จิตวิทยา

อาการ "เพ้อ" คืออะไร อันตรายไหม รับมืออย่างไรดี?

อาการเพ้อ เป็นความผิดปกติทางจิตเวช เกิดได้กับคนทุกวัย เกิดจากหลายสาเหตุ หากไม่ได้รับการรักษา อาจจะมีอาการแย่ลงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
เผยแพร่ครั้งแรก 30 ม.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 4 นาที
อาการ "เพ้อ" คืออะไร อันตรายไหม รับมืออย่างไรดี?

ภาวะเพ้อ หรือ ภาวะสับสนเฉียบพลัน (Delirium) คือ ความผิดปกติทางจิตประสาท อาการมักเป็นชั่วคราว สามารถกลับมาเป็นปกติได้ เกิดจากความผิดปกติของสมองซึ่งเป็นผลจากการเจ็บป่วยทางกายเฉียบพลัน

อาการเพ้อเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักใน ICU ผู้ป่วยหลังผ่าตัด และผู้ที่มีสมองบกพร่องอยู่เดิม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

อาการเพ้อคืออะไร?

สิ่งที่ใช้เป็นอาการหลักในการวินิจฉัยว่ามีภาวะเพ้อ คือ ระดับความรู้สึกตัวแปรปรวน ทั้งด้านความใส่ใจและระดับการรับรู้

อาการจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หรือเป็นวัน ความรุนแรงมีความผันผวนไม่แน่นอน มีความบกพร่องของการรู้คิดที่พิเศษ คือความจำบกพร่องและสับสนงุนงง การใช้ภาษาผิดปกติ อารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียว และวงจรการนอนหลับผิดปกติ

เพ้อ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

สาเหตุหลักๆ ของภาวะเพ้อแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้

1. ได้รับยาและสารเสพติดบางชนิดเกินขนาด

ยากลุ่มดังกล่าว เช่น

  • ยานอนหลับ ยารักษาโรคทางจิตเวช ยาระงับอาการปวด ยารักษาโรคพาร์กินสัน
  • ยาบ้า (Amphetamine)
  • ยาแผนโบราณ โดยเฉพาะยาลูกกลอน

2. หยุดสุราหรือยานอนหลับบางชนิดกระทันหัน

ในกรณีนี้จะเกิดในคนที่ติดสุราหรือยาชนิดนั้นแล้ว ในรายที่หยุดดื่มสุราอย่างฉับพลันอาจเกิดอาการเพ้อซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ภาวะถอนพิษสุรา (Delirium tremens)

3. มีความผิดปกติของสมองและระบบประสาท

ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง การติดเชื้อในสมอง อุบัติเหตุที่ศีรษะ และเนื้องอกที่สมอง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

4. มีอาการผิดปกติอื่นๆ

อาการผิดปกติที่ว่านั้น ได้แก่

  • มีไข้สูง
  • สมดุลเกลือแร่ผิดปกติ (ระดับเกลือแร่ในเลือดสูงหรือต่ำไป)
  • ติดเชื้อ
  • การขาดสารอาหาร ขาดออกซิเจน
  • เป็นโรคทางต่อมไร้ท่อ มะเร็ง
  • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีภาวะหัวใจล้มเหลว

หากแบ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยตามกลุ่มอายุของผู้ป่วย จะเป็นดังนี้

  • วัยเด็ก มักเกิดจากการติดเชื้อ มีไข้ ได้รับสารพิษ การชัก และอุบัติเหตุทางสมอง
  • วัยรุ่น มักเกิดจากการขาดหรือได้รับสารเสพติดเกินขนาด การติดเชื้อ และอุบัติเหตุทางสมอง
  • วัยกลางคน มักเกิดจากการขาดสุราหรือยานอนหลับ สารพิษจากโรงงาน มะเร็ง โรคทางต่อมไร้ท่อ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจ
  • วัยสูงอายุ โรคหลอดเลือดหัวใจ ได้รับยานอนหลับเกินขนาด โรคสมองเสื่อม

เพ้อ มีอาการอย่างไร?

อาการและลักษณะของอาการที่สามารถพบได้ มีดังนี้

  1. มีความผิดปกติของระดับสติสัมปชัญญะ ได้แก่ ง่วงนอน ซึม สับสน เสียการรับรู้ความเป็นไปของสิ่งแวดล้อม คือไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้วันที่เท่าไร วันอะไร เวลาไหน หรืออาจไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทุกชนิด
  2. อาการต่างๆ มักเกิดโดยเฉียบพลัน ภายในระยะเวลาสั้นๆ
  3. เสียการรับรู้ต่อเวลา สถานที่ แต่การรับรู้ต่อบุคคลว่าเป็นใครอาจจะยังดีอยู่ก็ได้
  4. สูญเสียความทรงจำ โดยเฉพาะความจำระยะสั้นๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้น
  5. ไม่สามารถจดจ่อได้ เสียสมาธิได้ง่ายกว่าปกติ
  6. มีปัญหาในการใช้ภาษาพูด ไม่สามารถเรียกชื่อสิ่งของได้ เล่าเรื่องได้ไม่ต่อเนื่อง พูดจานอกประเด็น อาจเขียนหนังสือไม่ได้
  7. กระสับกระส่าย วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ สับสนเป็นพักๆ พูดจาเพ้อเจ้อ บางครั้งรู้สึกตัว บางครั้งไม่รู้เรื่อง โดยในเวลาใกล้ค่ำมักจะไม่รู้เวลา บุคคล หรือสถานที่
  8. อาจจะมีอาการประสาทหลอน หลงผิด หูแว่ว เห็นภาพหลอน โดยผู้ป่วยจะแสดงอารมณ์หรือมีพฤติกรรมตอบโต้ต่อสิ่งเหล่านั้น ที่พบได้ เช่น ทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น
  9. มีความผิดปกติของวงจรการนอนหลับและตื่น โดยมักง่วงและนอนตอนกลางวัน ส่วนตอนกลางคืนมักจะวุ่นวาย เอะอะโวยวาย ปีนเตียง ดึงสายน้ำเกลือ หรืออาจจะเชื่องช้า ไม่รู้สึกตัวแทนได้
  10. กลุ่มอาการ ICU (ICU Syndrome) เป็นอาการเพ้อเมื่อถูกส่งเข้าห้อง ICU เนื่องจากอยู่ในสิ่วแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการปรับตัว

อาการเพ้อ พูดคนเดียว สับสน ตอนกลางคืน ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็ง หลังผ่าตัด อันตรายมากไหม?

ในผู้สูงอายุ อาการเพ้อส่งผลต่ออัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น เพิ่มระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล เพิ่มผลข้างเคียงจากการอยู่โรงพยาบาล เพิ่มอัตราการกลับมานอนโรงพยาบาล และเพิ่มอัตราของโรคสมองเสื่อมมากขึ้น

มีการศึกษาวิจัยพบว่า มีปัจจัยที่สามารถทำนายถึงผลการรักษาที่ไม่ดีในผู้ป่วยที่มีภาวะเพ้อในโรงพยาบาล เช่น ระยะเวลาที่เกิดอาการเพ้อ การเพ้อแบบไฮโปแอกทีฟ (Hypoactive-เซื่องซึม เฉยเมย ไม่ค่อยตอบสนอง) ระดับความรุนแรง และภาวะความผิดปกติทางจิตเดิมจากโรคสมองหรือโรคซึมเศร้า เป็นต้น

ในผู้ป่วยมะเร็ง ภาวะเพ้อจะเกิดในระยะท้ายๆ ของโรคแล้ว มะเร็งมีการแพร่กระจายไปที่ต่างๆ ทำให้สามารถรักษามะเร็งซึ่งเป็นปัจจัยหลักของภาวะเพ้อให้หายขาดได้ยาก

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

สิ่งที่ทำได้มักเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อให้ผู้ป่วยสบายที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด ก่อนการจากไปอย่างสงบ

ภาวะเพ้อหลังการผ่าตัดเกิดได้จากหลายสาเหตุมาก เช่น ฤทธิ์ยาสลบ (Sedation) อาการปวด ภาวะถอนยาเบนโซไดอาซีพีน (Benzodiazepine) ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตต่ำ การติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

หากแก้ไขสาเหตุได้ อาการก็จะหายไป โดยอาการมักเกิดขึ้นภายใน 3 วันแรกหลังจากผ่าตัด และมักจะกลับมาเป็นปกติได้ภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์

การดูแลผู้ป่วยมีอาการเพ้อ

การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการเพ้อ แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเพ้อด้านร่างกาย

อย่างแรกควรรักษาภาวะเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ และน่าจะเป็นสาเหตุของภาวะเพ้อทั้งหมด

โดยเฉพาะสาเหตุที่รักษาให้หายเป็นปกติได้ ได้แก่ ไข้สูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ขาดออกซิเจน ความดันโลหิตสูงมาก ภาวะขาดแอลกอฮอล์หรือยานอนหลับ สมดุลกรดด่างผิดปกติ สมดุลเกลือแร่ผิดปกติ ภาวะขาดน้ำ ขาดสารอาหารในร่างกาย

อาจใช้ยารักษาและบรรเทาอาการเพ้อ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการโรคจิต (หลงผิด ประสาทหลอน เห็นภาพหลอน) ยาที่ได้ผลดีคือฮาโลเพอริดอล (Haloperidol) ให้กินหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อก็ได้ โดยสามารถให้ยาซ้ำได้อีกหากอาการไม่ดีขึ้นหลังผ่านไป 1 ชั่วโมง

หรืออาจให้ยากลุ่มเบนโซไดอาซีพีน (Benzodiazepine) เช่น ยาลอราซีแพม (Lorazepam) ไดอาซีแพม (Diazepam) โดยวิธีกินหรือฉีดเข้าเส้นเลือดก็ได้ โดยมักให้ในผู้ป่วยที่มีอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ หรือในรายที่มีโอกาสชักสูง เช่นผู้ป่วยในภาวะขาดแอลกอฮอล์หรือขาดยานอนหลับต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การให้ยาควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

2. การดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเพ้อด้านจิตใจ

ก่อนอื่นประเมินสิ่งแวดล้อมและหามาตรการป้องกันอันตรายต่อตัวผู้ป่วยและบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการหลงผิด

เพราะผู้ป่วยอาจทำร้ายตัวเองและคนใกล้ชิดได้ หรือมีการแปลภาพผิด เช่น เห็นหน้าต่างชั้นสูงๆ เป็นประตูที่สูงจากพื้นดินแค่ไม่ถึงเมตร จึงเดินออกไปเกิดตกตึกเสียชีวิตได้

ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย และให้ความมั่นใจว่าอาการต่างๆ จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากได้รับการรักษา อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

บุคคลใกล้ชิดที่อาศัยร่วมกับผู้ป่วยที่มีอาการเพ้อควรปรับสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยให้เหมาะสม ได้แก่ นาฬิกา ปฏิทิน ในระยะที่ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดเจน

หากผู้ป่วยมีปัญหาด้านสายตาก็หาแว่นตาให้ใส่เพื่อความชัดเจนของการมองเห็น จัดให้มีแสงสว่างตามธรรมชาติในช่วงกลางวัน และลดแสงสว่างจากอุปกรณ์ต่างๆ ในช่วงกลางคืน สภาพแวดล้อมต้องไม่เงียบหรือวุ่นวายมากจนเกินไป และอาจจะเพิ่มบรรยากาศที่ผู้ป่วยคุ้นเคย เช่น ให้ญาติสนิทมาเฝ้า หารูปถ่ายครอบครัวมาตั้งไว้ใกล้ๆ เป็นต้น

บุคคลใกล้ชิดควรช่วยบอก ช่วยเตือนความทรงจำของผู้ป่วยให้ถูกต้อง โดยพูดเป็นคำสั้นๆ เข้าใจง่าย เช่น ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล แพทย์และพยาบาลกำลังให้การรักษา ญาติที่มาเฝ้าเป็นใคร ชื่ออะไร

ข้อควรระวังคือ ห้ามญาติตามใจด้วยการคล้อยตามสิ่งที่ผู้ป่วยเข้าใจผิด ให้คอยบอกว่าที่ถูกต้องคืออะไร โดยสิ่งที่พูดต้องไม่เป็นการโต้เถียงกับผู้ป่วย


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
พัชรียา นิวัฒน์ภูมินทร์, การสูญเสียหน้าที่ด้านการรับรู้การเข้าใจหลังผ่าตัด (Thai Journal of Anesthesiology) 14 มีนาคม 2555.
ปารีณา สุวัฒนะพงศ์เชฏ, ภาวะสับสนเฉียบพลับในผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน (http://www.errama.com/system/spaw2/uploads/files/love_5.pdf).
ศิริรัตนคุปติวุฒิ, ภาวะเพ้อ (https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Delirium.PDF), 2544.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป