมันเนย ผัก ผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ
  3. เลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันงา น้ำมันมะกอก
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ดูแพ็กเกจตรวจเบาหวาน เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


6 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
คณาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, แนวทางการดูแลรักษาความผิดปกติของระดับไขมันในเลือดในบริการปฐมภูมิ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (http://medinfo2.psu.ac.th/commed/web/pdf/5/dyslipidemia.pdf), สิงหาคม 2554.
นพ.สมชาย พัฒนอางกุล, Updated Management of Dyslipidemia (หนังสือ Review in Internal Medicine), ธันวาคม 2560.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป